เรื่อง : ปั่นเข้าเส้น
ภาพ : บุ้ง ณัฐวัฒน์

 

 

สวัสดีผู้อ่านกับคอลัมน์แรกของผมครับ วันนี้จะพาไปสัมผัสบรรยากาศและการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับจักรยานในละแวกใกล้บ้านผู้เขียนกัน แน่นอนว่านักปั่นทุกชีวิตไม่ได้สะดวกเดินทางไปกดลูกบันไดที่สกายเลนทุกวี่วันหรือไปได้บ่อยครั้งนักเพราะบ้านอยู่ไกล จึงมักจะหาเวลาไปเยือนเป็นบางครั้ง ผมก็เช่นกัน นักปั่นกลุ่มนี้จึงมีเส้นทางซ้อมใกล้บ้านที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับตัวเอง ไม่ว่าจะปั่นไปหรือเอาจักรยานคู่ใจใส่รถไปที่จุดสตาร์ตก็ตาม

 

 

วัดเตย – ตลาดระแหง คือเส้นทางซ้อมของผม เริ่มต้นที่จุดสตาร์ตท่าน้ำวัดเตย อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ปั่นลัดเลาะถนนสองเลนที่มีไหล่ทางในตำบลบางตะไนย์ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ ท้องนาและวัดวาอาราม ตัดผ่านถนนหมายเลข 345 ทะลุลัดเลาะเส้นทางบรรยากาศเดียวกันสู่ตลาดระแหง จังหวัดปทุมธานี ระยะทางประมาณ 23.5 กิโลเมตร ตลอดการท่องโลกหลังถนนใหญ่มีเพื่อนร่วมทางให้ได้ทักทาย จำนวนรถยนต์ก็ไม่ได้มากมายถ้าเป็นช่วงเช้า สำหรับผมมันคือทางที่ใช่

 

 

ย้อนเวลากลับไปเกือบ 3 ปีที่ได้ขี่จักรยาน และใช้เส้นทางนี้บ่อยที่สุด มีสิ่งที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาบนถนนสายนี้ พังบ้างซ่อมแซมบ้าง ราดยางใหม่เอี่ยมชวนให้ซัดบ้าง มีหมู่บ้านจัดสรรขึ้นใหม่หลายแห่งบ้าง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นไปในทางที่ดีตามจำนวนนักปั่นที่เพิ่มขึ้น นั่นก็คือ “ร้านกาแฟ” ครั้งแรกที่ได้ปั่นแบบกินลมชมวิวตามกำลังขาอันน้อยนิดบนถนนสายนี้ ผมเจอร้านกาแฟที่เป็นลักษณะร้านมีที่นั่ง มีการตกแต่งแบบร้านกาแฟจริงๆ แค่สองสามร้านเล็กๆ เท่านั้น และแม้จะไม่ชิค แต่เสน่ห์คือความเป็นกันเองแบบเป็นธรรมชาติของเจ้าของร้านที่เป็นคนท้องถิ่น หลังจากนั้นเวลาผ่านพ้นไป ผมใช้ชีวิตบนอานในเส้นทางเดิม พลางสะสมพละกำลังไปพร้อมๆ กับเงินเพื่องอกยานลำใหม่ จนถึงทุกวันนี้ ร้านกาแฟน้อยใหญ่เกิดขึ้นเพิ่มอีก 4 ร้าน ทั้งยังมีสไตล์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะทุกร้านต่างสร้างสรรค์หน้าร้านหน้าบ้านของตัวเอง ความจำเป็นในการใช้พื้นที่และการตกแต่งจึงเป็นไปตามปัจจัยที่ต่างกัน

 

 

เกิดจุดพักรบของชาวสองล้อถีบที่หลากหลาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สำคัญคือทุกร้านไม่ต้องตึงเครียดเรื่องยอดขาย เพราะมีรายได้อยู่บนที่ดินของตัวเอง เส้นทางที่ผมใช้อยู่ประจำจึงเป็นมากกว่าแค่ทางผ่านชมวิวและวิถีชีวิตคนพื้นถิ่น แต่กลับเกิดซึ่งแหล่งทำกินรูปแบบใหม่ ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวที่ไร้การปรุงแต่งดึงนักท่องเที่ยวที่มาออกกำลังกายได้พักผ่อนหย่อนใจ ค้าขายได้ทั้งที่ไม่ได้มีทำเลติดถนนใหญ่ เรียกได้ว่าธุรกิจเหล่านี้พากันเติบโตตามจำนวนนักปั่นที่เพิ่มขึ้นก็ว่าได้ เปรียบได้กับเหล่านักปั่นคือต้นไม้ที่ค่อยๆ เติบโต แล้วค่อยๆ ออกดอกผลเป็นร้านกาแฟเหล่านี้นั่นเอง และไม่ใช่เพียงร้านกาแฟเท่านั้น ร้านอาหารและโชห่วยก็ขายดีตามไปด้วย จักรยานจึงเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

Related Post

ที่พักบันได “ต้นจักรยานกับผลร้านกาแฟ”

Cycling Plus Thailand