ราคาเฟรมเซ็ต 49,000 บาท

นับตั้งแต่ “โจ ทานากะ” นักไตรกีฬาชาวญี่ปุ่นเริ่มสร้างจักรยานด้วยมือตนเองเพื่อลงแข่งในไตรกีฬา และสามารถทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน จนถึงทุกวันนี้ Ceepo กลายเป็นแบรนด์จักรยานไตรกีฬาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ไม่แปลกใจที่ความมุ่งมั่นในสไตล์สายเลือดซามูไร จะพาให้จักรยานทุกรุ่นรวมถึง Mamba คันนี้ถูกนำไปทดสอบพัฒนาในอุโมงค์ลมอย่างจริงจัง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าภูมิใจ

 

Mamba ถือเป็นสายพันธุ์เสือหมอบกึ่งไตรกีฬาของ Ceepo ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดผู้เริ่มอยากสัมผัสไตรกีฬา แต่ยังไม่พร้อมที่จะออกรถไตรฯ แท้ๆ มาหนึ่งคัน ดังนั้น ด้วยรายละเอียดการออกแบบทั้งหมด โจ ทานากะ จึงจับเอาบุคลิกภาพของเฟรมไตรกีฬามาผสมผสานกับเฟรมเสือหมอบแอโรไดนามิกส์ ให้ได้จักรยานเสือหมอบที่กลายร่างเป็นรถไตรกีฬาได้ในยามที่ต้องการ ส่วนผสมนี้จึงสร้างให้ Mamba กลายเป็นเสือหมอบที่น่าสนใจสำหรับ ไซคลิ่งพลัสไทยแลนด์ ในทันที เพราะ องศาของท่อนั่งที่ 75-76 องศา ชันกว่าเสือหมอบทั่วไปอย่างชัดเจน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสามารถรองรับการเซ็ตรถเป็นรถไตรกีฬาได้ทันที (ร่วมกับแอโรบาร์แบบคลิปออน) แต่จุดหนึ่งที่เราสนใจจริงๆ คือ ระยะตั้งแต่กะโหลกไปจนถึงดุมล้อหน้าที่ยาวกว่าเสือหมอบปกตินิดหน่อย คล้ายคลึงกับที่พบในเสือหมอบแบบเอ็นดูรานซ์ แต่สิ่งที่ต่างคือ ช่วงท้ายเฟรมที่สั้นเพื่อการส่งกำลังที่ดี แตกต่างจากเสือหมอบเอ็นดูรานซ์ที่มีฐานล้อยาวจากทั้งช่วงหน้าและช่วงท้ายของเฟรม

 


ความน่าสนใจนี้ทำให้เราคาดเดาบุคลิกภาพของเฟรมเอาไว้ว่ามันน่าจะนิ่งและทรงตัวได้ดีอย่างมีเสถียรภาพ นั่นไม่แปลกเพราะรถไตรกีฬา มักมีช่วงหน้ารถที่ทำมุมลาดกว่าเสือหมอบทั่วไป รถจะวิ่งนิ่งและไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แต่ก็เสียความปราดเปรียวว่องไวในการดึงเข้าโค้งหักมุมแบบเสือหมอบแท้ๆ ไปด้วย ไม่แปลกที่ก่อนขี่เราจะรู้สึกว่า รถคันนี้ น่าจะออกอาการตื้อสักหน่อย และไม่น่าจะให้ชีวิตชีวาที่ดีมากนัก แต่ก็ยังไม่สามารถฟันธงทุกอย่างลงไปได้ เพราะด้วยรูปลักษณ์โดยรวมของรถ แม้ว่าจะมีองศาไปทางไตรกีฬาและมีความคล้ายกับรถเอ็นดูรานซ์ แต่ปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ กลับมีความเป็นเสือหมอบแข่งขันเต็มตัว อาทิเช่น กะโหลกที่หนาบึกบึน ท่อคอนที่ดูแอโรไดนามิกส์ และล่ำสัน ตะเกียบโซ่ที่สั้นกระชับส่งกำลังได้แบบไม่เสียเปล่า ธงจึงถูกฟันมาที่ความเป็น “พันธุ์ทาง” อย่างแน่นอน

 

