เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่เพิ่งผ่านมา ไซคลิ่งพลัสได้มีโอกาสร่วมเป็นแขกปั่นจักรยานกับอาคันตุกะระดับสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากสหรัฐอเมริกา เจฟ ไวส์ กับ เมอเรย์ วอชเบิร์น ผู้ช่วยประธานอาวุโสฝ่ายขายและผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของจักรยานแคนนอนเดล ทั้งสองเดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ร่วมเปิดตัวจักรยานในปี 2017 กับบริษัทเวิลด์ไวด์คอนเน็คชั่น ผู้นำเข้าแคนนอนเดลอย่างเป็นทางการของประเทศไทย แต่นั่นไม่ใช่ช่วงเวลาที่เรารอคอย ไฮไลท์ของเราคือการได้ร่วมปั่นจักรยานกับแขกพิเศษทั้งสองท่าน พาผู้มาเยือนไปสัมผัสกับสกายเลน ที่หมายยอดนิยมของนักปั่นที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหากคุณเป็นมิตรรักจักรยานอย่างแท้จริง

 

ทั้งสองท่านเป็นนักแข่งมาก่อน แม้จะไม่ถึงกับระดับอาชีพทีมดัง แต่ก็เป็นผู้ที่หลงใหลจักรยานจนแข่งขันมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งเสือหมอบ รถลู่ และเสือภูเขา ทุกอย่างสะท้อนออกมาได้ชัดเจนทันทีที่คร่อมจักรยาน เพราะแม้วัยล่วงเลยเกินวัยกลางคนไปแล้ว แต่อยู่ห่างไกลจากหุ่นพิมพ์นิยมของนักปั่นในอุดมคติ ทั้งสองก็ยังสามารถปั่นไปกับนักปั่นชาวไทยที่มาต้อนรับได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นการปั่นจักรยานสบายๆกระชับมิตรบนระยะทาง 47 กม. ในช่วงเวลาที่อากาศเริ่มจะดีที่สุดของกรุงเทพมหานคร ลมอ่อนยามเช้า เย็นเอื่อย เลียบยอดหญ้า ต้อนรับตั้งแต่เริ่มต้น แม้จะทวีความแรงกลายเป็นอุปสรรคหนักหนาบ้างในยามสาย แต่โดยรวมถือว่ายังเย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เรามีโอกาสได้สนทนากับแขกวีไอพีเกี่ยวกับจักรยาน ธุรกิจจักรยาน อุตสาหกรรมจักรยาน การออกแบบ แนวทางการพัฒนา และเทรนด์ของจักรยานในอนาคต (ติดตามได้ในฉบับที่ 44 เดือนมกราคม 2017)  แต่สิ่งที่น่าจะเก็บมาเล่าให้ฟังในที่นี้คือเรื่องมุมมองของจักรยานที่น่าสนใจจากทั้งสองท่านที่ได้สัมผัสกับสกายเลน และจักรยานประเทศไทยเป็นครั้งแรก

 

เมื่อถามถึงการเติบโตของจักรยานในโลก สิ่งที่เราได้รับคือความน่าสนใจของการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดเอเชีย ที่ขยายอย่างรวดเร็วทั้งด้านยอดขายและมูลค่า กระแสทั้งหมดเริ่มต้นจากญี่ปุ่นก่อนจะขยายไปยังเกาหลี ไต้หวัน และจีน  ต่อมายังไทยและเวียตนาม เอเชียยังมีศักยภาพ ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ปีตลาดกีฬาจักรยานเป็นโลกของคนยุโรป แทบไม่มีความนิยมนอกทวีปยุโรปเลย จนอเมริกาและเอเชียเข้ามามีส่วนร่วมในกีฬานี้มากขึ้น มีการแข่งขันจักรยานอาชีพไปทุกๆทวีป หลายประเทศแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีรายการอาชีพและนักแข่งโปรทัวร์ก็ปรากฏเยอะขึ้น ส่งผลไปในทางเดียวกันกับการได้รับความนิยมของจักยานเพื่อการสัญจรและกิจกรรมนันทนาการที่ขยายตัวขึ้นหลายเท่าเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

 

