First Ride

 

 

ในกิจกรรม Specialized Thailand Media Tryout ที่ผ่านมา ไซคลิ่งพลัสไทยแลนด์ได้มีโอกาสร่วมทดสอบเสือหมอบร่วมกับสื่อชั้นนำและนักปั่น กูรูคนดังของวงการเสือหมอบในโอกาสนี้ และหนึ่งในรถที่พวกเรามีโอกาสทดสอบในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในรถที่พวกเราจับตามองมาอย่างตลอด เนื่องจาก Cycling Plus UK และ Bikeradar ได้ยกให้มันเป็นสุดยอดรถแห่งปี 2017 เมื่อกลางปีที่ผ่านมา แม้ว่าเราจะยังหาคิวทดสอบรถรุ่นนี้ยังไม่ลงตัว แต่ในที่สุดโอกาสนี้ก็มาถึง

 

 

Roubaix จัดเป็นรถในสายเอนดูรานซ์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือการแข่งขันสุดหิน Paris-Roubaix หนึ่งในห้ารายการสำคัญของการแข่งจักรยานแบบวันเดียวที่ถูกขนานนามว่า “The Monuments” ที่มีจุดเด่นด้วยเส้นทางบนถนนอิฐเก่าแก่แบบโรมันยาวๆ หลายช่วงของการแข่ง ที่จะสั่นสะท้านให้ร่างกายและจักรยานของนักแข่งต้องเด้งคลอนไปตามแรงกระแทกด้วยความเร็วสูง

 

 

ดังนั้นในจุดกำเนิดแรกๆ ของรถในสายพันธุ์นี้จึงมุ่งเน้นไปที่การซับแรงสะเทือนที่ส่งมายังนักปั่นเป็นจุดสำคัญ เพราะร่างกายที่มีความล้ากรอบน้อยกว่า ก็จะมีโอกาสที่จะคว้าชัยในช่วงสุดท้ายได้มากกว่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่เพียงเฉพาะ Specialized เท่านั้นแต่รถเสือหมอบเกือบทุกแบรนด์ต้องพยายามพัฒนาเฟรมให้ช่วยในสถานการณ์แบบนี้กันทั้งสิ้น

 

 

แต่แล้วจากการพัฒนาต่อเนื่องมายาวนาน ทำให้ทีมออกแบบของ Specialize ค้นพบความจริงใหม่ร่วมกับทีมวิจัยแข่งรถสูตรหนึ่ง McLaren ซึ่งเข้ามาจับมือร่วมวิจัยกันมายาวนานเกือบสิบปี ว่าปัจจัยสำคัญของความเร็วที่ทำได้บนถนนแบบนั้น รวมถึงการควบคุมที่มีเสถียรภาพ มาจากความราบเรียบของการปั่น

 

 

และความสามารถในการสัมผัสกับพื้นผิวอย่างมีประสิทธิภาพของยางล้อ โดยเฉพาะล้อหน้าของจักรยาน พวกเขาพบว่า ทุกๆ แรงกระแทกของผิวถนน ส่งให้รถลอยขึ้นด้านบน และสูญเสียโมเมนตัมการเคลื่อนที่ที่ร่างกายอุตส่าห์สร้างให้รถทะยานออกไปข้างหน้า

 

 

และแน่นอนว่ามันคือการผลาญพลังงานอันมีค่าของนักแข่งไปเปล่าๆ ด้วยเหตุนี้เอง จากแนวคิดการ “ซับ” แรงสะเทือนแบบเดิม จึงมาเป็นแนวคิดการ “ลด” แรงสะเทือนในแนวแรงกระทำมากที่สุด ในขณะที่ตัวเฟรมเองมีหน้าที่ในการ “ซับ” แรงสะเทือนด้วยการวางวัสดุที่สามารถให้ตัวได้เพื่อสลายแรงกระทำจากดุมล้อในส่วนของท่อนั่ง ตะเกียบท่อนั่ง และท่อบน ในขณะที่ท่อล่าง และจุดส่งกำลังยังคงเลือกใช้คาร์บอนที่ให้ความสติฟฟ์สูงเช่นเดิม เพื่อการส่งกำลังที่ยอดเยี่ยมในสถานการณ์แข่งขัน

