ถึงแม้ว่าล้อรถจะมีขนาดแค่ 14 นิ้วแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับระยะทาง  เพราะส่วนใหญ่เราใช้รถพับเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับจุดหมายปลายทางที่อยู่ห่างประมาณ 2-4 กม. เช่น สถานีรถไฟฟ้าอโศกกับที่ทำงานในคลองเตย ระยะทางประมาณ 3 กม. ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ได้มากไปกว่าการเปลี่ยนรถไฟฟ้าเป็นรถไฟใต้ดิน 1 สถานีและต่อด้วยรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง การใช้รถพับทำให้เราประหยัดเงินไปได้อย่างน้อยเกือบ 40 บาทต่อเที่ยวและที่สำคัญไปกว่านั้นคือการควบคุมความปลอดภัยของชีวิตได้เอง ไม่ต้องคอยกังวลว่าคนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างจะขับรถฝ่าไฟแดงหรือเปล่า

นอกจากการใช้เป็นพาหนะเชื่อมต่อในระยะสั้นแล้วเรายังทดสอบในการขี่ใช้เดินทางด้วยเราลองปั่นบนถนนพระราม 6 เป็นระยะทางเกือบ 5 กม. รถล้อจิ๋วก็สามารถทำความเร็วได้ไม่แพ้รถพับล้อเล็กทั่วไปถึงแม้จะโดนรถประจำทางหรือรถยนต์ไล่ต้อนบ้าง (เป็นปกติของรถจักรยานที่ขี่บนถนน) แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราเป็นตัวกีดขวางการจราจรแต่อย่างใด เราเชื่อว่าถ้าคุณเป็นนักปั่นน่องเหล็กมีกำลังขาดีก็น่าจะทำความเร็วได้เกิน 25 กม./ชม. แน่นอน  แต่บังเอิญเราไม่รีบเลยปั่นที่ความเร็วประมาณ 13-18 กม./ชม. เป็นปกติ

นอกจากเส้นทางบนถนนใหญ่เรายังพาล้อจิ๋วไปทะลุตรอกซอกซอยแถวตลาดน้อยไปจนถึงเยาวราชเป็นระยะทางเกือบ 10 กม. ละแวกนี้มีถนนหลายแบบตั้งแต่ถนนกว้าง 2 เลน (แต่มักมีรถจอดอยู่ริมซ้ายเสมอ) ไปจนถึงตรอกที่กว้างประมาณ 1-2 เมตรสำหรับคนเดินและรถสองล้อเท่านั้น ถึงบริเวณนี้รถล้อจิ๋วเริ่มได้เปรียบและแสดงประสิทธิภาพความคล่องตัวแบบที่คนปั่นรถล้อ 26 นิ้วต้องอิจฉา เมื่อต้องซอกแซกเข้าตามตรอกแคบๆที่ทำความเร็วได้ไม่ถึง10 กม./ชม. ด้วยซ้ำไปอีกทั้งยังต้องคอยระวังคนทั้งเด็กและคนสูงอายุในชุมชนเวลาเลี้ยวตรงมุมตึก

ดูเหมือนว่ารถล้อจิ๋วจะมีจุดเด่นและคล่องตัวไปหมดสำหรับถนนในเมืองแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ารถล้อจิ๋วจะไร้ปัญหาเสียทีเดียวจุดด้อยของรถล้อจิ๋วคือคุณต้องมีสมาธิสูงกว่าปกติเวลาปั่นเพราะเจอหลุมบนถนนขนาดเล็กก็ชวนล้มเสียแล้วคงไม่ต้องเล่าว่าคุณจะต้องเหนื่อยแค่ไหนถ้าต้องเจอถนนขรุขระเหมือนโลกพระจันทร์

ส่วนเวลาที่เจอเนินสูงๆหรือหลังเต่าอันโตๆที่สูงแต่แคบแบบไม่ได้สัดส่วน เจ้าล้อจิ๋วก็ชวนหงายหลังอยู่บ่อยๆ  ครั้งหนึ่งเราเกือบหงายหลังตอนที่พยายามปั่นจากถนนขึ้นฟุตบาทเตี้ยๆเพราะล้อเล็กเกินไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าล้อจิ๋วจะปั่นขึ้นสะพานไม่ได้ เราลองพาเจ้าล้อจิ๋วไปขึ้นสะพานข้ามคลองเล็กๆทั่วไปในกรุงเทพ ก็ปั่นขึ้นและทำความเร็วได้ปกติ แต่น่าเสียดายที่เรายังไม่ได้ลองปั่นขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานปราบเซียน

เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะปั่นรถล้อจิ๋วก็ต้องมีสมาธิมองพื้นถนนอยู่เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Related Post

ล้อจิ๋ว…ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

Cycling Plus Thailand