หนาวนี้หิ้วจักรยานไปปั่นที่อีสาน ก็ม่วนอีหลีนะ ป่ะไปกันเริ่ม..เลย

 

ก็เริ่มปั่นจากเลยไปเชียงคานดูไหมล่ะ ระยะทางไม่ไกลมากประมาณ 50 กิโลเมตรเองนะ ปั่นตามถนนหลักไปเรื่อยๆ เจอแยกซ้ายไปภูเรือ ให้ไปทางแยกขวาไปเชียงคาน ทางก็จะเนินขึ้นลงตามสภาพภูมิประเทศ ไม่ได้หนักมาก แต่ที่สำคัญคือ พยายามปั่นชิดซ้ายไว้มากๆ ยิ่งเป็นช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยวแบบนี้รถบนถนนน่าจะเยอะหน่อย ค่อยๆ ไป ยังไงก็ปั่นถึงเชียงคานแบบสบายๆ ไม่มืดแน่ๆ นี่ขนาดว่าเราปั่นแล้วก็แวะเติมคาเฟอีนนิดหน่อยระหว่างทางด้วยนะ ปั่นๆ แล้วเจอร้านกาแฟซ้ายมือก่อนที่จะถึงเชียงคานร้านไร่สมบูรณ์ทรัพย์ ร้านใหญ่สะดุดตาไม่แวะไม่ได้เลย แวะลงไปดื่มกาแฟ กินขนมแล้วไปต่อโลด

 

ปั่นเพลินๆ ชมวิวบางช่วงสองข้างทางมันก็สวยดี เผลอแว่บเดียวก็มาโผล่ที่เชียงคานริมแม่น้ำโขงแล้วล่ะ

 

ถนนเลียบริมโขงเป็นที่พักผ่อนเดินเล่น ปั่นจักรยานได้บรรยากาศมากๆ ยิ่งหน้าหนาวนี่แนะนำเลยปั่นจักรยานเที่ยวช่วงเช้า เลียบริมโขง หรือจะปั่นไปอีกหน่อยไปชมความสวยงามของทะเลหมอกบนภูทอก หากว่ากำลังขาดีปั่นขึ้นได้แน่นอน ระยะทางจากตีนเขาขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ความชันและโค้งนี่เราให้เต็ม 10 ไปเลยนะ (หัวเราะ) เราลองมาแล้วขาขึ้นค่อยๆ ไต่ไปมันก็ยังพอไหวนะ อาจจะบวกกับกำลังขาของตัวเอง และรถเสือหมอบคันที่ใช้อยู่มันเบาและขึ้นเขาสบายด้วยแหละ แต่ขึ้นไปถึงบนนั้นก็จะหายเหนื่อยเอง ถ้าโชคดีก็จะเจอทะเลหมอกด้วย แต่ถึงจะไม่เจอทะเลหมอกแต่ความหนาวเย็นนี่แน่นอนที่สุด ส่วนขาปั่นลงต้องใช้ความระมัดระวังกันมากๆ หน่อยเพราะทางชันและโค้งหักศอกบางช่วง เราเป็นคนที่ไม่ชอบปั่นลงเขาเลย มือกำเบรกค่อยๆ แตะสลับเบรกหน้าเบรกหลังแบบเกร็งจนกรี๊ดเลยทีเดียว (หัวเราะ)

 

 

อ้อลืมบอกไปในช่วงเช้าของที่นี่กิจกรรมของเราชาวพุทธก็คือการใส่บาตรพระ และที่เชียงคาน เราจะใส่บาตรข้าวเหนียวกันล่ะ เช้าๆ มาก็จะเห็นคนนั่งปูผ้าปูเสื่อเพื่อรอพระ และมีห่อข้าวเหนียว บางทีได้ทำบุญแบบนี้ก็สบายใจดีเหมือนกันนะ (ยิ้ม) เมื่อปั่นมาถึงเชียงคาน นอกจากปั่นเที่ยวเล่นริมโขงแล้ว กิจกรรมยามเย็นที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาด ก็คือเดินเที่ยวเล่นหาของกินแปลกๆ และอร่อย ราคาไม่แพง ในย่านถนนคนเดิน ที่สองข้างทางเป็นบ้านเรือนเก่าๆ โฮมสเตย์ที่มีคนพักทำให้เมืองดูมีชีวิตตลอดเวลา เราเคยมานั่งจิบกาแฟที่ร้านร้านหนึ่ง แล้วสัมผัสได้ถึงความน่ารัก ความเป็นวิถีชีวิตที่ชาวบ้านที่นั่นใช้ชีวิตแบบของพวกเขาจริงๆ เรายังได้กลิ่นบ้านเรือนที่ติดๆ กัน ปรุงอาหาร กลิ่นพริกแกง กะปิลอยมา บางทีนี่นึกออกเลยว่าบ้านนั้นทำอะไรกิน (ยิ้ม) เอาล่ะ ไปแอบสูดกลิ่นอาหารของบ้านอื่นๆ มาจนเราหิวซะเอง ตอนนี้วางจักรยานก่อน แล้วเดินสำรวจของกินที่นี่จะดีกว่า อาหารแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยกินครั้งแรกจากเชียงคาน ขอยกให้ “ตำด้องแด้ง” จานนี้ขาส้มตำต้องชอบแน่ๆ มันแซ่บอร่อยและหน้าตาดูมีอะไร ก็มันมีเส้นแป้งตัวยาวๆ อ้วนๆ ที่เรียกว่าด้องแด้งนี่แหละ แป้งจะนุ่มๆ เหนียวๆ หนึบๆ เข้ากับส้มตำนัวๆ อย่างมาก ที่เราลองกินร้านป้านางในถนนคนเดินก็รสถูกปาก นัวๆ เปรี้ยวหวานลงตัว

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ก็จะมีกุ้งฝอยเสียบไม้ย่าง นี่ก็แปลกและยาก ยากคือกุ้งก็ตัวนิดเดียวยังพยายามเสียบไม้เรียงๆ กันเป็นแถวยาวเอามาย่าง ลองกินดูก็หอมๆ เค็มๆ มันๆ แถมถูกมากๆ 10 บาทกินได้ตั้งนาน ให้คะแนนความพยายามไปเลย (ยิ้ม)

 

 

 

ถ้าจะให้สาธยายมันเยอะมากๆ เลยนะ พวกย่างๆ ก็มีหอยขมเสียบไม้ (อีกแล้ว) ข้าวจี่ย่างไฟหอมๆ เป็นข้าวเหนียวชุบไข่ย่างน่าจะเอามากินกะส้มตำด้องแด้งคงเข้ากัน ปาท่องโก๋ตัวใหญ่ใส่สารพัดไส้ก็มี ที่กินง่ายๆ และอิ่มทนทานก็คงจะเป็นข้าวเปียกญวน กะไข่กระทะ หรือจะสั่งข้าวเปียกใส่ไข่ก็อารมณ์แบบกินโจ๊กเลย แหะๆ เพิ่งเคยมาลองที่นี่ ก็ดีนะ

 

 

 

 

 

 

สรุปทริปปั่นจากเลยเข้าเชียงคาน เย็นๆ เดินกินของอร่อยบนถนนที่เป็นตำนาน ค่ำๆ นอนเชียงคานบรรยากาศเก่าๆ อากาศหนาวๆ ตื่นเช้าใส่บาตรข้าวเหนียว ปั่นเที่ยวภูทอก บอกเลยว่ารักษ์เลย…รักเลย อยากไปอีกเลย (ยิ้ม)

 

 

 

Related Post

หนาวนี้หิ้วจักรยานปั่นเชียงคาน

Cycling Plus Thailand