เส้นทางปั่นที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ มีระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตรอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเหมาะสำหรับการพาเสือหมอบของคุณออกไปท่องเที่ยว โดยมีระยะทางรวมอยู่ที่ 120 กิโลเมตร และมีจุดเริ่มต้นจากเมืองพิษณุโลกปั่นไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ เส้นทางดังกล่าวมีองค์ประกอบสำหรับการปั่นแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ถนนราบเรียบไว้ให้ทำความเร็ว รวมไปถึงสภาพภูมิประเทศที่มีเนินขึ้น-ลงเกือบตลอดทาง สลับกับการขึ้นเขาสั้นๆ อีกหนึ่งลูกพอให้ได้ทดสอบกำลังขา และเนื่องจากเส้นทางนี้มีระดับความยากในการปั่นไม่มากเท่าไหร่ นักจักรยานมือใหม่จึงปั่นได้สบายๆ

 

การเดินทางในครั้งนี้เป็นการปั่นข้ามจากภาคกลางตอนบนไปสู่ภาคเหนือตอนล่าง เส้นทางปั่นจากอำเภอเมืองพิษณุโลกมุ่งหน้าอำเภอวัดโบสถ์ เราจะใช้ทางหลวงหมายเลข 11 รวมเป็นระยะทาง 33 กิโลเมตร เส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางราบสองข้างทาง มีหมู่บ้านและชุมชนเรียงรายจึงไม่เปลี่ยวมากนัก เมื่อเลยจากอำเภอวัดโบสถ์มาเรายังคงใช้ทางหลวงหมายเลข 11 เหมือนเดิม แต่เส้นทางในช่วงนี้จะเริ่มมีลักษณะเป็นเนินเขาขึ้น-ลงสลับไปมา และเนื่องจากถนนมีสภาพเรียบ ไหล่ทางกว้าง และไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ แต่ไม่ถึงกับเปลี่ยวนักนักปั่นจึงทำความเร็วได้ตามกำลัง ตลอดเส้นทางเราจะมองเห็นทิวเขาทอดยาวอยู่ทางขวามือ การเปลี่ยนแปลงของลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเรากำลังปั่นข้ามจากเขตภาคกลางไปสู่ภาคเหนือ

 

ปั่นจากอำเภอวัดโบสถ์ไป 50 กิโลเมตร เราจะมาถึงเขาขาดซึ่งเป็นภูเขาลูกที่ไม่ใหญ่โตนัก แต่มีความชันพอสมควร ถ้าปั่นมาจากเมืองพิษณุโลก เมื่อปั่นข้ามเขาลูกนี้ไปก็จะเข้าสู่ดินแดนของภาคเหนืออย่างเป็นทางการ หลังจากปั่นข้ามเขาแล้วเรายังคงอยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์อีกเกือบ 40 กิโลเมตร เส้นทางยังคงเป็นเนินเขาขึ้น-ลงไปตลอดเช่นเดิม ก่อนจะเข้าเมืองอุตรดิตถ์ให้สังเกตร้านอาหารบ้านเทียนหอมที่อยู่ขวามือ เมื่อตรงไปเล็กน้อยจะมีสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อลัดเข้าสู่ตัวเมือง ถนนสายนี้จะผ่านสวนและไร่ มีต้นไม้ใหญ่ครึ้มสองข้างทางคล้ายอุโมงค์ต้นไม้ แต่ถนนจะค่อนข้างขรุขระอยู่บ้าง ถ้าอยากเข้าทางถนนใหญ่ให้ปั่นเลยสามแยกนี้ไปอีกเล็กน้อย จนเกือบจะถึง‘สี่แยกช้างม้าวัวควาย’ แล้วจึงเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวเมืองอุตรดิตถ์

 

บนระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร นักปั่นจะได้สัมผัสถึงความหลากหลายทั้งสภาพภูมิประเทศ และวิถีชีวิตที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่ได้มีให้เห็นในทุกเส้นทาง และนับเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใครของเส้นทางปั่นในครั้งนี้ ระยะทางที่ค่อนข้างยาว บวกกับสภาพถนนลาดยางเรียบแต่มีเนินสลับขึ้น-ลงตลอด ทำให้เส้นทางนี้เหมาะจะไว้ทำความเร็ว รวมถึงฝึกซ้อมทั้งการปั่นเดี่ยว หรือปั่นเป็นกลุ่ม และถ้าต้องการเดินทางระหว่างสองจังหวัดนี้ ก็สามารถขึ้นทัวร์ที่สถานีขนส่งอุตรดิตถ์ได้เลย หรือจะจัดเป็นโปรแกรมปั่นไป-กลับพร้อมค้างสักหนึ่งคืนก็ได้เช่นกัน

Related Post

Travel : ปั่นทางไกลกับเส้นทางหลวงสาย 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์

Cycling Plus Thailand