by Lupin III

 

แซงขวานะครับ

แซงขวาหน่อยครับ

 

เสียงที่ดังมาจากข้างหลังฉับพลันก็เฉียดผ่านหูแล้วนำโด่งขึ้นหน้า ด้วยความเร็วที่มากกว่าคนส่วนใหญ่ที่ใช้เลนจักรยานในสวนรถไฟขี่กินบรรยากาศ ในขณะที่คุณพี่รถพับยังขี่ไม่จบรอบ เจ้าหนุ่มเสือหมอบคันงามก็วนกลับมาแซงขึ้นหน้าไปอีกแล้ว

 

 

“แหม รถเขาไวจังเลยนะ ของเราไปยังกะหนอนวิ่ง” คนที่ปั่นอยู่ใกล้ๆ หันมาหัวเราะกับผู้เขียน อายุของเธอน่าจะอยู่แถวๆ เลขห้า กลางๆ สวมหมวกปีกกว้างกับแว่นกันแดดทาปากแดง จักรยานของเธอมีตะกร้าพลาสติกสานอยู่ข้างหน้า ติดหมายเลขประจำรถที่บอกยี่ห้อว่าเช่ามาจากร้านไหน

 

 

เขาว่าธรรมชาติทำให้คนอารมณ์ดี คุณป้าท่านนี้ก็คงเป็นตัวอย่างที่ถูกต้อง แต่สำหรับผู้เขียนที่ติดนิสัยบ่นโลกกลับอดคิดไม่ได้ว่าในเลนแคบๆ แบบนี้ ผู้ร่วมทางหลากวัยและหลายระดับความช้าอย่างนี้ ในสวนสาธารณะที่น่าจะมีไว้เพื่อซึมซับบรรยากาศแบบอ้อยอิ่งบ้างแบบนี้ การเร่งขี่เอารอบเหมือนอยู่ในสนามปิด ไม่ใช่เรื่องที่เราจะทำเป็นมองไม่เห็น

 

 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เส้นทางจักรยานใหม่ในสวนรถไฟ หลังรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาขี่ในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่วัน เป็นทางจักรยานที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยแยกออกจากเส้นทางเดินหรือวิ่งออกกำลังกายในสวนรถไฟอย่างสิ้นเชิง

 

 

จากที่ในอดีตคือการใช้ผิวทางร่วมกัน แล้วตีเส้นขาวแบ่งเป็นเลนจักรยานกับทางวิ่ง ส่วนทางใหม่ที่ปูผิวถนนด้วยยางพารานี้ คือการตีวงออกมารอบนอกล้อไปกับเส้นทางเดิม ทำให้ได้ระยะการปั่นเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 กิโลเมตร เมื่อได้ลองดูแล้วก็น่าจะลำบากสำหรับคนขี่วัยฝึกหัดเช่นเด็กๆ เพราะมีเนินให้ขึ้นซึ่งไม่ได้ยาก แต่บางช่วงก็เกินกำลังที่ขาเล็กๆ จะขี่ไหว

 

 

ถามว่าหมูสำหรับผู้ใหญ่เลยไหม ก็คงใช่ แต่กรณีนี้ไม่น่าจะใช้ได้สำหรับขาเร็วและขาแรง เพราะมีทั้งสะพานไม้ข้ามคู และทางโค้งตัวเอสที่ทำคนพลาดหลุดโค้งมาแล้ววางแนวอยู่เป็นระยะ หลังจากที่เปิดใช้ไปไม่กี่วัน

 

 

“เด็กเล็กๆ ที่มาขี่กับคุณพ่อคุณแม่เขาจะขี่ช้าค่ะ บางคนยังเป็นจักรยานสามล้ออยู่เลย หรือบางคันที่หนูเห็น เขาเอาลูกเล็กนั่งตะกร้า ก็ต้องขี่ช้าๆ อยู่แล้ว เวลาเห็นคนขี่เร็วๆ แซงไปก็นึกเป็นห่วงเหมือนกัน เพราะเลนมันไม่ได้กว้างมาก แต่อย่างหนูไม่เป็นไร หลบได้”

 

 

นาวเป็นนักศึกษาที่มักจะมาขี่จักรยานเล่นที่นี่เสมอตั้งแต่ยังใช้เลนเดิม เธอให้ความเห็นว่าเลนใหม่ที่แยกออกมาทำให้ขี่สบายขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องคอยระวังคนวิ่ง แต่ในทางกลับกัน ก็ทำให้เธอต้องคอยระวังคนขี่เร็วด้วยเหมือนกัน “เพราะยิ่งทางสะดวก เขาก็ยิ่งสนุก”

 

 

ภาพที่นาวเห็นไม่ได้มีแค่เฉพาะที่นี่ สวนสาธารณะหลายแห่งที่ทำทางจักรยานเอาไว้ให้ปั่น ก็มีลักษณะแบบเดียวกัน ผิดกันนิดก็ตรงที่สวนรถไฟแห่งนี้ มีคนปั่นหลายวัยกว่าเมื่อเทียบกับบางแห่ง และไม่ได้เอื้อพอที่จะให้ทำความเร็ว เพราะโดยวัตถุประสงค์แล้ว ทางจักรยานเส้นนี้มีขึ้นเพื่อให้คนทั่วไปได้มีพื้นที่ในการขี่จักรยานออกกำลังกาย และยังสร้างบรรยากาศให้น่าขี่ช้า ด้วยต้นไม้หรือพุ่มไม้ที่ได้อารมรณ์เหมือนขี่ผ่านป่า มีบึงให้ข้าม มีสะพานให้จอดถ่ายรูป มากกว่าเร่งทำรอบ

 

 

สนามขี่ทำความเร็วที่ขี่ได้ฟรีๆ ก็มีอยู่ ถนนสำหรับฝึกซ้อมหรือไว้ปล่อยของก็มีมาก คงจะไม่เป็นการเห็นแก่ตัวใช่ไหม หากเราจะพูดแทนหลายๆ คนว่า “ขอพื้นที่นี้ไว้ให้คนขี่ช้าบ้างเถอะ”

 

ขอพื้นที่ให้คนขี่ช้าบ้าง

Cycling Plus Thailand