เปิดใจ Mr. Michal Kwiatkowski – Super Domestique ระดับแชมป์โลกแห่งทีม SKY  พร้อมเจาะลึกโปรนักปั่นระดับแชมป์โลกจักรยานถนนแบบหมดเปลือก

 

นับเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ซึ่งนานๆ ครั้งจะมีโปรนักปั่นระดับแชมป์โลกจักรยานถนนมาให้เราได้เจอในไทย โดยต้องขอขอบคุณทาง Pro Cycle ที่ให้โอกาส Cycling Plus Thailand ได้เข้าร่วมพูดคุยกับ Michal Kwiatkowski ที่มาเที่ยวเมืองไทยและแวะพบปะกับแฟนๆ ชาวไทยอย่างเป็นกันเอง

 

มาเที่ยวเมืองไทย รู้สึกอย่างไรบ้าง

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาประเทศไทย รู้สึกดีมากครับ อาหารก็อร่อยมาก ปกติแล้วช่วงเวลา off-season ผมจะอยู่แต่บ้านไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยสักเท่าไร”

 

คุณชนะการแข่งมาหลายรายการมากๆ แต่รายการไหนที่น่าจดจำเป็นพิเศษ

“ผมชอบหลายรายการ แต่ที่ชอบเป็นพิเศษคงจะเป็น World Champion ปี 2014 ที่เพื่อนๆ ของเราร่วมมือกันดีมากๆ จนประสบผลสำเร็จ ส่วนแชมป์สองสมัยใน Strade Biache และ Milan San-Remo ปี 2017 ก็ยอดเยี่ยมมาก”

 

ในรายการ Milan San Remo ตอนสปรินต์แข่งกับซากานคุณมี Maximum Power เท่าไร

“ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเท่าไร แต่จำได้ว่า AV มากกว่า 1,000 วัตต์ 20-30 วินาทีก่อนเข้าเส้นชัย”

 

สำหรับคนทั่วไป ต้องมีการฝึกซ้อมอย่างไรจึงจะได้พาวเวอร์แบบนี้บ้าง

“มันคงยากจะเปรียบเทียบกันครับ เพราะผมขี่จักรยานตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ผมซ้อมจักรยานมากว่า 17 ปี มันไม่ง่ายที่ทุกคนจะทำตามได้แบบนี้ แต่อย่างน้อยคุณต้องซ้อมให้สม่ำเสมอ จึงจะค่อยๆ พัฒนา”

 

มีอาหารอะไรที่แนะนำให้กิน เพื่อพัฒนาการปั่นบ้างไหม

“คนไทยโชคดีมากที่มีอาหารอร่อยและรสชาติที่จัดจ้าน ทำให้ระบบ Metabolism ในร่างกายทำงานได้ดีกว่า ส่วนการเลือกอาหารก็ทั่วๆ ไป เพียงแค่กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ คิดไว้เสมอว่าเวลาเราออกกำลังกาย เราเผาผลาญเยอะมาก เพราะฉะนั้นคำนวณแคลอรีให้ดี”

 

ตอนที่คุณ Break away มากับซากานและอลาฟิลลิป ใน Milan San Remo คุณคิดอะไรอยู่

“ไม่ได้คิดอะไรเลยครับ ผมเห็นเนินสุดท้ายและต้องทำอะไรสักอย่างจึงพุ่งออกไปเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ผมรู้ว่าเนินลูกนั้นมันเป็นโอกาสเดียวของผม”

 

อะไรที่ทำให้ทีม SKY แข็งแกร่ง

“เพราะไม่ใช่แค่นักแข่งเท่านั้นที่เก่ง แต่ยังรวมไปถึงเชฟ, Sport Director, Mechanic และผู้จัดการทีมทุกคนล้วนมีศักยภาพและดีที่สุดในสาขาต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้มารวมกันทำให้ทีมไปได้ดี คนในทีมรอบๆ ตัวเป็นคนเก่ง เมื่อถูกล้อมรอบด้วยคนพวกนี้ทำให้มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง”

