พารถขึ้นรถไฟฟ้าและรถใต้ดิน

การใช้รถใต้ดินดูเหมือนจะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะทุกสถานีมีลิฟต์และบันไดเลื่อน และรถพับก็สามารถใช้บริการรถใต้ดินได้ตั้งแต่เปิดให้บริการ

แต่ผู้โดยสารสูงวัย คุณแม่ลูกอ่อนพร้อมรถเข็น นักท่องเที่ยวกับกระเป๋าเดินทางหรือคนใช้จักรยาน รู้ดีว่ารถไฟฟ้าบ้านเราไม่ได้อำนวยความสะดวกมากเท่าที่ควร แต่ต้องขอบอกว่ารถล้อจิ๋วน้ำหนักเบาคันนี้ ไม่มีปัญหาเวลาที่ต้องแบกน้ำหนักตัวเอง กระเป๋าสัมภาระอื่นๆ พร้อมกับรถพับคันนี้เดินขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้า (แต่ถ้ามีจังหวะที่เริ่มรู้สึกหนัก เราก็ปลอบใจตัวเองว่า “ลองคิดดูสิว่าเราจะยกยังไงถ้าเป็นรถพับคันอื่นที่หนักเกินสิบกิโลกรัม”)

แต่เมื่อเดินเข้าไปในขบวนรถไฟแล้วรถคันนี้อาจจะดูเกะกะอยู่สักหน่อย เพราะเมื่อพับแล้วขนาดยังค่อนข้างยาวแต่ถ้าไม่ใช่เวลาเร่งด่วนรถคันนี้ก็หาที่วางพิงตรงขบวนสุดท้ายได้เหมือนรถพับปกติทั่วไป เพียงแต่รถอาจจะค่อนข้างยาวไปนิดนึง ท่อนอนยาวเกินแถวเก้าอี้บนรถไฟฟ้าไปเกือบ 20 เซนติเมตร เพราะฉะนั้นควรจะวางไว้ตรงกำแพงสุดขบวนเท่านั้นจะดูรบกวนผู้โดยสารคนอื่นน้อยที่สุด

 

พาขึ้นรถแท็กซี่

“สงสัยคันก่อนไม่ยอมรับเพราะเห็นมีจักรยานน่ะสิ เขาคงคิดว่าน่าจะปั่นไปเองดีกว่า” คนขับแท็กซี่พูดกับเราตอนที่เรามานั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ

เราต้องมานั่งเบาะหน้าเพราะตอนนี้เจ้าล้อจิ๋วกางเอกเขนกอยู่ตรงที่วางเท้าเบาะหลัง เราใช้บริการแท็กซี่เพราะเราจะรีบขึ้นทางด่วนไปหาเพื่อนแถวซอยเสนาโน่น เลยไม่อยากจะเสียเวลาพับรถ

พารถขึ้นแท็กซี่แบบไม่พับนี่จะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณเดินทางคนเดียว ถ้าไปกับคนอื่นเราขอแนะนำให้คุณพับรถเถอะ แล้วเพื่อนคุณที่มาด้วยกันอีกสองคนจะได้ไม่เคือง เพราะทันทีที่พับรถแล้ว คุณสามารถวางมันไว้ตรงกลางที่วางเท้าผู้โดยสารด้านหลังได้สบายๆ ไม่ได้รบกวนคนนั่งสองคนด้านหลังเลย

