สำหรับคันที่สอง ที่จะได้ไปไต่ระห่ำท้าความชันของภูเขาสุดโหดแห่งวงการจักรยานเอเชีย คือรถที่หลายๆ คนมองว่าแสนจะอืดอาดบนภูเขา ด้วยความที่เป็นเฟรมแอโรแบบเต็มตัว ถอดทรงมาจากรุ่นพี่ในสายพันธุ์ Propel และเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมเป็นหลัก น้ำหนักทั้งคันแน่นอนว่าแตกต่างจากรถสายแต่งเบาอยู่เป็นกิโลกรัม แต่เขาสามารถควบเสือหมอบคันนี้ทะยานไปบนเนินชันได้อย่างว่องไว ความคล่องตัวแบบรู้ใจกันน่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ในปีนี้ เสือหมอบ Propel อะลูมิเนียนคันนี้จะได้มีโอกาสทะยานไปบนถนนเคียงข้างกับรถระดับล้ำหน้าโปรทัวร์อีกนับพันคัน

 

สเปกของรถที่จะไปขึ้นงาน Taiwan KOM Challenge 2017 จะแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย มากับชุดขับเคลื่อน Shimano 105 จานหน้าเลือกใช้ขนาด 50/34 และวางแผนเปลี่ยนไปใช้เฟือง 11-32 เป็นตัวช่วยบนทางยาว และเพียงสิ่งเดียวที่จะถูกเปลี่ยนคือชุดล้อ จากล้อติดรถมาตรฐานจะเปลี่ยนเป็นชุดล้อ Shimano Dura-Ace C24 ซึ่งช่วยลดภาระน้ำหนักที่จุดหมุนไปได้มากมาย

 

จุดแรกของการมองหารถเพื่อเป็นอุปกรณ์ลงแข่งไตรกีฬาของนักปั่น นักวิ่งสายอึด และงบประมาณที่เลือกบริหารอย่างมีเหตุผลเน้นความคุ้มค่า ทำให้เขาเลือกสีที่ถูกใจในโทนเหลือง และมาคว้าเอาเฟรมแอโรไดมามิกส์คันนี้ไปใช้งาน เพราะรูปร่างที่แทบจะถอดแบบมาจากรุ่นท็อปทำให้มันมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมบนทางราบ วัสดุที่มีความสติฟฟ์น่าพอใจ ตอบสนองแรงได้ดีในทุกอัตราเร่ง เป็นเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจที่จะปั่นพาเจ้าเสือหมอบคันนี้ไปทั่วทุกแห่งของประเทศไทย และยังไม่เคยเจอเส้นทางใด ที่มันจะไปไม่ได้ นี่จะเป็นบททดสอบใหญ่ชิ้นแรกที่สำคัญของทั้งเขาและจักรยานคู่ใจ

 

ติดตามรอชมและส่งแรงใจเชียร์เจ้าของรถและเสือหมอบสำเร็จที่แทบไม่ได้แต่งอะไรเลย บนรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของเอเชียได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้

Related Post

KOM’s Bike Part II

Cycling Plus Thailand