อ้างอิงจาก : ไบค์เรดาร์

สั้นๆง่ายๆได้ใจความ 8 เหตุผลที่ต้องมีวัตต์ใช้ และเพราะอะไรมันถึงคุ้มค่าการลงทุนเป็นที่สุด

1.ปั่นอย่างมีคุณภาพ

ลองคิดง่ายๆว่าพาวเวอร์มิเตอร์คือตาชั่งที่ติดอยู่กับรถของคุณ มันไม่ได้มีมนต์วิเศษที่ทำให้รถคุณไปได้เร็วขึ้น แต่มันสามารถบอกน้ำหนักของแรงที่กระทำได้อย่างแม่นยำที่สุด ไร้ซึ่งพาวเวอร์มิเตอร์ การปั่นแต่ละครั้งของคุณต้องวัดผลด้วย RPE(ระดับความเหนื่อย) ที่เป็นนามธรรมอย่างที่สุด, ฮาร์ตเรต ซึ่งมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ทำให้เพี้ยนได้อย่างไม่ยากเลย และความเร็วหรือเวลาที่ใช้ในการปั่น แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับเส้นทาง กระแสลม และแม้แต่ท่าที่ปั่นก็มีผล จนทำให้ไม่สามารถบอกได้เลยว่า ที่ปั่นไปนั้นจริงๆแล้วมีคุณภาพมากแค่ไหน และสุดท้าย ในเวลาการปั่นที่เท่ากัน การปั่นอย่างมีคุณภาพย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ในการวิ่ง เพซสามารถเป็นตัวบ่งชี้ความหนักได้ง่าย แต่สำหรับจักรยานที่สิ่งแวดล้อมมีผลกับความเร็วมากกว่า เพซไม่ใช่ตัวบ่งชี้การปั่นที่สมเหตุสมผลอีกต่อไป พาวเวอร์มิเตอร์บอกค่าของแรงที่ออกไปเป็นค่า ”วัตต์” จะเป็นที่ไหน อย่างไรก็ตาม 200 วัตต์ที่ไหนๆในโลกก็คือน้ำหนักเดียวกัน ลองยกตัวอย่างง่ายๆในการออกแรงที่คงที่สม่ำเสมอ ค่าฮาร์ตเรตจะค่อยๆเพิ่มขึ้นมาอย่างช้าๆตามหลังแรงที่ออก ดังนั้นหากคิดกลับกัน เมื่อนำฮาร์ตเรตมาเป็นตัวนำ เมื่อเราเริ่มต้นเราจะออกแรงมากกว่าที่ต้องการเพื่อให้หัวใจขึ้นมาถึงจุดที่เป็นเป้าหมาย และเมื่อเรารักษาความหนักนั้นเอาไว้ สุดท้ายกำลังที่ออกจะค่อยๆลดลงอย่างช้าๆ

2.ประเมินผลพัฒนาการ

อะไรคือการวัดผลพัฒนาการปั่นที่ดี? เวลาที่ทำได้ดีขึ้นในการปั่นหนึ่งช่วงเส้นทางอาจบอกได้ว่าคุณแข็งแรงขึ้นจากการออกกำลังกาย แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป เพราะกระแสลมส่งด้านหลัง หรือน้ำหนักตัวและรถที่ลดลงจากการอัพเกรดก็อาจจะทำให้ได้เวลาที่ดีขึ้นได้ แล้วจะบอกได้อย่างไรว่าเรากำลังมีสุขภาพดีขึ้น?

