ในไทยเราขณะนี้ เมื่อถามคนที่เคยใช้จักรยาน ไม่ว่าจะเป็นนักจักรยานที่ปั่นเพื่อออกกำลังและท่องเที่ยว หรือชาวบ้านที่ใช้จักรยานเดินทางไปไหนมาไหนในชีวิตประจำวัน หรือคนที่ยังไม่ได้ใช้จักรยาน แต่อยากจะใช้กับคนอื่นเค้าด้วยเหมือนกัน ว่า ต้องการอะไรในการขี่จักรยาน ส่วนใหญ่ที่สุดให้คำตอบที่ตรงกันคือ ทางจักรยาน

ทำไมต้องทางจักรยาน?ก็เพื่อให้ขี่ได้ปลอดภัยและสะดวกน่าขี่น่ะสิ ถามต่อว่าปลอดภัยจากอะไร? ก็ปลอดภัยจากการถูกรถยนต์ทั้งหลายชนเอา สะดวกน่าขี่อย่างไร? ก็ปั่นทางที่เรียบ ร่มรื่น ขี่ได้ต่อเนื่องไร้อุปสรรค

ดังนั้น ทางที่ทำให้จักรยาน แต่ไม่ทำให้คนขี่ปลอดภัยจากการถูกชน เช่น เป็นแค่การ ทาสีตีเส้น บนถนนที่ไม่ได้เพิ่มการคุ้มครองทางกฎหมายแก่ผู้ใช้จักรยาน หรือมีการประกาศเป็น ทางจักรยาน ตามกฎหมาย แต่ไม่มีการบังคับใช้จริงจัง และในทางปฏิบัติก็ไม่อาจแยกจักรยานออกจากยานยนต์ได้ และเป็นทางที่ไม่เรียบ มีหลุมบ่อตะแกรงท่อระบายน้ำ มีป้าย เสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ ป้อมตำรวจ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ฯลฯ กีดขวาง ขี่ได้ไม่ต่อเนื่องและร้อน ไม่มีต้นไม้หรือสิ่งใดมากันแดด ก็ไม่ใช่ ทางจักรยาน ในความต้องการของคนใช้จักรยานที่ทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะออกมาขี่จักรยานเดินทางเป็นประจำด้วยความเต็มใจ ดังนั้นจึงไม่มีผลในการทำให้คนออกมาใช้จักรยานมากขึ้น

การทำทางให้ประชาชนขี่จักรยานได้ปลอดภัยและสะดวกน่าขี่จึงต้องเป็นข้อพิจารณาสำคัญของผู้บริหารบ้านเมืองหากจะส่งเสริมการใช้จักรยานอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงคำพูดหรือตัวหนังสือบนกระดาษ หรือการทำแบบขอไปที มาตรการส่งสริมการใช้จักรยานอื่นๆ ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ แต่บทเรียนจากประสบการณ์จริงและการศึกษาอย่างเป็นระบบทั่วโลก แม้กระทั่งในทวีปยุโรปที่หลายประเทศมีสัดส่วนคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันค่อนข้างสูง ให้ผลตรงกันว่ามาตรการอื่นๆ จะช่วยให้คนออกมาขี่จักรยานประจำกันได้ราวร้อยละ10 หรืออย่างมากที่สุดก็ร้อยละ 15 ถ้าจะให้มากไปกว่านั้น จะต้องมีระบบและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้จักรยานที่ดี สหพันธุ์ผู้ใช้จักรยานยุโรป (European Cyclist’ Federation – ECF)  เสนออย่างชัดเจนตรงไปตรงมาเลยว่า นี่เป็นสิ่งแรกที่รัฐต้องทำและลงทุนมากที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้โดยเฉพาะในประเทศที่วัฒนธรรมการใช้รถยนต์ยังครอบงำ คนใช้จักรยานอยู่น้อย และต้องการส่งเสริมให้คนใช้จักรยานมากขึ้น

ระบบและโครงสร้างสำหรับการใช้จักรยานที่ดีนั้น นอกจากจะมีทางที่ทำให้ใช้จักรยานได้อย่างมีหลักประกันความปลอดภัยและสะดวกน่าขี่ ซึ่งดีที่สุดคือ ช่องทางจักรยานที่แยกออกมาจากถนนที่ยานยนต์ใช้ (และเดินทางด้วยเท้าจะดีที่สุด) อย่างเป็นทางการ มีเครื่องหมายและสัญญาณจราจรเป็นของตนเองและประสานเชื่อมโยงกับสัญญาณจราจรของยานยนต์เมื่อทางจักรยานกับถนนทับซ้อนกัน เส้นทางเรียบ ไม่มีอุปสรรคและร่มรื่น หรือกระทั่งเป็นทางลัด ในการเดินทาง มีเครื่องอำนวยความสะดวก ทำให้น่าขี่ ดังที่กล่าวมาแล้ว ทางจักรยานยังต้องเชื่อมโยงกันเป็น เครื่อข่ายทางจักรยาน ที่ประชาชนสามารถขี่ไปยังจุดหมายในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ที่พวกเขาทำงาน ไปศึกษา ไปติดต่อราชการ ไปจับจ่ายซื้อของ ไปกินอาหาร ไปพักผ่อนหย่อนใจ หรือออกกำลังกาย ฯลฯ

การศึกษาพบว่า การลงทุนแบบ ลูบหน้าปะจมูก กึ่งดิบกึ่งกึ่งดี โดยเท่าแต่ทาสีตีเส้นบนถนนหรือบนทางเท้า หรือมีทางจักรยานแยกต่างหากจากยานยนต์ แต่เป็นเส้นที่โดดเดี่ยวแยกจากทางจักรยานอื่น หรือไม่พาผู้ใช้จักรยานไปยังจุดหมายประจำวัน อาจเพิ่มคนใช้จักรยานตามทางนั้นได้สักร้อยละ 5 เท่านั้น และยังพบด้วยว่า การมีผู้ใช้จักรยานเพิ่มขึ้นในจำนวนไม่มากในสภาพที่ระบบและโครงสร้างยังอ่อนด้อยเช่นนี้ หลายแห่งนำไปสู่การที่ผู้ใช้จักรยานสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น (ซึ่งมักจะเป็นข่าวใหญ่โต)ส่งผลลบย้อนกลับทำให้คนที่ยังไม่ได้ใช้จักรยานอยู่เกิดความกลัวไม่ออกมาใช้

ในขณะที่การสร้างเครือข่ายทางจักรยานที่ปลอดภัยคือแยกจากยานยนต์ และมีการสร้างความปลอดภัยเพิ่มในส่วนที่ต้องใช้พื้นที่ถนนร่วมกัน เช่น มาตรการจำกัดความเร็วยานยนต์ อาจเพิ่มจำนวนผู้ใช้จักรยานได้ถึงร้อยละ 40 โดยรวมและผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับตอบแทนจากการลงทุนที่ดูเหมือนว่าจะมากในขณะที่ผู้ใช้จักรยานมีน้อยในเบื้องต้นนั้นอ จะตอบแทนกลับมาเป็นทวีคูณในระยะยาว ด้วยการประหยัดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงาน การรักษาสุขภาพประชาชน การแก้ปัญสิ่งแวดล้อม การมีชุมชนเข้มแข็งและเมืองทั้งเมืองก็จะเป็น เมืองน่าอยู่ อย่างที่ใครๆก็อยากเห็น

Related Post

ทางจักรยานจำเป็นแค่ไหน

Cycling Plus Thailand