หลายคนคงเคยได้ยินสรรพคุณของน้ำมะพร้าวที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘Natural sports drink’ หรือเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ได้จากธรรมชาติกันมาบ่อยแล้ว แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือน้ำมันมะพร้าว (Coconut oil) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาหารซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) หรือกลุ่มอาหารที่ให้โภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และกำลังมาแรงในหมู่คนรักสุขภาพ ด้วยสรรพคุณที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายในอย่างน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่ใช้บำรุงผิวและเส้นผม กลั้วปากเพื่อกำจัดเชื้อโรคในลำคอ ไปจนถึงรับประทานเพื่อกระตุ้นการเผาผลาญไขมันและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

 

 

ความเป็นซูเปอร์ฟู้ด

การจะปั่นจักรยานให้สนุกต้องเริ่มต้นจากการมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย คนรักสุขภาพมักมีความเชื่อที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ‘กันไว้ย่อมดีกว่าแก้’ และนั่นเป็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่นักปั่นควรหันมาบริโภคน้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะใช้ปรุงอาหาร ผสมในเครื่องดื่ม หรือแม้แต่รับประทานสดๆ เพราะในน้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวที่มีชื่อว่าลอริก (Lauric acid) พบมากในน้ำนมแม่ โดยแพทย์ให้คำนิยามว่าเป็น ‘ส่วนผสมมหัศจรรย์’ เพราะกรดรอลิกจะเปลี่ยนเป็นสารโมโนลอริน (Monolaurin) ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทั้งยังเป็นยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัว และไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

 

นอกจากนี้ น้ำมันมะพร้าวยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอี ที่ทำหน้าป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระอัน สาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมมากมาย และเนื่องจากมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิดละลายได้เฉพาะในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี เค รวมไปถึงแคลเซียมและเบต้าแคโรทีน น้ำมันมะพร้าวที่มีคุณสมบัติย่อยง่ายและเปลี่ยนเป็นพลังงานเร็ว จึงช่วยให้วิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายรวดเร็วกว่าน้ำมันชนิดไหนๆ

 

 

พลังงานมาไวดังใจสั่ง

น้ำมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวโมเลกุลยาวปานกลาง (Medium-chain fatty acids : MCFAs) ซึ่งเป็นไขมันดีมีประโยชน์ ย่อยและดูดซึมง่าย ร่างกายจึงนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว

 

https://pixabay.com/en/coconut-smoothie-straw-glass-drink-1572595/

 

นักกีฬาอาชีพหลายคนเล็งเห็นถึงประโยชน์ข้อนี้ดี และได้รวมเอาน้ำมันมะพร้าวไว้ในโภชนาการทั้งระหว่างฝึกซ้อมและลงแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น Emma Grant โปรจักรยานสาวชาวอังกฤษวัย 25 ปี ที่เขียนบล็อกถึงคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว และการที่เธอบริโภคเป็นประจำทั้งก่อนและหลังฝึกซ้อม หรือเมื่อต้องการอัพเอเนอร์จี้เลเวลในช่วงที่ต้องลงแข่งขันติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน พร้อมแนะนำเมนูของว่างให้พลังงานแบบเร่งด่วนก่อนปั่น อย่างเอเนอร์จี้บอลที่ทำจากผลอินทผลัม ลูกเกด ช็อกโกแลตชิพ มะพร้าว ถั่ว และน้ำมันมะพร้าว รวมไปถึงนักไตรกีฬาสาว Holly Lawrence เจ้าของแชมป์ Ironman 70.3 World Championships ปี 2016 ที่เล่าว่าเธอมักจะเติมน้ำมันมะพร้าวหนึ่งช้อนชาลงในกาแฟดำหรือข้าวโอ๊ตต้ม ก่อนออกไปซ้อมวิ่งในตอนเช้า รวมทั้งใช้ปรุงอาหารเป็นหลักด้วย

เมื่อพูดถึงการปรุงอาหาร น้ำมันมะพร้าวมีจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันทั่วไปอยู่ที่ 450 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 252 องศาเซลเซียส นั่นหมายความว่า กรดไขมันจะไม่ทำปฏิกิริยาออกซิไดเซชั่นและแปรสภาพเป็นไขมันทรานซ์ซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายได้ง่ายๆ ดังนั้น จึงใช้ปรุงอาหารทั้งประเภททอดและผัดได้อย่างปลอดภัย เหมาะกับทุกบ้าน ไม่จำกัดเฉพาะในหมู่นักกีฬาเท่านั้น

 

 

