โดย : Kibbu

 

“ไปปั่นจักรยานเป็นมาแชลกัน” เสียงนี้ทำให้เช้าวันหยุดที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ไม่เหมือนเช้าที่ออกปั่นวันอื่นๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รับคำชวนจากพี่ที่เคารพท่านหนึ่งให้ไปร่วมปั่นจักรยานเพื่อดูแลนักปั่นในงาน  “Cycling Plus Ride With Us by Johnson & Johnson Vision ปั่น ปัน เปลี่ยน” ของนิตยสาร Cycling Plus Thailand ที่ปากช่อง ในครั้งแรกที่ได้ยินคำชวนก็ไม่รู้ว่างานอะไร มีกิจกรรมอะไรบ้าง ต้องทำอะไรบ้าง แค่ได้ยินคำชวนว่า “ไปปั่นจักรยานแถวเขาใหญ่กัน” ก็เลยตัดสินใจมา เพราะไม่ได้ไปขี่เส้นทางสวยๆ บรรยากาศดีๆนานแล้ว และอยากผ่อนคลายตัวเอง จากการเขียนวิทยานิพนธ์ด้วย

 

เช้าตรู่วันนั้นออกจากบ้านตั้งแต่ตี 4 เดินทางไปถึงสถานที่นัดหมายประมาณ 7 โมงเช้า ที่บาลิออส รีสอร์ท เขาใหญ่และหน้าที่ในวันนี้คือ “ดูแลเพื่อนนักปั่นทุกคน”เพื่อนๆพี่นักปั่นที่มาร่วมงานก็มีหลายระดับ ทั้งนางฟ้าขาแรง ขาโหดมากประสบการณ์ คุณลุงสายทัวร์ริ่ง คุณป้าสายชิม และขาอื่นๆ ด้วยความโชคดีที่ตัวเองไม่ใช่ขาแรง จึงได้รับมอบหมายให้ดูและกลุ่มนักปั่นกลุ่มท้ายๆ และสิ่งเดียวที่นึกออกในตอนนั้นคือ ความรู้สึกของนักปั่นกลุ่มนี้คงคล้ายวันแรกและครั้งแรกที่ได้ปั่นจักรยานออกถนนใหญ่กับกลุ่มเพื่อออกทริปทางไกล ในตอนนั้นเราต้องการอะไรขณะที่กำลัง เหนื่อย หิว หรือบางทีก็แอบกลัวรถยนต์ที่วิ่งข้างๆ สิ่งนั้นนั่นคือ “กำลังใจจากเพื่อร่วมทาง”  เมื่อออกสตาร์ท ทุกคนก็ปั่นกันไปเรื่อยๆตามถนนธนะรัชต์ อากาศยังไม่ค่อยร้อนมากนัก และเส้นทางยังไม่ค่อยมีเนิน หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนธนะรัชต์-แดรี่โฮม กลุ่มนักปั่นจากที่เกาะๆมาเป็นกลุ่มๆ ก็เริ่มกลายเป็นสะเก็ดๆ ทำให้มาแชลที่มี 10 กว่าคนต้องกระจายกันทำหน้าที่ ส่วนตัวเองนั้นก็รีบวนกลับไปหาคันสุดท้ายเพื่อดูว่ายังอยู่ไกลแค่ไหน จากจุดที่วนกลับไปนั้นไกลพอดูแต่พี่ๆนักปั่นยังคงสนุกสนาน คุยกันเฮฮา ไม่ได้ซีเรียสกับเวลาที่ไม่รู้ว่าจะช้ากว่าคนแรกเท่าไร เลยทำให้นึกถึงคำว่า “ถ้าเราเน้นไปที่ความเร็ว เราก็จะไม่เห็นรายละเอียดความสวยงามสองข้างทาง” ซึ่งเส้นทางปั่นในวันนี้มี Scenic ที่สวยงามในหลายๆจุดด้วย ปั่นไปดูหลังไป ปั่นตามหลังบ้าง คอยตะโกนบอกรถไปเรื่อยๆ หลังจากผ่านมาได้ประมาณครึ่งทาง อากาศเริ่มร้อน ผ่านมาก็หลายเนิน ความเหนื่อยเริ่มสะสม ฉันจึงได้ตัดสินใจปั่นวนกลับไปเพื่อชวนคุยให้กำลังใจกับพี่ๆ ด้านหลัง อย่างน้อยก็อยากให้เขารู้ว่า เรามาขี่ด้วยนะ ไปด้วยกัน จะรถอะไรก็จักรยานเหมือนกัน เร็วช้าไม่เป็นไรถึงเหมือนกัน  และสุดท้ายเราก็เดินทางมาสู่จุดหมายของวันแรกที่ไร่องุ่น PB Valley Khaoyai Winery และหลังจากที่ได้ชิมไวน์รสชาติดี เพิ่มการกระตุ้นของหัวใจแล้ว เรายังได้เยี่ยมชมสวนดอกไม้ The Bloom แล้วจึงปั่นกลับ แถมตอนเย็นยังมีงานเลี้ยง พร้อมบรรยายของน้าแว่นกับลุงหมอ เกี่ยวกับเทคนิคการปั่นจักรยาน การดูแลสายตาของนักปั่นจาก Johnson & Johnson Vision และข้อคิดจากนางฟ้านักปั่นอีกด้วย