รถทดสอบที่เราได้มาประกอบมาด้วยอะไหล่ระดับกลางๆ พื้นฐาน ชุดขับเคลื่อน Shimano 105 รวมถึงบรรดาจุดสัมผัส (contact points) เกรดกลางๆ มาตรฐานทั่วไป ล้อยอดนิยมจาก Shimano ที่ไม่ได้มีอะไรหวือหวา ถ้าเทียบแล้ว นี่คือสเป็กของเสือหมอบระดับกลางที่สามารถประกอบได้สำเร็จในงบประมาณราวเกินครึ่งแสนมานิดหน่อย ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีตัวเลือกมากมายทั้ง คาร์บอนระดับกลาง ลูมีเนียมระดับสูง ไปจนถึงแบรนด์ทางเลือกที่ขนเอาความคุ้มค่ามาให้เลือก ดังนั้นการที่ Ceepo Mamba จะยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ย่อมไม่ง่ายหากเฟรมไม่ได้มาพร้อมกับความพิเศษที่ตรงใจผู้ซื้อจริงๆ

 

เฟรมเปล่าน้ำหนัก 1100 กรัม ทรงแอโรไดนามิคส์ ตะเกียบเพรียวบางแหวกลม และท่อล่างที่ลู่ลม กับช่วงท้ายที่สั้นกระชับเพื่อการส่งกำลังที่ดี มากับองศาแปลกตา ผสมผสานความเป็นเสือหมอบและไตรกีฬาอยู่ด้วยกัน

 

เส้นทางทดสอบเราใช้เส้นทางสุดคลาสสิก จากจังหวัดระยอง เริ่มต้นที่แหลมแม่พิม มุ่งหน้าสู่เนินนางพญา จังหวัดจันทบุรี ระยทางไปกลับ 120 กิโลเมตร รวมระดับควาสูงที่ต่ราวๆ 240 เมตร เส้นทางมีทั้งเนินชันสั้นๆ ให้เราได้ทดลองกระแทกใส่เพื่อไต่เนินกันแบบสุดขีด ทั้งลมแรงจากอ่าวไทยที่เข้ามาเป็นอุปสรรค และโค้งสะบัดไปมาตามเส้นทางคดเคี้ยวลัดเลาะพื้นที่ท่องเที่ยวและชุมชนภาคตะวันออก ที่สำคัญ เราได้หัวลากชั้นดี กัปตันทีม Wood Land Cycling มาเป็นหัวจักร ทำความเร็วทะยานไปตลอดเส้นทาง สิ้นสุดการเดินทางด้วยระยะเวลาล้อหมุนเกิน 3 ชั่วโมงมาเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น นี่จึงเป็นสนามการทดสอบ “สัมผัสแรก” ที่ครบเครื่องที่สุดครั้งหนึ่งที่เราได้ลองรถมา

 

สัมผัสแรก
เมื่อเราเซ็ตรถเป็นที่เรียบร้อย ติดตั้งขากระติกแบบมาตรฐาน รวมถึงบันไดพาวเวอร์มิเตอร์ Garmin Vector 2 ที่มั่นใจใช้เป็นอุปกรณ์ทดสอบรถเสมอๆ และนำจักรยานไปเก็บภาพรายละเอียด เราพบว่า หลายๆ ส่วนมีความคลาสสิกอย่างลงตัว รูปทรงของรถดูแล้วเซ็กซี่ตามสมัยนิยม ตะเกียบท่อนั่งเยื้องล่างกับจุดเชื่อมหลักอาน ติดตั้งเบรกมาตรฐานทั่วไป หลักอานสามารถกลับด้านได้เพื่อรองรับการแต่งเป็นรถไตรกีฬา ท่อคอทรงลู่ลมให้ความรู้สึกเฟี้ยวฟ้าว งานสีทำได้น่าพอใจมาก แต่จุดที่สะดุดตาให้เรารู้สึกไม่ค่อยชอบใจนักคือ รัดหลักอานที่ดูแล้วตกสมัยไปสักหน่อย หากเก็บซ่อนให้เนียนตากว่านี้ก็จะถือว่านี่เป็นเฟรมที่ทำออกมาได้น่ามองมากคันหนึ่ง โดยเฉพาะทรงท่อนอนที่ดูแล้วโค้งนิดหน่อย และมีหน้าตัดเพื่อรับแรงและช่วยในการให้ตัวได้เพื่อสลายแรงสะเทือนในส่วนที่วิ่งเข้าหาท่อนั่ง พาให้นึกถึงเสือหมอบแข่งขันอีกหลายๆ ตัว

 

 

