2017 Taiwan Cycling Festival – Light up TAIWAN

Cycling 4 extreme points in Taiwan – NORTH _ Media FAM trip invitation

 

งานปั่นนานาชาติ คุณภาพ ไม่ได้มีแค่เส้นทางอันท้าทาย แต่สิ่งที่คุณจะได้รับคืออากาศดี วิวดี และวัฒนธรรมที่แปลกใหม่อันแสนงดงาม

 

เราได้รับเชิญจาก Taiwan – Media Familiarization (FAM) Group ให้ไปร่วมกิจกรรมงานปั่น 2017 Taiwan Cycling Festival – Light up TAIWAN – Cycling the 4 extreme points in Taiwan เป็นกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของทางไต้หวัน เป็นงานใหญ่ของกระทรวงการท่องเที่ยวไต้หวัน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กร North coast และ Guanyinshan National Scenic Area (NGNSA)

 

ผู้จัดงานในครั้งนี้คือ Taiwan Cyclist Federation (TCF) โดยเป็นงานที่ตั้งใจจัดขึ้นจำนวน 4 ครั้ง เพื่อประชาสัมพันธ์ ประภาคาร สถานที่ท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่น่าสนใจ โดยเน้นไปที่การปั่นจักรยานเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติต่างๆ ซึ่งดึงเอาจุดเด่นของประภาคารทั้ง 4 มุม (เหนือ ใต้ ออก ตก) มาเป็นจุด Check point ในทริปนี้ ซึ่งมีระยะทางรวมทั้งหมดประมาณ 1,100 กิโลเมตร ถือเป็นทริปรอบเกาะไต้หวันเลยทีเดียว และจัดว่าเป็นทริปที่ได้รับความสนใจมากสำหรับชาวไต้หวัน และนักปั่นที่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมมาพิสูจน์พลังขากัน

 

เนื่องด้วยประเทศไต้หวันมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอันสวยงาม ประภารคารจึงถือเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นและสวยงาม ซึ่งประภาคารทั้งหมดเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ ยาวนานตั้งแต่สมัยที่ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาปกครองไต้หวันซึ่งอายุของประภารคารดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 50 ปีแน่นอน

 

นอกจากนี้ ประภารคารแต่ละแห่งยังแสดงถึงสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่ต่างยุต ต่างสมัย ต่างรูปทรงอีกด้วย แถมทางขึ้นไปยังประภาคารแต่ละแห่ง นักปั่นยังต้องพิสูจน์ฝีมือด้วยกันปั่นไต่เนินเขาอันสูงชัน แม้เป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ แต่เราเห็นนักท่องเที่ยว และนักปั่นท่องถิ่นเป็นจำนวนมาก เลือกใช้วิธีการขึ้นมาชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามบนยอดเขาที่ประดับด้วยประภาคารอันโดดเด่น ด้วยการปั่นจักรยานขึ้นมาชม ใครไต่ขึ้นไม่ไหวก็เข็นขึ้นมา ใบหน้าที่แสนเหน็ดเหนื่อยของทุกคน เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเมื่อพบกันวิวบนยอดเขาสูง อากาศอันแสนสดชื่น

 

ที่น่าหายเหนื่อยคือวิวบนยอดเขาที่สวยงาม เป็นวิวที่เราเองไม่คุ้นเคย เนื่องจากชายหาดของไต้หวัน กับชายหาดของทะเลไทยช่างต่างกัน เราแทบจะหาหาดทรายจากทะเลไต้หวันไม่ได้เลย สิ่งที่เราพบเห็นคือภาพชายฝั่งที่ถูกคลื่นลม และคลื่นน้ำซัดสาดอยู่เป็นระรอกใหญ่ เป็นอีกภาพที่สวยงามแปลกตา จุดชมวิวบนเขาประภาคารเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก นักท่องเที่ยวสามารถเห็นวิวได้ 360 องศากันเลยทีเดียว

 

อากาศบนชายฝั่งที่ค่อนข้างเย็น ลมแรงทั้งวัน เป็นสภาพอากาศที่ชวนให้เราสามารถปั่นจักรยานลัดเลาะไปตามเส้นทางจักรยาน ที่ทางท้องถิ่นได้จัดเตรียมไว้ให้อย่างปลอดภัยโดยลืมเวลากันไปเลย

 

การไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านนักปั่นของเราในครั้งนี้ แม้จุดมุ่งหมายของเราจะอยู่ที่งาน 2017 Taiwan Cycling Festival – Light up TAIWAN – Cycling the 4 extreme points in Taiwan ก็ตาม แต่ก่อนหน้าวันงาน ทางคุณ Landy ได้พาเราไปเยี่ยมชมบรรยากาศที่สวยงามของ FuLong ท้องถิ่นภาคเหนือของทางไต้หวัน