ตัวช่วยลดน้ำหนัก

ใครที่กำลังปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก ลองพิจารณาน้ำมันมะพร้าวเป็นตัวช่วยอีกทาง เพราะนอกจากจะประกอบด้วยกรดไขมันดีที่เปลี่ยนเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งไขมันสะสมไว้ในร่างกายแล้ว ยังมีคุณสมบัติกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้นอีกทาง นอกจากนี้ เมื่อกรดไขมัน MCFAs เดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ ยังเอื้อให้แบคทีเรียโพรไบโอติก (Probiotic) เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบขับถ่ายจึงดีขึ้นตาม

 

http://costculator.com/concept-2-model-d-review/

 

ในต่างประเทศ มีงานศึกษาพบว่าการบริโภคไขมันอิ่มตัวโมเลกุลยาวปานกลางเช่นที่พบในน้ำมันมะพร้าววันละ 15-30 กรัม หรือ 1-2 ช้อนชา จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ 5% หรือประมาณ 120 แคลอรี่ต่อวัน แต่ไม่ว่าจะบริโภคอย่างไร จำให้ขึ้นใจว่าการรับประทานแต่พอดีเป็นดีที่สุด และอย่าลืมออกกำลังกายและควบคุมอาหารประเภทอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย

 

 

ดูดีจรดปลายเท้า

ด้วยคุณสมบัติสารพัดประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว เราจึงจัดให้มันเป็นไอเท็มที่เหมาะจะพกพาติดตัวไปด้วยทุกทริปปั่น เพราะขวดเดียวใช้บำรุงได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งหมักผม เช็ดเครื่องสำอาง ทาบำรุงได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และริมฝีปาก ใช้ประโลมผิวไหม้หลังออกแดด หรือแม้แต่ไว้ดับกลิ่นใต้วงแขน และใช้แทนน้ำยาบ้วนปากหรือทำออยล์พูลลิ่ง (Oil pulling) เรียกว่าถ้าพูดถึงเรื่องความสวยความงาม น้ำมันมะพร้าวเอาอยู่หมด เนื่องจากมีสารต้านแบคทีเรียและเชื้อรา รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอี ที่ให้ทั้งการปกป้องและบำรุงไปพร้อมๆ กัน

 

Veganbaking.net

 

ไม่ง้อครีมชามัวร์

นอกจากจะหาซื้อไม่ได้ง่ายๆ ในบ้านเรา บวกกับมีราคาค่อนข้างสูง จึงไม่น่าแปลกใจที่ครีมชามัวร์จะไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยต้องทรมานกับปัญหาผิวหนังเสียดสีกับหลักอานและรอยตะเข็บกางเกงขณะปั่น หรือมีประสบการณ์แพ้ครีมชามัวร์มาก่อน น้ำมันมะพร้าวเป็นของดีใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะหาซื้อง่ายและราคาไม่แพง ที่สำคัญคือเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

 

ในต่างประเทศมีการพูดถึงการใช้น้ำมันมะพร้าวแทนครีมชามัวร์มาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะใช้แบบเดี่ยวๆ หรือผสมกับเชียร์บัตเตอร์ ทำเป็นครีมชามัวร์สูตรโฮดเมดที่มีสารต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติอยู่ในตัว จึงให้สรรพคุณครบไม่ต่างจากครีมชามัวร์ที่ขายอยู่ในท้องตลาดเลย เวบไซต์ biketestreviews.com ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างน้ำมันมะพร้าวและวาสลีน ผลปรากฏว่ามันใช้งานได้เวิร์กทีเดียว และเนื่องจากน้ำมันมะพร้าวซึบซาบผิวไม่ดีเท่าวาสลีน จึงให้การปกป้องยาวนานกว่าและเหมาะกับการปั่นระยะทางไกล

 

ภาพ : Phú Thịnh Co

 

วิธีเลือกซื้อน้ำมันมะพร้าว

แม้ว่าน้ำมันมะพร้าวจะหาซื้อง่ายในบ้านเรา แต่แนะนำให้บริโภคน้ำมันมะพร้าวแบบสกัดเย็น (Cold press) ซึ่งเป็นวิธีการสกัดน้ำมันจากเนื้อมะพร้าวโดยไม่ผ่านความร้อนและไม่ใช้สารเคมี จึงได้เป็นน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100% ที่คงคุณค่าเต็มเปี่ยม มีลักษณะใส โปร่งแสง ไม่มีสี ไม่มีการตกตะกอน และมีกลิ่นหอมของมะพร้าวตามธรรมชาติ น้ำมันมะพร้าวจะจับตัวเป็นไขที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศา และกลายเป็นของเหลวที่อุณหภูมิสูงกว่านั้น

 

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความมหัศจรรย์ของน้ำมันมะพร้าวเท่านั้น ใครมีโอกาสลอง อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์กันได้

 

Related Post

น้ำมันมะพร้าวกับนักปั่น มาเกี่ยวกันได้อย่างไร?

Cycling Plus Thailand