ลองนึกถึงนักจักรยานแนวสปรินเตอร์ที่โด่งดังขึ้นมาในใจ แบบปัจจุบันทันด่วน หลายๆคนก็คงนึกถึง มาร์ค คาเวนดิช “มนุษย์มิสไซล์”, อังเดร ไกรเปิล “เจ้ากอริลล่า” หรือ ปีเตอร์ ซากาน “มัวร์มิเนเตอร์”  ซึ่งเป็นสุดยอดแถวหน้าของยุคนี้ แต่ถ้าย้อนกลับไป ก่อนที่ซูเปอร์สตาร์กลุ่มนี้จะแจ้งเกิด เป็นยุคทองของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นจรวดบู๊แหลก พลังทำลายชอนไชยากจะหยุดยั้งได้ ที่สำคัญ เป็นนักปั่นที่ไม่ใช่ชาวยุโรป ที่สั่นสะเทือนวงการสปรินเตอร์ทางราบในการแข่งโปรทัวร์ได้อย่างมากมาย และก้าวขึ้นมาเทียบชั้นนักปั่นจ้าวความเร็วชั้นนำได้ในที่สุด

 

ร็อบบี แมคอีแวน นักปั่นอาชีพชาวออสเตรเลีย เกิดเมื่อปี 2515 และใช้เวลาเกือบ 30 ปีขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของชีวิตนักปั่นอาชีพ  เริ่มต้นจากการสังกัดทีมจักรยานเล็กๆ และไต่ระดับแบบก้าวกระโดดเข้าร่วมทีม “ราโบแบงค์” ทีมใหญ่สัญชาติเนเธอร์แลนด์ในปี 2539 (เมื่ออายุ 24 ปี) แต่มารุ่งโรจน์ที่สุดช่วงปี 2545 ในสังกัดทีมล็อตโต  จากนั้นก็รุ่งจนฉุดไม่อยู่ และสามารถสร้างผลงานการแข่งขันเอาไว้มากมาย จนสุดท้าย ปิดฉากการเป็นนักปั่นอาชีพที่ทีมกรีนเอจ ทีมสัญชาติออสเตรเลียบ้านเกิดในปี 2555 (เมื่ออายุ 40 ปี) และปัจจุบันยังคงเป็นทีมงานสำคัญของทีม รวมถึงผู้ฝึกสอนพิเศษด้านเทคนิคการสปรินต์ให้กับทีม โอริกา-สก็อต มีส่วนสำคัญอยู่เบื้องหลังการแจ้งเกิดของทีมในยุคหลังมานี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ผลงานในอดีตทั้งหมดของร็อบบี แมคอีแวน ได้รับชัยชนะในระดับอาชีพมากมาย รวมถึง การเอาชนะตูร์ เดอ ฟรองซ์ ได้รวมกัน 12 สเตจ และ จิโรดิตาเลียอีก 12 สเตจ และแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ได้รับการพิสูจน์ด้วยการเป็นจ้าวความเร็วครองเสื้อเขียวในการแข่งตูร์ เดอ ฟรองซ์ 3 สมัย ในปี 2545,2547 และ 2549 ตลอดจนแชมป์โลกเสือหมอบในปี 2545 กับแชมป์แห่งชาติออสเตรเลียอีก 2 สมัย แต่ชัยชนะอันสุดยอดเหนือความคาดหมาย เกิดขึ้นในปี 2550 ในรายการตูร์ เดอ ฟรองซ์ เสตจที่ 1 ในปีนั้น เจ้าหนูนักสปรินต์จากอังกฤษ นามว่ามาร์ค คาเวนดิช เพิ่งลงแข่งรายการสำคัญนี้เป็นครั้งแรกให้กับทีมที-โมบาย ในขณะที่ แมคอีแวน ลงแข่งเป็นตัวเป้าสำคัญของทีม พรีดิคเตอร์-ล็อตโต ในช่วงชุลมุนของการแก่งแย่งตำแหน่งสำคัญในการส่งตัวสปรินต์หน้าเส้นของสารพัดทีม สารพัดดาราดังในยุคนั้น ทั้งบูเนน, เบอนาติ และ ฮุตชอฟ เทพแห่งโชคลาภกลับละเลยสายตาไปจากแมคอีแวน เขาประสบอุบัติเหตุล้มในช่วง 20 กม.สุดท้าย แม้ว่าทีมจะส่งกองกำลังลงมาช่วยกันลากไล่กลับเข้าเพื่อชิงเอาสเตจแรกที่สำคัญนี้ให้ได้ แต่ในสายตาของผู้บรรยายแทบจะทุกๆสื่อ ไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำได้สำเร็จ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงสุดท้ายแบบนี้ ความเร็วของกลุ่มจักยานจะสูงมาก จากการแย่งตำแหน่งกันอย่างไม่ลดราวาศอกของทีมที่ต้องการสเตจนี้ไปครอง