 

 

 

จุดเด่นของ Roubaix ใหม่ล่าสุดคือระบบลดแรงสะเทือนที่อยู่ภายในท่อคอและซางตะเกียบ พวกเขาเลือกวางตำแหน่งกลไกที่เรียบง่าย ลดแรงสะเทือนด้วยสปริงซับแรงกระแทก แทนที่ระบบลูกยางหรือน้ำมันเหมือนเสือภูเขา เนื่องจากขดสปริงสามารถยุบและคืนตัวได้อย่างอิสระ ไม่ต้องรอให้คืนตัวก่อนยุบใหม่

 

 

มาพร้อมกับสปริงความแข็ง 3 ระดับขึ้นอยู่กับความต้องการของนักปั่นเลือกประกอบได้ หัวใจสำคัญที่ระบบนี้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งกว่าวิศวกรรมการออกแบบเดิมคือแรงสะเทือนจากถนนที่ส่งมายังยางล้อและดุมที่ส่งมาต่อยังตะเกียบหน้า ถูกลดแรงในทิศทางแนวตรงกับแรงสะเทือนแทนที่จะซับและกระจายแรงออกไป

 

 

และการที่กลไกอยู่ภายในท่อคอและช่วงซางตะเกียบนี้เอง ทำให้ระบบนี้ไม่มีผลอะไรกับการควบคุมรถเมื่อเข้าโค้งและความสติฟฟ์ของด้านหน้ารถ คุณไม่สามารถบิดหรือขยับให้ท่อคอให้ตัวในแนวนอนได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันยุบตัวในแนวดิ่งได้อย่างง่ายดาย ง่ายจนน่าตกใจ

 

 

ที่ท่อนั่ง นักออกแบบของ Specialized ยังใส่กลไกการซับแรงมาในกล่องที่เห็นเด่นชัด ที่อาจทำให้เข้าใจว่านี้คือจักรยานไฟฟ้าในวินาทีแรกที่คุณพบเห็น แต่ภายในคือระบบที่ช่วยให้การเคลื่อนตัวของท่อนั่งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่นั่งที่มีอิสระจากท่ออื่นๆ หลักอานสามารถให้ตัวได้ในแนวหน้าหลัง ถือเป็นแนวคิดการออกแบบเดิมที่เพิ่มกลไกง่ายๆ เข้าไป

 

 

ส่งผลให้ทำงานได้สมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม และจากระบบการทำงานของทั้งด้านหน้าและหลังที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ทำให้เฟรมยังสามารถใช้วัสดุเพื่อความสติฟฟ์ในส่วนสำคัญได้อย่างเต็มที่เช่นเคย เพราะอย่าลืมว่าอย่างไรเสีย นี่คือจักรยานที่ถูกสร้างมาเพื่อการแข่งขัน ทำความเร็ว ไม่ใช่สำหรับปั่นเล่นกินลมชมวิว เพียงแค่มันสามารถรองรับทางไกลและสภาพถนนที่สุดหินได้

 

 

องศาของเฟรมถูกปรับให้ดุดันมากขึ้น โดยปกติแล้วรถ Roubaix และสายพันธุ์เอนดูรานซ์อื่นๆ มักจะมีท่อนั่งสั้น รวมถึงท่อคอที่สูงกว่าปกตินิดหน่อย เพื่อให้มีท่าปั่นที่ผ่อนคลาย สามารถปั่นได้เป็นระยะเวลานานๆ แต่เมื่อรถถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพในการช่วยลดความล้าได้แล้ว ทีมออกแบบจึงตัดสินใจปรับองศาให้ดุดันมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงกับรถสายทำความเร็วอย่าง Tarmac และ Venge

 

 

