เรื่อง: สามจุด

 

ผ่านไปอย่างสนุกสนานสำหรับงาน Cycling Plus Ride With Us by Johnson&Johnson ที่ทาง Cycling Plus ร่วมกับ Johnson&Johnson จัดงานปั่นจักรยานที่ Balios Resort ปากช่อง วันที่ 11-12 มีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากทริปนี้เรามีนักปั่นทั้งมือเก่าและมือใหม่ทำให้ทีมงานคาดว่ากลุ่มเปโลตองคงจะถูกยืดออกค่อนข้างมาก และเพื่อให้ดูแลได้ทั่วถึงจึงเป็นผมเองที่ได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการ “ปิดท้ายขบวน” ซึ่งในทีแรกผมคิดว่าคงจะน่าเบื่อที่ต้องปั่นปิดท้ายประคองไปช้าๆ ก็ถือว่าซ้อม Endurance เน้นซ้อมรอบขาไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตลอด 2 วันนี้สนุกมากเพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้สังเกตคนอื่นๆ ตลอดเวลา ได้ให้คำแนะนำ เป็นเพื่อนปั่นไปกับเค้า รู้สึกดีไปอีกแบบครับ

ในกลุ่มท้ายนั้นมีทั้งรถพับ รถเสือภูเขา และเสือหมอบ มีทั้งใส่คลีตและผ้าใบธรรมดา ทุกคนดูมุ่งมั่นมาก และดูเหนื่อยมาก ภาพเหล่านี้ชวนให้นึกถึงตัวเองสมัยหัดปั่นจักรยานที่ผมยังจำได้ว่าระยะทางแค่ 20 กม.ทางราบนั้นมันไกลแค่ไหน ผมปั่นไปก็อยากให้กำลังใจเขาว่า “ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ว่ามันเหนื่อยแค่ไหน แต่คุณจะผ่านมันไปได้แน่นอน”

เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านจุดที่เพื่อนปั่นเกาะกลุ่มกันห่างเราออกไป…ห่างออกไป…ห่างออกไปจนเหลือเราคนเดียวกันมาบ้าง คือตอนชวนมาปั่นก็บอกจะปั่นรอ แต่ไม่ได้บอกว่าหมายถึงปั่นไปรอที่เส้นชัย ไม่เป็นไรเราผิดเองที่อ่อนแอ อย่างไรก็ตามมันช่างอ้างว้างและเดียวดาย สถานการณ์หลุดกลุ่มหรือถูกทิ้งไว้กลางทางนี้จะสร้างแรงกดดันในระดับหนึ่ง ไม่นับว่ารุนแรงนัก แต่พอจะทำให้เจ็บใจได้ ไม่มีใครอยากหลุดกลุ่ม ไม่มีใครอยาก DNF แต่หากมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องรับมันให้ได้ จะสู้ด้วยตัวเองหรือมองดูรอบตัวแล้วหาพันธมิตรมาร่วมจัดตั้งเป็นกลุ่ม Finale รวมพลังกันสู้ต่อไปก็ได้ จนเมื่อเราผ่านมันไปได้ก็จะรู้สึกดีขึ้นเองคล้ายกับว่า “ยิ่งไกลจากคนอื่นเท่าไรก็ยิ่งเข้าใกล้ตัวเองเท่านั้น พาเราเข้าสู่โหมดตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เกิดสมาธิ พาเราไปถึงนิพพานที่เส้นชัยได้ในที่สุด”

 

จากทริปนี้ผมได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในท้ายขบวน พอรวบรวมมาเป็น Tip เล็กน้อย รับรองว่า สั้น-ง่าย-ใช้ได้จริง ช่วยให้ไปถึงเส้นชัยด้วยรอยยิ้มได้แน่นอนครับ

ศีล 5 ของมือใหม่
1. ปลดคลีตแล้วเอียงรถ   มือใหม่ทุกคนกลัวล้มตอนจอดจึงเน้นไปที่การปลดคลีตมากจนลืมถ่ายน้ำหนักเพื่อเอียงรถมาทางที่จะเอาขาลงแตะพื้น ทำให้บางทีเอียงไปข้างที่ยังไม่ได้ปลดคลีตและล้มในที่สุด ดังนั้นจงจำไว้ว่า ปลดซ้าย-เอียงซ้าย ปลดขวา-เอียงขวา
2. อย่าลืมกินน้ำ   หลายคนเกร็งเพราะตั้งใจปั่นมากไปจนลืมกินน้ำ ตรงนี้แนะนำให้กินทุก 15-20 นาที
3. เห็นเนินต้องเตรียมตัว   เมื่อเห็นเนินอยู่ข้างหน้าให้เตรียมพร้อมเปลี่ยนจาน/เฟือง และรักษาความเร็ว กะจังหวะการเปลี่ยนเกียร์อย่างนุ่มนวล อย่าเปลี่ยนเกียร์ตอนความเร็วตกเมื่อขึ้นเนินไปแล้ว เพราะอาจทำให้เฟืองรูดกับโซ่ โซ่ตก เสียจังหวะ ล้ม
4. เปลี่ยนเกียร์รักษารอบขา   พยายามเลือกเกียร์ที่เหมาะสมสำหรับรอบขาอย่างน้อยที่ 80 รอบต่อนาที มือใหม่ส่วนมากเมื่อเริ่มหมดแรงจะรอบขาตกและลืมเปลี่ยนเกียร์ช่วย ซึ่งจะทำให้เป็นตระคริวได้ง่ายจากการใช้กล้ามเนื้อกดบันไดแรงๆอย่างต่อเนื่อง
5. ดูถนนตลอดเวลา   หากปั่นบนถนนที่รถสวนได้ เมื่อเห็นรถสวนมาไกลๆ ให้พยายามปั่นเข้าซ้ายไว้ เพราะหากมีรถแซงตอนนั้นจะเข้ามาใกล้จักรยาน รวมถึงหลีกเลี่ยงการปั่นไปบนกรวดทรายและร่องทางยาว หรือการตะโกนไล่น้องหมาที่จ้องจะเข้ามาทักทายต้อนรับ

 

ส่วนการเตรียมพร้อมก่อนออกปั่นก็ควรตรวจดูผ้าเบรกไม่ให้ติดขอบล้อ เก็บเบอร์โทรสำคัญไว้ใช้เผื่อฉุกเฉิน เปิด Map ไว้เผื่อหลงจะได้กลับถูก พกเศษเงินติดไว้เผื่อซื้อน้ำระหว่างทาง พกถุงพลาสติกสักใบติดไว้ใช้กันเปียกหรือรองจับโซ่กันเลอะเทอะก็สะดวกดีครับ

จนเมื่อเราฝึกฝนมากขึ้น ปั่นได้เร็วขึ้น ทนทานขึ้น เราก็จะได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มที่เราเคยปั่นตามไม่ทัน ซึ่งถ้าคุณไปถึงจุดนั้นบอกได้เลยว่าคุณจะสนุกกับการปั่นจักรยานมากขึ้นแน่นอนครับ Cycling Plus ขอเป็นกำลังใจให้นักปั่นท้ายขบวนในวันนี้ทุกคนครับ ซารางเฮ

Related Post

ความในใจจากผู้ชายท้ายแถว

Cycling Plus Thailand