พารถไปดื่มกาแฟ

“วางไว้มุมไหนก็ได้ค่ะ” พนักงานที่ทำหน้าที่เป็นทั้งบาริสต้าและผู้ดูแลร้านเฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมกาแฟอยู่ด้านหนึ่งของร้านเธอบอกเรา หลังจากที่เราหิ้วจักรยานยังไม่ได้พับขึ้นบันไดมาถึงประตูหน้าร้านแล้วเรียบร้อย คงเป็นเพราะคนในร้านมีแค่ไม่กี่คน เธอเลยไม่ได้บอกให้เราพับรถหรือวางหลบมุมไหน เราเลยจัดการพับรถแล้ววางหลบมุมทางเดินเข้าจากที่จอดรถยนต์ แต่เพราะคนเข้าออกน้อยมากเพราะเริ่มเย็นแล้วเราเลยจัดการขอทางร้านเล่นกับรถด้วยการถ่ายรูปรถล้อจิ๋วลายพรางสีส้ม ทั้งพับยัดไว้ใต้เคาน์เตอร์ นั่งกางออกหน้าเคาน์เตอร์บาริสต้า แต่พอถึงจุดที่เราจะต้องพับรถเก็บหลังจากถ่ายรูปเล่นแล้ว เราก็แค่พับรถเก็บไว้ใต้โต๊ะแล้วก็นั่งดื่มกาแฟไป

และเมื่อถึงเวลากลับ เราแอบถามบาริสต้าว่าถ้าคราวหน้าเราเอาจักรยานคันใหญ่มาจะยกขึ้นร้านได้หรือเปล่า เธอรีบตอบทันทีว่า “ขอเป็นจอดหน้าร้านก็แล้วกันนะคะ แล้วเดี๋ยวจะให้พนักงานช่วยดูให้”

 

พารถไปโรงพยาบาล

ทันทีที่เราปั่นไปถึงประตูฉุกเฉินของโรงพยาบาล (เราไม่ได้มีอุบัติเหตุ แต่แวะมาเยี่ยมญาติผู้ใหญ่) เราก็อยากจะขอฝากรถไว้ตรงด้านนอกตึกเพราะกลัวว่ารถจะไปเกะกะคนมาหาหมอถ้าต้องวางไว้ตรงทางเดินด้านใน แต่ผิดคาดเพราะเจ้าหน้าที่บอกให้เรายกรถที่เรากำลังพับเข้าไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านในเลยจะสะดวกกว่า

ระหว่างที่เข็นรถเข้าไปตามทางเดินของโรงพยาบาล รถล้อจิ๋วของเราไม่ได้ดูแปลกประหลาดเลยสำหรับที่นี่เพราะมันดูคันเล็กกว่าเตียงป่วยที่เข้าออกทางนี้วันละร้อยหนตั้งเยอะ

 

พารถไปดูหนัง

คืนหนึ่งเราจองตั๋วหนังไว้ที่โรงหนังนอกกระแสในสีลมเป็นครั้งแรก ตอนที่ไปถึงก็ใกล้เวลามากแล้ว แต่เราไม่แน่ใจว่าโรงหนังมีขนาดใหญ่ขนาดไหน แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหิ้วรถปีนบันไดขึ้นไปโรงหนังบนชั้นสาม โชคดีที่โรงหนังเล็กๆ เล็กที่นี่พอจะมีซอกเล็กๆ ใต้เคาน์เตอร์ตรงประตูทางเข้าให้เราวางเจ้าล้อจิ๋วพับได้พอดิบพอดี เราเลยเข้าไปดูหนังได้อย่างสบายใจ

พารถไปทำงาน

แน่นอนว่าตึกกองบก.ไซคลิ่งพลัสไม่เคยรังเกียจรถจักรยานเลยสักนิดไม่ว่าจะเป็นคันเล็กหรือคันใหญ่ แต่ถ้าเป็นรถเล็กจะได้สิทธิพิเศษเล็กน้อยตรงที่เราสามารถเดินเข้าหน้าตึกแล้วพับเดินเข้าลิฟต์ราวกับหิ้วกระเป๋ามาทำงาน แต่เจ้าล้อจิ๋วได้สิทธิพิเศษมากกว่านั้นคือ เราสามารถเข็นรถผ่านประตูขึ้นลิฟต์ไปจอดไว้ข้างโต๊ะทำงานได้เลยทีเดียว

 

 

 

Related Post

ล้อจิ๋ว…ไปไหนไปกัน

Cycling Plus Thailand