เราได้ทดลองขึ้นไปนั่งกดบันไดเบาๆ ให้รถวิ่งไปบนเส้นทางสั้นๆ ภายในที่พัก แม้แต่บนสนามหญ้า ลองหักวงเลี้ยวแคบดูว่ารถตอบสนองอย่างไรบ้าง และเป็นไปตามคาดที่พบว่ารถทรงตัวได้ง่ายดาย ง่ายจนเรียกได้ว่าแม้จะเพิ่งมาหัดปั่นเสือหมอบ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจักรยานคันนี้จะเป็นม้าพยศให้คุณหวาดเสียว และมีวงเลี้ยวที่ค่อนข้างน่าพอใจ แน่นอนว่ามันไม่ได้หักคมแคบได้อย่างเสือหมอบแข่งขันที่มีองศาด้านหน้าชันๆ ฐานล้อสั้นๆ แต่เทียบกับระยะของเฟรมแล้ว พบว่ามันทำได้ดีกว่าเฟรมเอ็นดูรานซ์บางตัวเสียด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะช่วงท้ายที่สั้น ร่วมกับท่อนั่งที่ชัน ทำให้น้ำหนักของคนขี่ตกลงมาช่วงครึ่งหน้ามากขึ้นกว่ารถเอ็นดูรานซ์ ยิ่งเมื่อเราตัดสินใจใช้สเต็ม -17 องศา และรองแหวนเพียง 10 มิลลิเมตร กับท่อคอสูง 100 มิลลิเมตร ถือว่านี่คือมิติที่ดุดันพอสมควร ทำให้รถตอบสนองช่วงหน้าได้ไวขึ้นกว่าที่คาดเอาไว้ ผลรวมทำให้ได้จักรยานที่แก้ไขจุดแปลกของตัวมันเองด้วยการเซ็ตรถได้ไม่เลว ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เรามั่นใจว่า หากปรับเซ็ตในทางกลับกัน ให้ได้องศาที่สบายอีกสักหน่อย รับรองได้ว่า นี่จะเป็นจักรยานที่เข้าใกล้รถเอ็นดูรานซ์ได้อย่างดีเยี่ยมยอดคันหนึ่ง แต่ยังคงควาเปรียวแบบเสือหมอบเอาไว้ได้

 

 

ผลที่ได้รับจากการทดสอบ
Ceepo Mamba โดยรวมแล้วไม่ได้แตกต่างอะไรจากเสือหมอบปกติเลยแม้แต่นิดเดียว จะมีก็เพียงลักษณะเฉพาะเรื่องของความนิ่งของรถ ที่เมื่อมองให้กว้างๆ เข้าไว้ ก็จะพบว่า มีเสือหมอบทรงแอโรไดนามิกส์อีกหลายๆ ค่ายที่ให้ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน เนื่องจากดึงเอาบุคลิกภาพของรถไทม์ไทรอัลเข้ามาผสมเป็นสัดส่วนมากกว่าคันอื่นๆ ที่เอียงไปทางเสือหมอบทั่วไปมากกว่า ดังนั้น หากข้อกังวลที่ถูกตั้งเอาไว้แต่แรกถึงองศาอันผสมผสานนี้จะเป็นกำแพงในการใช้งานแล้วต้องบอกว่า นี่คือข้อสมมุติฐานที่พวกเราจินตนาการไว้ทั้งนั้น ความจริงของมันถูกพิสูจน์ได้ในเพียง 30 นาทีแรกของการขี่บนเส้นทางทดสอบ เมื่อชินกับการตอบสนองของรถก็พบว่า เราจะไม่รู้สึกถึงความเป็นเสือหมอบกึ่งไตรกีฬาแม้แต่นิดเดียว

 

อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนของเฟรมนี้ ถูกสะท้อนขึ้นทันทีเมื่อเราเข้าถึงช่วงจังหวะที่เส้นทางเป็นเนินเขาสลับขึ้นลง ความชันระดับ 3-7% สั้นบ้าง ยาวบ้างระคนกันไป แต่อย่าเพิ่งฟันธงกันว่านี่คือเสือหมอบที่ไต่เขาได้ไม่ดี เพราะเราพบว่าหากเราขึ้นเนินไปด้วยอัตราเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือออกแรงอย่างสม่ำเสมอ Mamba ไม่ได้มีความด้อยกว่าเพื่อนให้ต้องกังวล เฟรมที่บึกบึนในช่วงล่างแม้ไม่ได้ออกแบบมาสุดขีดตามสไตล์รถที่สติฟฟ์มากๆ แต่ก็เพียงพอสำหรับการรับแรงบิด 200-350 วัตต์ไปเรื่อยๆ โดยไม่เกิดอาการย้วยตัวให้ได้เห็นหรือรับรู้ได้ ความไม่สมบูรณ์แบบจะเกิดที่เนินเขาที่ชันกว่านั้น และการกระชากขึ้นด้วยแรงบิดมากๆ โดยเฉพาะช่วงปลายของเส้นทาง ที่เนินนางพญา อ่าวคุ้งวิมาน ที่หากใครได้ไปสัมผัสจะพบกับเนิน 2 เนินรออยู่ให้กระชากขึ้นไปอย่างรุนแรง ความชันระดับที่ต้องเลือกอัตราทดให้พอเหมาะและความยาวที่มากก่าระยะพิกัด 15 วินาที ของเนินแรก ทำให้เมื่อเราระเบิดพลังที่เกือบๆ 500 วัตต์ ขึ้นไป รถกลับตอบสนองได้ไม่ทันใจเท่าที่ควร ส่งผลให้ต้องตัดสินใจใส่แรงลงไปอีกเพื่อไม่ให้ห่างจากกลุ่มหน้ามากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านยอดเนินไปได้แล้ว เข้าสู่ทางลงและโค้งกว้างๆ ยาวๆ Mamba สามารถดิ่งทำความเร็วและเฉี่ยวเข้าโค้งปิดช่องว่างจากเนินเขาได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้น สำหรับการไต่เขาระยะยาวๆ แบบนักไต่เขาของจริง ที่เน้นการกระชากขึ้นไปด้วยแรงบิดสูงๆ เป็นจังหวะๆ Mamba จะไม่ใช่รถที่ตอบสอนงได้ทันใจ อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่านี่คือสเป็กรถที่ประกอบมาแบบมาตรฐาน แม้เราจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ แต่เชื่อว่า เพียงหาล้อดีๆ ที่ทำน้ำหนักหายไปครึ่งกิโลกรัมมาใส่ ก็สามารถชดเชยด้านนี้ไปได้ไม่ยากเลย