ทริปแรกของเรา เริ่มต้นที่เจ็ดโมงเช้า โดยออกจากที่พักมุ่งหน้าไปทางเหนือ เพื่อไปชมประภาคารฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ และขึ้นไปยังประภาคารภาคเหนือ โดยเราไปเช่ารถจักรยานที่ร้านท้องถิ่น ปั่นไปตามเส้นทางจักรยานอันสวยงาม รู้จักกันในนามว่า “Fulong Old Tunnel Cycling Route ride”

ระหว่างทางได้แวะพักเที่ยวชมอุโมงรถไฟอันเก่าแก่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้น เพื่อความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง อุโมงค์เก่าแก่นี้มีความยาวประมาณเกือบ 5 กิโลเมตร ทางรัฐบาลและประชาชนไต้หวันได้เห็นคุณค่าในความเก่าแก่ จึงช่วยกันอนุรักษ์รักษาอุโมงค์นี้ไว้ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อันมีค่าของไต้หวัน

 

เมื่อปั่นพ้นอุโมงค์ เราได้มาพบกับหมู่บ้านเก่าแก่เล็กๆ ที่มีร้านอาหารคอยต้อนรับนักท่องเที่ยว เราได้ลองชิมน้ำผลไม้ผสมสาหร่ายทะเล และไส้กรอกอุ่นๆ ที่มีรสชาติคล้ายกุนเชียงของบ้านเรามาก ปั่นมาเหงื่อซึมๆ เจอกับของอร่อยท้องถิ่นเช่นนี้ มีความสุขค่ะ กินไปชมวิวไป แดดอ่อนๆ กำลังดีเลยนะคะ

 

ปั่นไป ชมวิวชายฝั่งไป ถ่ายรูปไป แวะกินข้าวกลางวันตอนบ่ายสอง สรุปรวมระยะทางปั่นทั้งหมด ไม่เกิน 25 กิโลเมตร แต่เราใช้เวลาไปถึง 7 ชั่วโมง!!! คุ้มค่ามากค่ะ อย่างที่บอกในตอนแรกนะคะ ว่าอากาศที่นี่ดีมากค่ะ เย็นสบายไม่ร้อน แดดอ่อนๆ อุ่นๆ ถึงลมจะแรง ถึงจักรยานจะไม่เบา แต่ความสวยงามของธรรมชาติ ก็นำพาให้เราเพลิดเพลินไปได้ทั้งวัน จากนั้นเรานั่งรถไปยังอีกเมืองหนึ่ง เพื่อเข้าที่พักเตรียมตัวสำหรับงานใหญ่ของเรา

 

ระหว่างเดินทางเราได้มีโอกาสเข้าชมพิพิธพัณ์ด้านศิลปะอันลือชื่อ Juming Museum สถานที่แห่งนี้ได้รวบรวมผลงานต่างๆ ของคุณ Juming ไว้บนเนื้อที่ราวๆ 10 ไร่ ทุกชิ้นงานสร้างขึ้นด้วยจินตนาการความคิดอันไร้ขีดจำกัด ผลงานที่สร้างขึ้นจากวัสดุที่จับต้องได้ ส่งผ่านมุมมองความคิดที่สะท้อนวัฒนธรรมอันดีงามของไต้หวัน ถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ผ่านออกมาทางศิลปะได้อย่างดีเยี่ยม

 

ก่อนเข้าที่พักเราได้แวะกินอาหารที่ Tamshui Old Street คล้ายจุดพักผ่อนหย่อนใจของบ้านเรา ไม่ได้แออัดด้วยร้านค้า แต่เนืองแน่นด้วยการแสดงความสามารถทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น เดินไปตามเส้นทางจะมีของอร่อยๆ เต็มไปหมด มีร้านขายของฝากเล็กๆ

The 2017 Light up TAIWAN – Cycling the 4 most points – สถานที่จัดงานในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ทางเหนือ บรรยากาศภายในงานคึกคัก อากาศที่เย็นสบาย ลมแรงไปนิด นักปั่นมีทั้งสายเขา ขาแรง และสายท่องเที่ยวที่มีมาเป็นครอบครัว โดยเส้นทางปั่นมี 2 เส้นทาง Challenge Ride เริ่มต้นที่ 07:30-12:00 น. ระยะทางประมาณ 62 กิโลเมตร

 

และ Fun Ride เริ่มปล่อยตัวที่ 08:20-11:30 น. ระยะทาง 10 กิโลเมตร คุณ Landy แนะนำให้เราเลือกปั่นในเส้นทาง Fun Ride เพราะเป็นเส้นทางที่เราจะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ตอนแรกเราค่อนข้างลังเล เพราะคิดว่าเป็นการเป็นแค่ 10 กิโลเมตร ซึ่งดูจะน้อยไป แต่เมื่อไปเห็นรถจักรยานที่ทางทีมงานเตียมไว้ให้แล้วนั้น คำนวณควบคู่ไปกับสภาพลมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ เราจึงตกลงที่ Fun Ride

 