แทนที่จะมัวจดจ่ออยู่กับไมล์จักรยาน อันที่จริงวัตต์ช่วยให้คุณทุ่มความสนใจอยู่กับการปั่นอย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องพะวงว่าเวลาที่ได้จะเป็นอย่างไร สุดท้ายซอฟต์แวร์ง่ายๆหลายๆตัวสามารถบอกคุณได้ว่าคุณมีกำลังในแต่ละพิกัดเวลา (1 วินาที, 5 วินาที หรือ 20 นาที) ดีขึ้นหรือน้อยลงอย่างไร และนั่นคือสิ่งที่บอกได้อย่างตรงไปตรงมาว่าคุณมีพัฒนาการอย่างไร

3.เรียนรู้ว่าอะไรที่เวิร์คกันแน่

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับการใช้พาวเวอร์มิเตอร์อย่างหนึ่งคือได้รู้แจ้งเห็นจริงว่าการออกไปปั่นจักรยานครั้งนั้นได้เรื่องได้ราวอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่นเมื่อเรากดเกียร์หนักแล้วออกแรงย่ำหน่วงๆรอบขาลดลง แน่นอนว่าร่างกายรู้สึกว่าได้ออกแรงเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อเกร็งตัวสู้กับแรงต้าน แต่ที่ไหนได้ ค่าวัตต์ฟ้องว่าอันที่จริงเทคนิคนี้ออกแรงได้น้อยกว่าเดิม 10 วัตต์

ในขณะที่เราลุ่มหลงในวังวนของค่าต่างๆและอุปกรณ์มากมาย สุดท้ายสิ่งพื้นฐานจริงๆที่บอกเราได้อย่างชัดเจนก็คือ วัตต์ รอบขาและหัวใจ  ด้วยพาวเวอร์มิเตอร์ เราสามารถทดสอบหาความเหมาะสมของสามสิ่งนี้ได้ง่ายๆด้วยตัวเอง สังเกตุการเปลี่ยนแปลงของวัตต์ที่รอบขาต่างๆและการสะท้อนออกมาด้วยค่าของฮาร์ตเรตที่เปลี่ยนไป และหาว่าอะไรที่เหมาะกับเรามากที่สุด

4.แบบฝึกที่เฉพาะตัวคุณ

เมื่อไหร่ที่คุณรู้ค่าวัตต์สูงสุดที่คุณสามารถยืนได้เป็นเวลา 20 นาที เมื่อนั้นคุณจะคำนวณหาโซนของการฝึกซ้อมที่แม่นยำเฉพาะตัวได้ทันที  การฝึกซ้อมของโค้ชในทุกวันนี้ อิงอยู่กับค่าที่เรียกว่า  FTP (Functional Threshold Power) หรือนิยามตรงตัวคือค่าวัตต์ที่สามารถยืนได้สูงสุดในเวลา 1 ชั่วโมง ซอฟต์แวร์ฝึกซ้อมสมัยใหม่หลายๆตัวสามารถสร้างแบบฝึกสำเร็จรูปให้คุณได้เพียงกรอก FTP ลงไป

 

5.บ่งชี้จุดแข็ง เจาะชัดจุดอ่อน

ในตัวพวกเราทุกคนล้วนเป็นส่วนผสมของนักจักรยานแบบต่างๆทั้งสิ้น บางคนเป็นนักไต่เขาชั้นยอดแต่ไม่ใช่สปรินเตอร์ที่ดี บางคนเป็นนักปั่นไทม์ไทรอัลที่เก่งกาจแต่ขึ้นเขาสุดจะอืดอาด พาวเวอร์มิเตอร์ สามารถสะท้อนสิ่งที่คุณเป็นออกมาได้อย่างชัดเจน เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเอง ว่ามีจุดแข็งหรือความด้อยในเรื่องไหน ในทางกลับกันหากรู้ว่าเรากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งไครทีเรียมหรือครอสคันทรี่ เรื่องอะไรเราต้องไปซ้อมแบบเดียวกับการเตรียมตัวแข่งตูร์ เดอ ฟรองซ์ ?