 

สิ่งที่เกินคาดที่ต้องยกนิ้วให้ และเราเองก็หาคำตอบไม่ได้ว่ามันมาจากเหตุอะไรคือความสามารถในการเข้าโค้งที่ดีเกินองศาช่วงหน้าที่ลาดกว่าเสือหมอบทั่วไป เราพบว่าการเทโค้งกว้างๆ ทำได้ไม่ยากนัก สมดุลของเฟรมจัดวางมาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าต้องหักคอเลี้ยวมากหน่อยในโค้งแคบๆ แบบรูปตัว S และทิ้งน้ำหนักช่วยเพื่อโหนให้รถเหวี่ยงตัวเองออกไปได้ แต่ในสภาพปกติถือว่านี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคของการขี่แบบคดเคี้ยวเลย

 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเฟรมจะทำความเร็วได้ดี และคงความเร็วได้ในระดับที่จัดว่ายอดเยี่ยม แต่นี่ไม่ใช่อาวุธรับมือการขี่แบบไครทีเรียมระยะสั้น ที่มีการเข้าโค้งคมๆ และกระแทกเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง เพราะจุดอ่อนเรื่องความคล่องตัวและเฟรมที่ไม่ได้สติฟฟ์สุดขีดจะกลายเป็นปัญหาที่ต้องปรับตัวกันอยู่นานกว่าจะเข้าใจลักษณะนิสัยกันได้ ในทางตรงกันข้าม หากคุณนำไปขี่เส้นทางยาวไกล ทำความเร็วคงที่ และใช้งานมันอย่างรู้ถึงความเด่นของมัน นี่เป็นเสือหมอบสำหรับพิชิตทางไกลที่พร้อมเทียบชั้นเสือหมอบแท้ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ความนิ่งของมันช่วยลดภาระร่างกายในการคุมรถไปได้ไม่น้อย แม้กระทั่งช่วงถนนที่สั่นสะเทือน เราก็ไม่ต้องพะวงว่าหน้ารถจะสะบัดไปมาจะแรงกระแทกของถนนเลย

 

 

HIGHS : สามารถปรับเป็นรถไตรกีฬาได้อย่างง่ายดาย องศารถที่มีเอกลักษณ์ การคงความเร็วที่ยอดเยี่ยม
LOWS : เฟรมไม่ได้สติฟฟ์สุดขีด อาจไม่ถูกใจคนตัวใหญ่ และรัดหลักอานที่ดูไม่เรียบร้อยมากนัก
BUY IF : ถ้าคุณเป็นนักปั่นชอบการออกทริป ชอบความท้าทายของเส้นทางหลากหลาย และเน้นการทำความเร็วคงที่ อยากได้รถที่ขี่สบาย แต่ไม่อยากได้ความรู้สึกแบบเสือหมอบเอ็นดูรานซ์ และถ้าอยากได้โอกาสที่สัมผัสกับความรู้สึกแบบรถไตรกีฬาได้อย่างง่ายดายในคันเดียว และต้นทุนที่แสนคุ้มค่า Ceepo Mamba เป็นคำตอบที่น่าพิจารณาอย่างยิ่ง

Related Post

First Ride : Ceepo Mamba เสือหมอบที่เกิดจากคนไตรกีฬา ที่เป็นได้มากกว่าแค่รถไตรฯ

Cycling Plus Thailand