 

การยื้อแย่งยังคงดุเดือดจากทุกๆทีม แม้ว่าทีมล็อตโตจะส่งแมคอีแวนกลับเข้ากลุ่มได้ในช่วง 5 กม. สุดท้าย ทว่าเหมือนจะสายเกินไปเสียแล้ว เพราะที่ระยะนี้ หมายถึงความเร็วที่สูงจนยากจะยื้อเอาไว้ได้ เพียงแค่รักษาตำแหน่งให้ได้ก็ถือว่ายากลำบากมากแล้ว หลายๆทีมต้องทุ่มกำลังช่วยกันรักษาตำแหน่งของลีดเดอร์ทีมตนเองให้ได้ การที่แมคอีแวน แปะอยู่ที่ท้ายกลุ่มไม่ได้หมายความว่าทีมจะมีโอกาสได้แชมป์สเตจไปแม้แต่น้อย ที่สำคัญ ทีมล็อตโต ทุ่มกำลังในการไล่กลับเข้ามาจนหมดแรงไปแล้วทุกคน เหลือเพียงหัวหอกคนเดียวเท่านั้น ในขณะที่ทีมดาราดังต่างทำความเร็วเบียดกันอยู่ด้านหน้า และสเตจนี้ทำท่าจะตกเป็นของนักปั่นจากทีมบาร์โลเวิลด์ ร็อบบี ฮันเตอร์ ที่สปรินต์ยื้ออยู่หน้าสุดได้อย่างเหนือคาด พร้อมๆกับสุดยอดนักปั่นแห่งยุคทั้ง ทอม บูเนน และ ธอร์ ฮุตชอฟที่พร้อมจะระเบิดพลังออกมาสวนเอาสเตจไปครองจนได้ ในวินาทีไม่คาดคิด 3 วินาทีก่อนจักรยานจะเข้าเส้นชัย ในที่สุด ร็อบบี แมคอีแวน ก็พุ่งทะยานแทรกออกมาจากด้านหลังได้สำเร็จ เขาไล่อันดับจากท้ายที่สุด จนมาถึงหน้าสุดได้แบบไม่มีใครเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญ เขาพุ่งทะยานทำลายจังหวะออกมาเบื้องหน้า ระเบิดความเร็วออกไปเอาชนะสเตจนี้มาได้ นั่นคือการชนะตูร์ เดอ ฟรองซ์ ครั้งสุดท้ายของเขา ในวัย 35 ปี

 

ความโดดเด่นของร็อบบี แมคอีแวน ไม่ใช่ความเร็วสูงสุดที่มากล้นพ้นแบบนักปั่นร่างใหญ่ชาวยุโรป ด้วยส่วนสูงเพียง 171 ซม. เขาจัดว่าตัวเล็กกว่าคู่แข่งมาก ที่สำคัญทีมสังกัดเขาไม่ค่อยนิยมใช้แผนกลยุทธ์การแข่งแบบหัวลากขบวนสปรินเตอร์อย่างที่นิยมใช้กันในทีมสปรินเตอร์แท้ๆ โดยส่งนักปั่นลากกันมาเป็นขบวนรถไฟ พาเอาหัวหอกคนสำคัญไปอยู่ในตำแหน่งและระยะทำการก่อนจะส่งให้เพื่อนระเบิดพลังไปเอาชนะสเตจมาครอง กลยุทธ์ที่แมคอีแวนถนัดคือการใช้หัวลากเพียง 1-2 คนพาเขาไปอยู่ในช่วงสำคัญก่อนหน้าเส้นชัย จากนั้น เขาจะใช้สัญชาตญาณเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม กับนักแข่งที่คาดว่าจะเป็นคนบังลมให้เขาได้ดี และใช้จังหวะที่พอดิบพอดี พุ่งทะยานออกไปคว้าชัยชนะมาแบบตาอยู่ ฉกไปจากปากของตาอินกับตานาที่กำลังขับเยวจนลืมตัว หากเขาจะพลาดก็เพราะโอกาสไม่พอดีจริงๆ และถูกความเร็วสูงของคู่แข่งในยุคนั้นเฉือนเอาไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสปรินเตอร์ที่เฉียบคมที่สุดด้านกลยุทธ์ในการไปสู่ความสำเร็จ

Related Post

จรวดบกออสซี่ ร็อบบี แมคอีแวน

Cycling Plus Thailand