ในอีกทางหนึ่งพวกเรามองว่ามันคือการขยายตลาดให้มากขึ้น เพราะในระยะแรก รถในสายนี้ถูกมองว่าเป็นรูปแบบสำหรับคนมีอายุ หรือปั่นแบบไม่เน้นความเร็ว การปรับมิติเฟรมให้ดุดันน่าจะช่วยให้ตลาดยอมรับได้ง่ายขึ้น เพราะจากการปรับในทิศทางนี้ ทำให้ในปี 2017 รถเอนดูรานซ์ได้รับการตอบรับที่ดีมากในตลาดต่างประเทศ

 

 

 

Test Ride

เราได้ทดสอบ S-Works Roubaix Disc ในสเปกระดับท็อป มากับชุดขับเคลื่อน Sram Red eTap แบบดิสก์เบรกไฮดรอลิก ทำน้ำหนักทั้งคันได้อย่างน่าพึงพอใจที่ไม่เกิน 7.5 กิโลกรัม รวมกับบันได นั่นเป็นเพราะเฟรม S-Works Roubaix มีน้ำหนักเพียงประมาณ 8 ขีดเท่านั้น

 

 

และนี่คือระดับน้ำหนักของรถแข่งขันแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะมีกลไกระบบซับแรงเข้ามาร่วม ก็ยังไม่ส่งผลกับน้ำหนักโดยรวมจนเป็นปัญหาแบบรถเอนดูรานซ์ในอดีต และนี่เองที่ทำให้เราตื่นเต้นที่จะพามันออกไปโลดแล่นบนเส้นทางแถบเขาใหญ่ ผ่านเนินชัน สั้นยาวเป็นระยะๆ ให้ได้กระชากขึ้นเนินกันอย่างดุเดือด

 

 

รวมถึงขาลงที่ได้ดิ่งทำความเร็วสูงกันเต็มที่เพื่อประเมินความเสถียรของรถได้อย่างถึงแก่นแท้ และยังมีถนนบางช่วงที่ผิวไม่ราบเรียบ แน่นอนว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับอิฐในยุโรปที่เราเคยไปพบมาแล้ว แต่ก็ส่งให้เรารับรู้ได้ถึงความสามารถของการรับมือกับแรงสะเทือนจากถนนของ Roubaix

 

 

สัมผัสแรกที่ขึ้นไปคร่อมและลองกดน้ำหนักลงไปพบกับความประทับใจปนสงสัยของระบบซับแรงสะเทือนที่คอ นี่คือระบบที่นิ่มที่สุดในเสือหมอบที่เราเคยเจอ มันทำงานได้ไม่แพ้ระบบของเสือภูเขา มีช่วงยุบสูงถึง 20 มิลลิเมตร แต่ให้ความรู้สึกแน่นเมื่อขึ้นไปขี่จริงๆ เราไม่รู้สึกว่าแฮนด์กำลังขยับให้ตัวได้ไปมา

 

 

แต่ทันทีที่รถวิ่งรูดผ่านผิวถนนที่ไม่ราบเรียบ จะรู้ได้ทันทีว่าแรงกระแทกนั้นลดลงไปอย่างมาก เรียกได้ว่า Roubaix มีความสามารถในการลดแรงสะเทือนที่ล้อหน้าดีกว่าช่วงท้ายเฟรมมาก ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้เฟรมลดการกระดอนดีดตัวไปมาบนถนนตะปุ่มตะป่ำได้ดี

 

 

หากคุณอยากได้ความรู้สึกแน่นบนทางสุดโหด ลองขยับตัวถอยไปนั่งช่วงท้ายของอาน เพื่อกดน้ำหนักลงล้อหลังมากขึ้น จะพบว่าความสะเทือนขึ้นมาที่ตัวอย่างสม่ำเสมอ

 

 

และรถไม่มีอาการเด้งไปมาตามแรงกระแทก ส่งผลให้เราควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย และคงความเร็วเอาไว้ได้ง่ายขึ้น

 

 

