ไซคลิ่งพลัสได้มอบรางวัลจักรยานยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับ TREK Emonda ALR ทันทีที่เปิดตัวครั้งแรก หลังจากที่ Trek ได้ส่งรุ่นท็อประดับโปรในซีรีส์ Emonda ALR ที่มาในวัสดุอะลูมิเนียม ที่มีคุณสมบัติเด่นในทุกๆ ด้านของเฟรมที่ดีในระดับแข่งขัน อาทิ ความเบา ความสติฟฟ์ของเฟรมที่รองรับการใช้งานจริงในระดับแข่งขัน เสริมด้วยความสบาย ควบคุมง่ายในขณะขี่ ตามแบบฉบับเสือหมอบยุคใหม่ จุดเด่นคือตัวเฟรมทำจากอะลูมิเนียมขึ้นรูปแบบไฮโดรฟอร์มิง ซึ่งเป็นการขึ้นรูปที่โดดเด่นที่สุดในเทคโนโลยีของเฟรมอะลูมิเนียม

 

เราได้ทำการทดสอบ Trek Emonda ALR5 ที่สนามจันทบุรี ซึ่งตลอดทางเป็นถนนเลียบชายหาดลมแรง โดยเราปั่นด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน จนสามารถมั่นใจได้ถึงสมรรถนะที่แท้จริงของเสือหมอบคันนี้

 

Emonda ALR5 เป็นเฟรมอะลูมิเนียม รหัส 300 Alpha เป็นวัสดุสูงสุดในตระกูลโลหะของ Trek จัดอยู่ในกลุ่มมิติ H2 หรือกลุ่มมิติที่เอื้อต่อการใช้งานทั่วไปของมาตรฐานนักปั่น องศาการปั่นไม่ดุดันจนมากเกินไป มีความลงตัวของตะเกียบคาร์บอนที่มีซางแบบเทเปอร์ที่ทั้งสติฟฟ์และช่วยลดแรงสะเทือนที่จะส่งมาที่มือน้อยลง

 

จุดเด่นแห่งความคุ้มค่าคือ ชุดล้อ Bontrager ที่ติดรถมาพร้อมกับซี่ลวดแบบแบน ซึ่งพบไม่ได้มากนักในเสือหมอบราคาเดียวกัน และขอบล้อที่รองรับการใช้งานร่วมกับยางแบบทูบเลส ชุดขับเคลื่อน Shimano 105 เต็มทั้งชุด และอะไหล่อื่นๆ ของ Bontrager รวมทั้งหมดแล้วหนักประมาณ 8 กิโลกรัม

 

 

หลังจากการทดสอบ เรามั่นใจว่า Trek Emonda ALR5 ไม่ใช่เพียงเสือหมอบที่ใช้ในการออกกำลังกายเท่านั้น เพราะเส้นทางทดสอบที่มีระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตร ไต่ความสูงขึ้นลงใกล้เคียงการไต่เขาลูกหนึ่ง ใช้ระยะเวลาไปไม่ถึงสามชั่วโมง การควบคุมรถทำได้ง่าย ไม่จัดจ้าน แต่ไม่แข็งทื่อในทางแคบ จัดได้ว่าเป็นเสือหมอบที่ไต่เขาได้สนุกสนาน จนลืมไปว่านี่คือจักรยานอะลูมิเนียม

 

การตอบสนองต่อแรงต่างๆ ทำได้คล้ายเฟรมคาร์บอนที่สติฟฟ์ระดับโปรอย่างมาก น้ำหนักเบาสำหรับเฟรมอะลูมิเนียม เมื่อไต่ขึ้นเนินชัน สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ ทุกครั้งที่ยืนกระทืบ รถสามารถพุ่งไปด้านหน้าโดยไม่รู้สึกถึงอาการลั่นหรือบิดตัวจากแรงกระทำ ในทางกลับกัน เมื่อลงเขายาวๆ รถวิ่งได้นิ่งสนิทเมื่อลงด้วยความเร็วสูง ไร้ซึ่งอาการส่ายให้ใจต้องระทึก

 

 

สิ่งที่เกินคาดหมายคือความสบายของเฟรมที่มากจนแปลกใจ ซึ่งต่างจากเฟรมอะลูฯ ยุคเก่าที่ไม่สามารถทำให้ความรู้สึกเมื่อยามขี่นุ่มนวลได้เช่นนี้

 

สิ่งที่เราผิดหวังเล็กน้อยคือเรื่องของสายเคเบิลต่างๆ ที่ยังดูระเกะระกะ ซึ่งจุดนี้อาจทำให้เป็นเสือหมอบระดับแข่งขันที่ดูภายนอกไม่ต่างจากเสือหมอบกลุ่มเริ่มต้นเท่าที่ควร แต่ในทางกลับกันระบบเดินสายนอกเฟรมนี้ทำให้นักปั่นสามารถดูแลรักษารถคู่ใจได้ง่าย แม้จะไม่เด่นเรื่องแฟชั่น แต่เรื่องการใช้งานนั้นไม่เป็นรองใคร

 

ข้อเสียอีกจุดหนึ่งคือ เมื่อปั่นที่ความเร็วประมาณ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การที่เราจะคงความเร็วนี้จะต้องมีการเติมแรงมากพอสมควร ส่วนหนึ่งต้องมองที่ล้อ ที่เป็นล้อขอบเตี้ย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นล้อขอบสูง จุดนี้ก็จะไม่ใช่ปัญหา

 

สุดท้าย สิ่งที่เราอยากแนะนำในเรื่องของอะไหล่รถ ที่ควรจะอัพเกรดเป็นวัสดุคาร์บอน เช่น ค็อกพิต หลักอาน และถ้าลองเปลี่ยนหลักอานที่มีลักษณะแบนบางกว่านี้ อาจช่วยให้ผู้ขี่สามารถใช้เวลาโลดแล่นไปกับ Emonda ALR5 ได้อย่างสนุกสุดใจ แต่ที่แน่ๆ เมื่อเทียบราคากับสิ่งที่ได้มาจะพบว่าคุ้มค่าแน่นอน

 

TREK EMONDA ALR 5 : ราคาประมาณ 51,500 บาท

Related Post

TREK EMONDA ALR 5

Cycling Plus Thailand