หากย้อนกลับไปนำกรณีศึกษาของประเทศอังกฤษมาใช้เทียบเคียงหลังจากจักรยานเติบโตขึ้นช่วงก่อนโอลิมปิคที่ลอนดอน ต่อยอดมายังยุคทองแห่งจักรยานอังกฤษ ถึงจุดหนึ่งตลาดธุรกิจชนิดนี้เกิดชะงักไปดื้อๆ อัตราการเติบโตหยุดนิ่ง ยอดจับจ่ายจักรยานลดลงแต่ประชากรนักปั่นไม่ได้หายไปมากนัก เป็นสัจธรรมของสิ่งที่ไม่จีรัง มีขึ้นก็ย่อมมีลง แต่จากสายตาของผู้บริหารทั้งสองที่คุยให้เราฟัง ยังมองเห็นหนทางอีกยาวไกลในจักรยานเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยที่แม้จะมีแนวโน้มถดถอยลงไปบ้าง แต่กราฟทุกอย่างมีทั้งขึ้นและลงเป็นปกติ สำคัญที่ภาพรวมที่ยังเติบโตมากเมื่อเทียบกับที่ผ่านมา และยังมีพื้นที่ว่างให้ไปต่อได้ในอนาคตอีกมาก หากมองในระดับทศวรรษจะเห็นว่าแนวโน้มของจักรยานเติบโตขึ้นไม่หยุดมาต่อเนื่องกันหลายสิบปี จากความนิยมกระแสสุขภาพที่ยังเพิ่งเริ่มสำหรับเอเชีย รวมถึงสาธารณูปโภคที่ยังพัฒนาต่อได้อีกมาก ทำให้เมื่อมองจากมุมมองภายนอก เขาเห็นศักยภาพของหนทางสองล้อบ้านเราเจิดจ้ากว่า

 

ทั้งสองท่านฝากแง่มุมมองด้านการบริหารธุรกิจจักรยานระดับโลกที่เข้ามายังตลาดประเทศไทยว่าปัจจัยแวดล้อมอะไรที่ทำให้ร้านจักรยานปิดตัวลง กลุ่มนักปั่นที่ดูเงียบเหงาลงในช่วงหลัง เป็นเพียงระยะสั้นที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือการเติบโตของอินฟาสตรัคเจอร์โดยรวมที่ส่งเสิรมให้สังคมสุขภาพ การปั่นจักรยานยังเดินต่อไปได้ จักรยานเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ราคาถูกลงจากตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้การขายของภาคผู้เสนอสินค้ายากเย็นกว่าเดิม แต่มันคือสิ่งที่ทำให้สังคมจักรยานเติบโตได้ง่ายขึ้น ปล่อยให้การแข่งขันขายของเกิดขึ้นจากภาคธุรกิจ

 

ถ้าถามถึงคำถามว่าอะไรที่เห็นจากการปั่นจักรยานในประเทศไทย(ที่สกายเลน)ที่ทั้งสองท่านเห็นว่ามันช่างพิลึกแปลกตาที่สุดเท่าที่เห็นมาในโลก คำตอบแรกที่ได้รับคือความตื่นตาตื่นใจจากจักรยานระดับไฮเอนด์ หรือจักรยานระดับสูงที่พบเห็นมากมายอยู๋ในสกายเลน ราวกับที่นั่นคืองานแสดงสินค้าจักรยานชั้นยอดของโลก เป็นความประทับใจในความเหนือคาดว่านักปั่นไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพและเชื่อมันพร้อมใจจ่ายเพื่อให้ได้ขี่จักรยานที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ อีกประการที่ทำเอาชาวต่างชาติจากเมืองหนาวทั้งสองผิดคาด ถึงกับตั้งคำถามกลับมาคือแนวการแต่งกายของนักปั่นไทย ที่ต้องห่อหุ้มร่างกายมิดชิด ปิดหน้า แขน ขา ให้ได้มากที่สุด ทั้งๆที่เป็นวันอากาศแสนดี ลมเย็น แดดไม่ร้อนจนเกินไป มองเผินๆเหมือนหน้าหนาวในบ้านเขา แต่ไม่ใช่ เพราะเห็นทุกคนกำลังปั่นกันเหงื่อแตกเต็มไปหมดเช่นกัน

ความประทับใจในสกายเลนที่เราเก็บไปภาคภูมิใจได้จากมุมมองของทั้งสองท่านคือความทุ่มเทจริงจังของนักปั่นไทยในสกายเลน แม้จะไม่ใช่นักกีฬา นักแข่ง แต่ทุกคนปั่นกันอย่างเต็มที่ พยายามเรียนรู้ที่จะขี่ช่วยกันทำความเร็ว ดูแล้วมีสปิริตของนักจักรยานมากกว่าหลายๆที่ที่ผ่านมา แม้จะมีเส้นทางที่มีผู้คนปั่นจักรยานออกกำลังกายมากไม่ต่างกัน แต่อยู่ในลักษณะต่างคนต่างไป แต่ที่นี่ (สกายเลน) ทุกคนปั่นมาพบกับกลุ่มที่เหมาะกับตนเองแล้วร่วมไปด้วยกัน ทำความเร็วเข้าหากันเต็มที่ ช่วยเหลือ แชร์การนำฝ่าลม และแม้จะไม่ได้แข่งขัน แต่ก็ออกแรงกันอย่างสนุกสนาน

 