น้ำหนักรถและความสติฟฟ์ พิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมว่ามันทำความเร็วได้ดีบนทางราบ การไต่เขาทางชันและทำความเร็วสูงทำได้ดีมาก อาจมีอาการตื้อในปลายความเร็วอยู่บ้าง แต่แก้ไขได้ด้วยล้อขอบสูงสักชุดก็จะช่วยให้การปั่นไปบนทางราบทำได้ถึงใจมากขึ้น

 

 

การขึ้นเนินแบบนั่งปั่นไม่มีปัญหาอะไรสะกิดใจเรา แต่หากคุณเป็นนักไต่เขาแบบกระชากกระชั้นยืนขย่มน้ำหนักเต้นไปบนบันได อาจรู้สึกหงุดหงิดกับอาการยุบตัวได้ของแฮนด์บ้างเล็กน้อยยามทิ้งน้ำหนักย้ายรถไปมา และนี่น่าจะเป็นจุดกวนใจสำคัญเลยก็ว่าได้

 

 

ที่ทางราบเมื่อออกแรงสปรินต์ ในลักษณะของการกระชากความเร็ว หรือการเข้าเส้นชัย อาการยุบตัวได้ของด้านหน้าลดลงไปบ้าง แต่ยังเหลืออยู่ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสปรินเตอร์ที่นิยมการทิ้งตัวต่ำลงด้านหน้ารถเพื่อมุดหลบกระแสลมแรง เพราะน้ำหนักร่างกายจะเสียไปกับการยวบตัวได้ของช่วงคอ

 

 

แต่สิ่งที่วางใจได้คือ คุณไม่มีทางรับรู้ได้ว่าแฮนด์บิดตัวไปมาในแนวข้างแบบอาการย้วยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะพยายามอัดแรงบิดสูงๆ ท่อคอและแฮนด์ รวมถึงตะเกียบหน้าก็ยังสติฟฟ์ดีอยู่ยามสปรินต์ ถือว่าการออกแบบสามารถรองรับความต้องการในการใช้งานได้อย่างสุดขีด

 

 

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รถที่คุณจะมาสปรินต์ทำความเร็วทะลุ 60 วัดกันหน้าเส้นเพื่อชี้ชัดว่าใครคือผู้ชนะ แต่มันคือรถที่จะทำให้คุณมีแรงเหลือไปถึงปลายทางได้อย่างสดชื่น

 

 

และร่างกายที่พร้อมจะระเบิดพลังมาเอาชนะได้ในที่สุด ในทางกลับกันหากคุณเป็นนักปั่นทั่วไป ไม่ได้มองไปถึงความสำเร็จในการแข่งขันที่อันดับการเข้าเส้นชัย นี่คือจักรยานที่คุณจะขี่ได้นานกว่าเดิม สนุกกับเส้นทางได้มากขึ้น และยิ่งคุณขี่จักรยานบ่อยเท่าไร ก็จะยิ่งได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วยนั่นเอง

 

 

 

HIGHS การรับมือกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำได้ยอดเยี่ยม น้ำหนักเบา ตอบสนองได้แทบไม่ต่างจากเสือหมอบระดับแข่งขัน

LOWS อาการยุบตัวนิดหน่อยหากทิ้งน้ำหนักลงในแนวของท่อคอตรงๆ และความสงสัยในเรื่องการดูแลรักษาระยะยาว

 

 

BUY IF จักรยานประเภทนี้เหมาะกับนักปั่นทุกประเภท โดยเฉพาะนักปั่นทั่วไปที่ร่างกายไม่ได้มีความยืดหยุ่นมากแบบโปร ไม่มีเวลาฝึกซ้อมมากจนแกร่งแบบโปร การที่จักรยานช่วยให้ร่างกายคุณไปต่อได้ โดยที่มันเองทำความเร็วได้อย่างดี มันจะกลายเป็นเสือหมอบคันโปรดของคุณในไม่ช้า

Related Post

Specialized S-Works Roubaix

Cycling Plus Thailand