เรื่องและภาพ : พีรเวท เกตุผาสุข

 

 

1,864 โค้ง คือการเดินทางจากเชียงใหม่ตามทางหลวงหมายเลข 108 ผ่านอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด ของเชียงใหม่ เข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่อำเภอแม่สะเรียง ผ่านมายังอำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอขุนยวม รวมระยะทางประมาณ 369 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 6-7 ชั่วโมง จึงถึงตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ก็จะได้ชื่อว่า ‘ผู้พิชิต 1,864 โค้ง’ แต่คุณจะมาเพื่อให้ได้แค่คำนี้จริงๆ หรือ?

 

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความโดดเด่นทางด้านภูมิประเทศ เป็นที่ราบล้อมรอบ ด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีหมอกปกคลุมตลอดทั้งสามฤดู จึงได้ชื่อว่า ‘เมืองสามหมอก’

การปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตเมือง วัดเก่าแก่และสวยงามตามศิลปะแบบไทใหญ่ และชมวิวนอกเมืองใกล้ๆ ของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นทริปสั้นๆ ที่ไม่ควรพลาด ใช้เวลาและกำลังไม่มากนัก ปั่นแบบสบายๆ ไม่ต้องแข่งกับเวลา ที่ทำให้ได้มากกว่าคำคำนั้น

 

ทริปสั้นๆ นี้จึงขอแนะนำให้ปั่นออกไปชมวิวนอกเมืองใกล้ๆ ก่อน จุดหมายอยู่ที่ ‘ชูตองเป้’ โดยให้เริ่มต้นจากพิพิธภัณฑ์มีชีวิตตั้งอยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมประวัติบ้านเก่าภายในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ ปั่นผ่านตลาดสายหยุด แล้วไปเลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกไฟแดงเข้าถนนขุนลุมประพาส ปั่นตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านไปรษณีย์ ผ่านสถานีตำรวจ จนมาถึงสามแยกบริเวณอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนแรก ด้านหลังของอนุสาวรีย์จะมีที่ไว้สำหรับจอดจักรยานด้วย เมื่อแวะสักการะและอ่านประวัติของพ่อเมืองคนแรกเสร็จแล้วให้เลี้ยวขวาตรงหัวมุมของอนุสาวรีย์ฯ ปั่นตรงผ่านทางขึ้นพระธาตุดอยกองมูไปก่อน เพื่อออกไปยังทางหลวงหมายเลข 1095 เมื่อเจอสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหลัก เส้นทางนี้สองข้างมีต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง ร่มรื่น เมื่อปั่นมาเรื่อยๆ จนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปาย เลี้ยวซ้ายตรงสามแยก ตามป้ายปางตองและภูโคลน เข้าไปสักประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงทางแยกเข้าหมู่บ้านให้ลอดซุ้มประตูเข้าไปทางขวามือตามถนนในหมู่บ้าน ก็จะเจอทางเข้าเล็กๆ ถึงแล้ว

 

‘ชูตองเป้’ สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา สะพานแห่งการอธิษฐานสำเร็จ เป็นสะพานไม้ไผ่ยาวประมาณ 600 เมตร กว้าง 2 เมตร ทอดผ่านทุ่งนาเขียวขจี สร้างขึ้นมาจากศรัทธาของพระเณรและชาวบ้าน โดยใช้วัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น รวมถึงบริจาคที่นาเพื่อให้พระสงฆ์เดินข้ามน้ำและผืนนาเพื่อบิณฑบาต และสวนธรรมภูสมะ สถานปฏิบัติธรรมบนเนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ปลายทางของสะพานซูตองเป้

 

หลังจากขึ้นไปอธิษฐานขอพรเสร็จแล้ว ให้ย้อนกลับมาทางเดิมเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 จนถึงเมืองแม่ฮ่องสอน ให้เลี้ยวซ้ายตรงอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชาเข้าถนนขุนลุมประพาส สามารถแวะหาอาหารกลางวันรับประทานได้ในถนนเส้นนี้หรือจะเข้าไปถนนสิงหนาทบำรุง มีร้านอาหารเมืองเล็กๆ หลายแห่ง เช่น ร้านป้าบัว อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์มีชีวิต เมื่อรับประทานอาหารอิ่มแล้ว ในถนนเส้นเดียวกันปั่นขึ้นไปไม่ไกลก่อนถึงโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ ขวามือก็จะเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟคอฟฟี่มอร์นิ่ง สามารถแวะดื่มกาแฟได้เพื่อเติมความสดชื่นก่อนการปั่นในช่วงบ่าย

 

ออกจากร้านกาแฟให้เลี้ยวขวาเข้าซอยก่อนถึงโรงพยาบาลฯ ปั่นลงเนินยาวผ่านชุมชนเล็กๆ ไปจนเจอสามแยกแล้วเลี้ยวขวาก็จะเจอวัดจองคำจะมีหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ และในวัดจองกลางมีพระอินทร์สาน พระพุทธรูปสานจากไม้ไผ่โดยพระภิกษุจากประเทศพม่า และยังมีพิพิธภัณฑ์หุ่นไม้แกะสลักและของเก่าให้ได้ศึกษา ด้านหน้าของวัดทั้งสองจะเป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตั้งอยู่ใจกลางเมืองมีชื่อเรียกว่าหนองจองคำ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองแม่ฮ่องสอนและนักท่องเที่ยวอีกด้วย

 

 

จากนี้อาจต้องเหนื่อยกันสักหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่า จากวัดจองคำให้ตรงเข้าถนนขุนลุมประพาสอีกครั้งแล้วไปเลี้ยวขวาผ่านอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชาชิดซ้ายขึ้นสู่พระธาตุดอยกองมู ทางขึ้นเป็นทางขึ้นเขาคดเคี้ยวพอสมควร เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะมีพระเจดีสององค์ใหญ่ไว้ให้นมัสการองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล ยังเป็นจุดชมวิวของเมืองแม่ฮ่องสอน และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งขาลงจากพระธาตุดอยกองมูให้ระมัดระวังในการปั่นเพราะเป็นทางลงเขา และเป็นเวลาโพล้เพล้

 

ในช่วงค่ำหากใครยังมีแรงพอจะเดินไหวเมืองแม่ฮ่องสอนก็มีถนนคนเดินให้ไปเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก และสินค้าแฮนด์เมดไว้เป็นของฝาก รวมถึงอาหารการกิน ยังได้ชมบรรยากาศของวัดจองกลางที่ประดับไฟสวยงามยามค่ำคืน ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอนอยู่บริเวณหนองจองคำด้านหน้าวัดจองคำ เปิดตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจนถึงประมาณสี่ทุ่ม

Related Post

ทริปจักรยานเมืองสามหมอก

Cycling Plus Thailand