 

วันที่ 2 กำหนดการคือไปโรงเรียนสอนคนตาบอดมกุฎคีรีวัน เพื่อมอบสิ่งของให้กับน้องๆผู้พิการทางสายตา เส้นทางในวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อวานแล้ว โหดขึ้นมาอีก หลังจากที่เลี้ยวซ้ายเข้าถนนธนรัตน์-วังน้ำเขียว เนินแรกขาแรงก็เปิดเกมส์กันทันที ด้วยความอ่อนซ้อมหัวใจเริ่มขึ้นสูง แต่โชคดีที่กลุ่มชะลอ แต่ไม่ทันที่จะพักเอาหัวใจลง เนินที่ 2 ก็ตามมา คราวนี้จึงตัดสินใจปั่นตามนักปั่นชาวเยอรมันไป แต่เพราะซ้อมมาน้อยจึงเริ่มหมดแรง สุดท้ายก็ตัดสินใจไปตามแรงที่ตัวเองไหว จนมาถึงจุดหมาย นักปั่นทุกท่านได้ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของให้น้องๆ ซึ่งน้องๆเองก็มีการแสดงขอบคุณพวกเราด้วย หลังจากที่อิ่มอกอิ่มใจจากการทำบุญที่โรงเรียนแล้ว เราก็ต้องมาเตรียมหัวใจกับการปั่นกลับ ซึ่งขากลับทางเนินเมื่อกี้ที่ลงมาได้เร็วๆ หมายความว่าเราต้องปั่นกลับขึ้นไป คิดแล้วจึงตัดสินใจออกพร้อมกับกลุ่มที่ออกก่อน แต่ซ้ำร้ายโซ่ตกติดกัน 3 ครั้งติด และเพื่อไม่ให้โซ่ตกอีก จึงต้องใช้จานหน้าใหญ่มาตลอดทาง หึหึ…. วันแรกคือการปั่นแบบ Endurance ส่วนวันที่สองประหนึ่งว่ามันคือการซ้อมแบบ Big Gear สินะ สุดท้ายแล้ว ก็ปั่นกลับถึงที่พักได้อย่างปลอดภัย

 

ท้ายนี้อยากขอบคุณ Cycling plus และ Johnson & Johnson Vision ที่ร่วมจัดกิจกรรมดีๆ ทำให้ได้มีโอกาสปั่นในเส้นทางธรรมชาติร่วมกับพี่ๆน้องๆชาวจักรยานซึ่งปกติแล้วจะไม่ค่อยมีโอกาสได้มาบ่อยนักและบางสถานที่ก็ยังไม่เคยไปเยือน นอกจากนี้ยังได้ทำบุญและพูดคุยกับเด็กๆ จนอิ่มใจด้วย

Related Post

ปากช่อง สองวันปั่นกันเพลิน

Cycling Plus Thailand