 

หลายคนมองว่าคุณเป็น All Rounder แต่คุณมีสไตล์การปั่นที่ชอบเป็นพิเศษไหม เช่น สปรินต์ ไต่เขา หรือไทม์ไทรอัล

“ไม่มีอะไรที่ชอบเป็นพิเศษ ผมรู้สึกว่าชอบทุกอย่าง จึงทำให้ผมปั่นทุกแบบได้ดี”

 

ในการแข่งขันที่ผ่านมาคุณรู้สึกอย่างไรบ้างกับหน้าที่ Domestique

“Spirit Team เป็นสิ่งสำคัญ ในการแข่งที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นว่า คริส ฟรูม มีโอกาสได้แชมป์ ดังนั้นหน้าที่ของผมคือทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ คริส ฟรูม ได้แชมป์ และผมเชื่อว่า ‘ถ้าผมทำเต็มที่ สักวันหนึ่งผมจะได้รับโอกาสนั้นบ้าง’ “

 

เป้าหมายในฤดูกาลหน้าเป็นอย่างไรบ้าง

“ผมอยากให้ดู เกอเรนท์ โทมัส เป็นตัวอย่าง เขาเป็นคนที่เก่งและเป็นนักกีฬาที่ดี ปีหน้าผมจะช่วยทีมให้ดีที่สุดและผมก็อยากปั่นได้เร็วขึ้น ไต่เขาได้ดีขึ้น เพื่อจะได้ขึ้นเป็นผู้นำเหมือนโทมัสบ้าง”

 

คุณปั่นจักรยานมาตั้งแต่เด็ก แล้วใครเป็นแรงบันดาลใจให้คุณมาถึงจุดนี้

“พี่ชายที่แก่กว่าผม 3 ปี ซึ่งพี่ชายก็ปั่นจักรยานแข่งขันและรักจักรยานมาก ทำให้ได้แรงบันดาลใจและก็คอยสนับสนุนผมด้วย”

 

ในช่วงที่ไม่ได้ขี่จักรยานคุณทำอะไร

“ท่องเที่ยวพักผ่อน เพิ่มน้ำหนัก และทำอะไรๆ ที่ผ่อนคลาย อย่างเช่นการนวด”

 

คุณชอบจักรยานคันไหนมากที่สุด

“จักรยานแข่งที่เคยขี่ก็ดีทุกคันครับ แต่ถ้าให้เลือกก็คงจะเป็น Pinnarello จาก F8 มา F10 ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นจักรยานที่สามารถทำได้ทุกอย่างและปั่นได้ดีในทุกเส้นทาง อีกทั้งยังพัฒนามาโดย Geometry ไม่เปลี่ยนแปลงมากทำให้ไม่ต้องปรับตัวเข้ากับรถบ่อยๆ ด้วย”

 

แล้วทำไมถึงต้องโยนแว่นทิ้งเมื่อตอนแข่ง Tour de France ด้วย

“เป็นเรื่องปกติของนักปั่นในการแข่งขันที่จะโยนกระติกน้ำ เสื้อ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ก่อนที่จะเข้าเส้นชัย ก็ถือเป็นการโชว์นิดๆ หน่อยๆ ด้วยเพราะแฟนๆ ก็ได้ของกลับบ้านไป”

 

คิดว่าคนเอเชียจะมีโอกาสได้เข้าร่วมแข่งใน Protour มากขึ้นบ้างไหม

“มันก็เป็นไปได้นะ ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ อย่างประเทศไทยเราอาจจะสร้างฮีโร่ขึ้นมาบ้างก็ได้ ยกตัวอย่างปีเตอร์ ซากาน ที่ทำให้ชาวสโลวาเกียสนใจปั่นจักรยานมากขึ้น”

 

Related Post

เปิดใจ Mr. Super Domestique ทีม SKY

Cycling Plus Thailand