สุดท้ายคำถามที่ยิงไปให้กับชายผู้เห็นจักรยานมาแล้วทั่วโลกทั้งสอง คือการถามถึงสิ่งที่ประทับใจที่สุดในโลกของจักรยานที่ได้รับมาตลอดชีวิตการทำงานในวงการนี้นับสิบปีคืออะไร คำตอบทำเอาเราประหลาดใจเล็กๆ เมื่อเขาบอกว่าเป็นความโชคดีของการทำงานในวงการนี้ ผู้คนเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ คนออกแบบเต็มไปด้วยไฟของการพัฒนา นักแข่งเปี่ยมล้นด้วยแรงปรารถนาที่จะก้าวหน้า คนปั่นก็คุกรุ่นด้วยไฟแห่งความคึกคักทุกครั้งที่ได้ปั่นจักรยาน  มันเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องทำงานให้เต็มที่ เพื่อสร้างจักรยานที่ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันสิ่งที่ประทับใจและอัศจรรย์ที่สุดคือแม้ว่าเขาจะไปมาทุกที่ในโลก แต่พบว่าคนจักรยานในทุกประเทศเป็นคนแบบเดียวกัน อาจมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่สำหรับเขาทั้งคู่ พวกเราเหมือนกัน แค่อยู่คนละที่เท่านั้น

 

“เมื่อมองจากมุมมองบนหลังอาน โดยเฉพาะวันนี้ที่ได้มาขี่จักรยานในสกายเลน ผมนึกไม่ออกว่าผมจะมีโอกาสแบบนี้ได้อย่างไรถ้าผมไม่ได้ทำงานนี้ ผมนึกไม่ออกว่าถ้าผมไม่ทำงานนี้ตอนนี้ผมจะทำอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆผมอาจไม่ได้มาปั่นจักรยานที่นี่ กับคนไทย ได้พบเพื่อนใหม่ๆที่เป็นคนแบบเดียวกัน”

 

เจฟ ไวส์ กับ เมอเรย์ วอชเบิร์น ยังฝากคำพูดมาถึงนักปั่นชาวไทยว่าสิ่งที่เขาได้เห็นจาก 2 ชม.บนสกายเลนคือความหลงใหลในจักรยานของพวกเราชาวไทยที่มากล้น ได้เห็นสาวนักปั่นที่ชื่นชอบและปั่นจักรยานด้วยใจรักอย่างเต็มที่ ด้วยโครงสร้างรวมของสังคม นี่เป็นเพียงประกายแรกของแสงเจิดจ้าที่จะเกิดในอนาคตที่โอกาสสามารถเข้ามาได้ เพียงรักษาความอยากแบบนี้เอาไว้ ทั้งด้านกีฬา โครงสร้างสังคม สุขภาพและธุรกิจ จะต้องสดใสมากในอนาคตอันใกล้ สิ่งสะท้อนสำคัญคือการที่ผู้คนใช้เวลา เงินทองทุ่มสร้างโครงการยิ่งใหญ่อย่างสกายเลนเกิดมาได้ มันไม่ใช่แค่พื้นที่ หรือเม็ดเงินของนักลงทุน แต่มันสะท้อนถึงความลุ่มหลงที่พวกเรามีให้กับจักรยานอย่างสุดขีด และเป็นสิ่งวิเศษที่พบไม่ได้จากที่ไหน ก้าวต่อไปที่เค้าอยากเห็นคือทางเลือกอื่นๆในอนาคต อาจเป็นสกายเลนสำหรับเสือภูเขา หรือการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันให้ได้มากขึ้น มันบ่งบอกว่าหน่วยงานเอกชนและรัฐของเรา มองว่าจักรยานคือสิ่งที่ดีสำหรับสังคม

 

เอาล่ะครับ พี่น้องชาวไทย บทสนทนาจบลงเพียงเท่านี้ เพราะถ้าคุยต่อจากนี้ คงต้องหาเครื่องดื่มแก้คอแห้ง แล้วเราคงได้อะไรอีกมากมายจากแขกพิเศษทั้งสองท่าน แต่ลำพังเนื้อหาที่ไซคลิ่งพลัสเก็บมาเล่าในครั้งนี้ น่าจะจุดประกายบางอย่างกับนักปั่นชาวไทยได้ ในเวลาที่จักรยานดูเงียบงันลงไปบ้าง แท้ที่จริงแล้วไม่ได้ถดถอยที่ตัวของจักรยาน โครงสร้างทุกอย่างเรายังพร้อมจะคึกคักสนุกสนานกันยิ่งกว่าเดิม แต่คงต้องขุดเอาวินาทีแห่งความสนุกนั้นกลับมาอีกครั้ง

 

จักรยานไปข้างหน้าเองไม่ได้ จอดเอาไว้ถึงจะแอโรแค่ไหนก็ไปได้แค่ 0 กม./ชม. ล้อจะหมุนไปข้างหน้าอย่างไร อยู่ที่ขาของเราจะปั่นไปด้วยกัน

 

Ride With Us, Cycling Plus Thailand

Related Post

สัมผัสแรก การปั่นจักรยานในไทยของชายที่อยู่ใจกลางของจักรยานโลก

Cycling Plus Thailand