จากจุดปล่อยตัว ปั่นผ่านหมู่บ้านชาวประมงเพื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวประภาคาร แค่สองกิโลเมตรแรก เรามั่นใจว่าเราคิดถูกแล้ว ที่เลือกมาเส้นทางนี้ หลังจากชมวิวสักพัก เราเข็นลงเพื่อกลับไปยังหมู่บ้านและไหลลงไปตามเนิน ปั่นโต้ลมทะเล ชมเกลียวคลื่นที่ซัดสาดมายังชายหาดหินอันสวยงาม โดยจุดหมายต่อไปของเราคือ จุด Camping ที่อยู่ห่างไปเพียง 3 กิโลเมตร

 

เราตื่นเต้นที่จะได้เข้าเยี่ยมชมจุด Camping เพราะจากจุดที่เราปั่นจักรยานผ่านมา เราสามารถเห็น Camping ที่ตั้งอยู่สวยเด่นมาแต่ไกล และเมื่อเราปั่นมาถึง ไม่ผิดหวังเลย Camping ของที่นี่ คือ Camping จริงๆ ไม่ใช่แบบค่ายลูกเสือโทรมๆ แบบบ้านเรา มีระบบบริหารจัดการอย่างดีเยี่ยม มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน วิวสวย ได้บรรยากาศสุดๆ

จากนั้นเราปั่นกลับมาที่จุดจัดงาน โดยผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ที่จัดแต่งให้เป็นจุดถ่ายภาพ prewedding โดยเฉพาะ แวบแรกที่คุณ Landy อธิบาย เราฟังแล้วคันหู แบบว่า อะไรนะ จริงหรอ แต่เมื่อได้เห็นกับตา เราถึงกับอดใจไม่ไหวที่จะหยุดรถเพื่อเก็บภาพ เพราะทางไต้หวันเขาจัดได้สวยงามจริงๆ

 

เราปั่นกลับเข้ามาที่งานด้วยเวลาเกือบเที่ยงวัน ซึ่งระยะทางสิบกิโลฯ แน่นอนค่ะ ใช้เวลากันคุ้มค่าอีกเช่นเคย ก็วิวมันสวยนี่คะ อดใจไม่ไหวจริงๆ

เมื่อมาถึงที่งาน เราประทับใจมากกับเสียงเพลง ดนตรีสดขับกล่อมนักปั่นให้คลายจากความเหนื่อยล้า อาหารที่รอต้อนรับแสนอร่อย ที่น่าสงสัยคือ เราเห็นนักปั่นที่ปั่นเส้นทาง Challenge นั้นดูเหนื่อยล้าจริงแท้ คิดในใจว่า ระยะทางแค่ 62 กิโลเมตร ทำไมถึงดูเหนื่อยล้าจัง

 

เราจึงตั้งคำถามไปที่คุณ Landy ว่าสภาพเส้นทางเป็นอย่างไรหรือ ทำไมทุกคนดูเหนื่อย คุณ Landy หันมายิ้ม พร้อมกับพูดว่า “Do you mind to check it by yourself?” เราตอบตกลง ในใจคิดว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

 

ระหว่างทางที่ขับรถไป สภาพถนน สภาพเส้นทางยังคงดีเยี่ยม เมื่อเริ่มขึ้นเขา อากาศเริ่มเย็นอย่างชัดเจน หมอกเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางชันขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางชันเป็นระยะกว่า 15 กิโลเมตร เห็นจะได้ และเมื่อไปถึงจุดชมวิวบนยอดเขาที่อุณหภูมิเย็นยะเยือกมาก เย็นจนเราไม่สามารถอยู่ในสภาพชุดปั่นได้เลย ต้องขอตัวรีบเปลี่ยนชุดเป็นกางเกงขายาวและเสื้อแจ็กเกตด่วนๆ

ถึงจุดนี้ เราเข้าใจเลยว่าทำไมพี่นักปั่น เส้นทาง Challenge ถึงได้เหนื่อยกันขนาดนั้น นักปั่นไต้หวันแข็งแรงจริงๆ ค่ะ

 

บทสรุปของทริปนี้ สิ่งที่เราเห็นอย่างชัดเจนคือ คำว่า “คุณภาพ” ที่มีอยู่ในตัวของประชากรชาวไต้หวัน ทุกสถานที่ที่เราผ่าน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันเก่าแก่มากมาย สวนสาธารณะ ทุกเส้นทาง เราแทบไม่เห็นขยะเลย เราได้ปั่นผ่านเส้นทางหมู่บ้านที่มีแต่รอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ถึงแม้การสื่อสารจะเป็นไปอย่างลำบากเล็กน้อย แต่เรารู้สึกถึงความยินดีในฐานะเจ้าบ้านอยู่ตลอดเวลา เรื่องอากาศที่เหมาะสมมากกับการปั่นจักรยาน จากการเที่ยวชมแล้ว เรามั่นใจว่าไต้หวันเป็นอีกหนึ่งเมืองที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่พร้อมไปปั่นจักรยานที่เชิง Challenge และ Funride ได้อย่างแน่นอน

 

Related Post

2017 Taiwan Cycling Festival – Light up TAIWAN

Cycling Plus Thailand