6.บอกความล้าสะสมของการฝึกซ้อม

เราอาจเคยผ่านตาบทความเกี่ยวกับการฝึกซ้อมวิ่งว่าไม่ควรฝึกซ้อมเพิ่มขึ้นมากกว่าอัตราสัปดาห์ละ 10% สำหรับการวิ่งมันได้ผลดีเมื่อคำนวนมาแล้วว่ามันคือราวๆ 16 กม. ที่ค่อยเพิ่มขึ้นต่อสัปดาห์ แต่สำหรับจักรยานนั้นคนละเรื่อง เพราะ 16 กม. บนเฟือง ซอยเบาๆกับบนการออกแรงปั่นจักรยานหมดตัวแบบไทม์ไทรอัลเป็นหนังคนละม้วนเลย

ด้วยค่าวัตต์จากพาวเวอร์มิเตอร์และสูตรคำนวณต่างๆเราสามารถบอกความล้าสะสมของการปั่นจักรยานได้อย่างแม่นยำ Trainingpeaks มีค่า CTL และกราฟต่างๆที่ช่วยได้ถึงขั้นของโค้ชมืออาชีพ และ Strava เองก็มีการบอกผลที่เรียกง่ายกว่าในการแสดงค่า Fitness And Freshness

 

7.เอาระยะทางที่ไร้ค่าทิ้งไป

สมมุติว่าคุณมีเวลาทั้งวัน ทุกวันในการปั่นจักรยาน อันนั้นไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณอยู่บนโลกใบเดียวกันกับเราๆที่เวลาการปั่นจักรยานนั้นมีไม่มากนักและมีค่าอันจำกัด การใช้เวลาที่มีอันน้อยนิดอย่างเกิดประโยชน์ทุกบาททุกสตางค์คือทางออกที่ดีที่สุด ไม่ได้แปลว่าคุณจะกลายเป็นมนุษย์สังเคราะห์ที่เฝ้าตัวเลขหน้าจอมากมายอะไร เพียงแค่ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ค่าต่างๆนิดหน่อยก็จะรู้ว่าการปั่นอะไร แบบไหน เมื่อไหร่ จะเหมาะกับคุณมากที่สุด

8.เข้าสู่โลกของการฝึกอย่างเต็มตัว

อธิบายให้ง่ายขึ้นจากทุกข้อ การใช้พาวเวอร์มิเตอร์ช่วยจำกัด บ่งชี้ และติดตามผลการฝึกซ้อมได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นถ้าสนใจใช้ตารางการฝึกซ้อม เราเป็นแฟนพันธุ์แท้ของค่าย Trainingpeaks  ที่เมื่อได้รับตารางการฝึกมาแล้วก็ออกไปปั่นตามตาราง ไม่ต้องสนใจแล้วว่าจะปั่นหนักแค่ไหนหรือต้องมีระยะทางเท่าไหร่ นอกจากจะทำให้คุณเป็นนักปั่นจักรยานที่ดีขึ้นแล้ว มันยังทำให้ให้สติของเรารู้เท่าทันการฝึกว่าไม่ได้กำลังซ้อมอย่างหลงทางอยู่

 

ป็นอีกครั้งที่ต้องย้ำกับแนวคิดของยุคนี้ว่า วัตต์ไม่ใช่สิ่งที่แพงไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เมื่ออุปกรณ์จักรยานต่างๆที่อัพแต่งกันมาอย่างมากมายหมดเงินกันไปหลายหมื่น หลายแสน แต่ยังไม่พาให้คุณไปถึงฝั่งได้อย่างที่ต้องการ ความจริงที่ยอมรับได้ว่าอัพรถนั้นเป็นเพียงมายา วัตต์ที่ ณ ตอนนี้ราคาถูกกว่าล้องามๆสักชุดมากนัก มีให้เลือกอยู่มากมายหลายค่าย ในคุณภาพแบบเดียวกับที่โปรทีมมืออาชีพก็ใช้งาน แล้วจะมัวลังเลรออะไรกัน? เติมสีสันให้กับการปั่นด้วยวัตต์กันดีกว่า

 

 

 

 

 

Related Post

8 เหตุผลที่ต้องมีพาวเวอร์มิเตอร์ !!

Cycling Plus Thailand