กลิ่นเท้าคงไม่ใช่แค่ปัญหาส่วนตัว ถ้าคนรอบข้างคุณก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ไม่อยากให้คนรอบข้างต้องผวาทุกครั้งที่ถอดรองเท้า คุณจึงห้ามละเลยอวัยวะส่วนนี้เป็นอันขาด

 

 

เท้า

เนื่องจากเท้าของเรามีต่อมเหงื่อกระจายตัวอยู่มากกว่าสองแสนต่อม ซึ่งนับว่ามากเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับอวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย และแน่นอนว่าต่อมเหงื่อเหล่านี้จะทำหน้าที่ผลิตเหงื่ออยู่ตลอดเวลา ไม่เฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือตอนออกกำลังกายเท่านั้น กระบวนการผลิตเหงื่อดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ผิวเท้ามีคุณสมบัติอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น จนรองรับแรงกดและกระแทกเวลาเราเดิน วิ่ง หรือกระโดดได้

 

เมื่อมีทั้งต่อมเหงื่อและเหงื่อ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมา วิธีป้องกันกลิ่นเหม็นอับที่ดีที่สุดคือการหมั่นดูแลสุขภาพเท้าและรักษาความสะอาดเป็นประจำ เริ่มจากพื้นฐานง่ายๆ ทุกครั้งเวลาอาบน้ำโดยเฉพาะหลังปั่นจักรยานเสร็จ อย่าลืมถูสบู่ให้ทั่วเท้าไม่ว่าจะเป็นตามง่ามนิ้ว ตาตุ่ม หรือส้นเท้า รวมทั้งหาเวลาขัดเท้าบริเวณที่หยาบกร้านด้วยแปรงหรือหินพัมมิส เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป จากนั้นเช็ดเท้าให้แห้งสนิทแล้วอาจจะโรยแป้งตาม หัวใจสำคัญคือการรักษาเท้าให้แห้งอยู่ตลอดเวลา เพราะแบคทีเรียจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะเปียกชื้น

 

นอกจากนี้ การดูแลเล็บเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้ตัดเล็บเท้าสั้นและรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ถ้าวันไหนไม่ได้ออกไปปั่นจักรยาน ก็ควรเปลี่ยนไปใส่รองเท้าลำลองแบบเปิดเท้าหรือเปลือยเท้าบ้างในวันหยุด เพื่อให้เท้าได้พักหายใจและลดกลิ่นอับ

 

แต่ถ้าคุณจัดอยู่ในเคสหนัก แนะนำให้ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือ สารส้ม หรือด่างทับทิมประมาณ 15-20 นาที หรือเอาสำลีชุบน้ำมะนาวคั้นสดผสมน้ำเปล่ามาถูให้ทั่วเท้าทุกซอกมุมหลังอาบน้ำเสร็จเป็นประจำ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดเท้าให้แห้งและโรยแป้งตราเต่าเหยียบโลกหรือแป้งโยคี ซึ่งขึ้นชื่อว่าดับกลิ่นชะงัด รวมทั้งฉีดสเปรย์ดับกลิ่นเท้าก่อนใส่ถุงเท้าทุกครั้ง เพื่อเสริมความมั่นใจอีกแรง

 

 

รองเท้า

รองเท้าก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นเท้าด้วยเช่นกัน จึงต้องใส่ใจดูแลความสะอาด รองเท้าจักรยานประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดทั้งภายนอกและภายใน การทำความสะอาดจึงต้องอาศัยความละเอียดอ่อนพอสมควร หลังปั่นเสร็จ หากรองเท้าไม่เปื้อนมากนัก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดภายนอกตามด้วยผ้าแห้ง แล้วถอดพื้นรองเท้าออกมาผึ่งลมเพื่อลดกลิ่นอับ

 

แต่ถ้าวันไหนต้องลุยน้ำหรือโคลนจนมีสภาพเขรอะเต็มที่ สำหรับรองเท้าที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ให้ถอดพื้นรองเท้าและเชือกรองเท้า (ถ้ามี) ออกมาซักแยกในน้ำสบู่ก่อน แล้วจุ่มรองเท้าลงในน้ำสบู่หรือน้ำยาซักล้างที่มีฤทธิ์อ่อนๆ ขัดคราบสกปรกด้วยแปรงสีฟันหรือแปรงขนอ่อน ล้างน้ำสะอาดและซับด้วยผ้าแห้ง ก่อนนำไปตากลม ให้ปลดตัวล็อกและเปิดลิ้นรองเท้าออก เพื่อให้อากาศไหลเวียนเข้าสู่ภายในรองเท้าอย่างเต็มที่ จากนั้นขยำหนังสือพิมพ์เก่ายัดลงไปในรองเท้าเพื่อดูดซับความชื้น พร้อมหยอดน้ำยาหล่อลื่นตรงชิ้นส่วนที่ทำจากโลหะ แล้วนำไปตากลมหรือผึ่งบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกจนแห้งสนิท แต่ไม่แนะนำให้ตากแดดจัดๆ เพราะนานไปอาจทำให้ผิวรองเท้าแตกได้

 

ส่วนรองเท้าที่ทำจากหนังแท้ แนะนำให้ทำแบบเดียวกัน ยกเว้นการซักตัวรองเท้าด้วยน้ำสบู่ ให้เช็ดด้วยครีมหรือสเปรย์ทำความสะอาดแทน ยิ่งทำความสะอาดหลังจากใช้งานเสร็จเร็วเท่าไร คราบต่างๆ ก็มีโอกาสจะหลุดลอกง่ายกว่าปล่อยทิ้งไว้มากขึ้นเท่านั้น อนามัยภายในตู้เก็บรองเท้าก็เป็นสิ่งสำคัญ หมั่นทำความสะอาดและหาตัวช่วยดับกลิ่นหรือดูดซับความชื้นมาแขวนไว้ในตู้ และถ้ารองเท้ายังเปียกชื้นอยู่ก็ควรรอให้แห้งสนิทก่อนเก็บเข้าตู้ นอกจากนี้ การมีรองเท้าจักรยานไว้สับเปลี่ยนสัก 2-3 คู่ เพื่อให้มีเวลาซักและตากแห้งก่อนสวมใส่ครั้งต่อไป ก็จะช่วยลดการหมักหมมที่นำไปสู่กลิ่นอับได้

 

 

ถุงเท้า

ทุกครั้งที่ใส่รองเท้าจักรยานหรือรองเท้าหุ้มส้นมิดชิดควรสวมถุงเท้าด้วย แนะนำให้เลือกที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากระบายอากาศดีและไม่หนาจนเกินไปเหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรา ซักถุงเท้าและตากแดดให้แห้งสนิททุกครั้งหลังสวมใส่ อย่าใส่ถุงเท้าที่ยังเปียกอยู่หรือสวมตอนเท้ายังชื้นเพราะจะทำให้เกิดกลิ่นอับ ทั้งนี้ คุณอาจซื้อแผ่นรองรองเท้าสำรองไว้สับเปลี่ยนด้วย
หากดูแลอย่างครบวงจรแล้ว รับรองว่าปัญหากลิ่นเท้าที่คอยบั่นทอนความมั่นใจจะต้องลดลงจนหมดไปอย่างแน่นอน

 

 

 

ว่าด้วยเรื่องของ…กลิ่นเท้า

Cycling Plus Thailand