POWERED BY

Cannondale

CHASING RAINBOWS

เมื่อเป้าหมายต่อไปคือเรนโบว์เจอร์ซีย์

 

 

Cycling Plus พาคุณบินลัดฟ้าลงใต้สู่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศการแข่งขันจักรยานที่ทุกคนมีสิทธิ์ได้ครอบครองเรนโบว์เจอร์ซีย์อย่างเท่าเทียม

 

 

การคว้าแชมป์รายการ UCI World Cycling Tour และได้เป็นเจ้าของเรนโบว์เจอร์ซีย์หรือเสื้อสีรุ้ง นับเป็นความฝันของนักจักรยานทุกคน แต่ในความเป็นจริง มีเพียงนักปั่นอาชีพเท่านั้นที่มีโอกาสจะช่วงชิงมัน อย่างไรก็ดี เงื่อนไขดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป หลังจากที่ UCI เข้าไปมีส่วนร่วมในการเปิดตัวการแข่งขันจักรยานรายการ World Cycling Tour ในปี 2011

 

 

ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น UCI Gran Fondo World Series ประกอบด้วยการแข่งขันจำนวนทั้งหมด 15 สนาม ในปี 2016 สนามสุดท้ายจัดขึ้นในเมือง Perth เงื่อนไขของผู้เข้าร่วมการแข่งขันมีเพียงคุณต้องผ่านการคัดเลือก โดยติดหนึ่งใน 25 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าเส้นชัยก่อนในการแข่งขันรอบคัดเลือกแต่ละรุ่นซึ่งแบ่งเกณฑ์ตามช่วงอายุและเพศ

 

 

ผมตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวก่อนจะมีโอกาสได้พูดคุยกับนักจักรยานชาวเยอรมัน คริสเตียน มูลเลอร์ ในงานเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นก่อนการแข่งขันจริงจะเริ่มสองวัน การได้จินตนาการว่าตัวเองกำลังสวมเรนโบว์เจอร์ซีย์เป็นอะไรที่หวานหอมมาก ผมเชื่อว่า Gran Fondue World Championships เป็นรายการที่ท้าทายและเหมาะกับตัวเองยิ่งนัก

 

 

อย่างไรก็ดี เมื่อเหลือบไปเจอมูลเลอร์ นักจักรยานหนุ่มร่างบางในชุดจักรยานประจำชาติเยอรมนี ทำให้ผมต้องยอมเบี่ยงเบนเป้าหมายจากเรนโบว์เจอร์ซีย์ ไปที่การทำเวลาได้ดีกว่าและเข้าเส้นชัยก่อนมูลเลอร์ก็เพียงพอแล้ว

 

“มูลเลอร์ นักจักรยานหนุ่มร่างบางในชุดจักรยานประจำชาติเยอรมนี ทำให้ผมต้องยอมเบี่ยงเบน เป้าหมายจากเรนโบว์เจอร์ซีย์”

 

“เราคงได้ลงแข่งในสนามเดียวกันสุดสัปดาห์นี้ใช่ไหม” ผมเอ่ยปากถามมูลเลอร์

 

“ก็อาจจะใช่นะ ผมลงแข่งในรุ่นอายุระหว่าง 19-34 ปี” มูลเลอร์ตอบสั้นๆ

 

“ผมก็เช่นกัน คุณเคยลงแข่งไทม์ไทรอัลมาก่อนไหม” ผมถามต่อ สนามแรกของรายการจะเริ่มต้นด้วยการปั่นไทม์ไทร์อัล ระยะทาง 19.4 กิโลเมตร รอบเกาะ Rottnest ใกล้เมือง Perth ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของออสเตรเลีย

 

“แน่นอน ผมคว้าแชมป์มาแล้วด้วย” มูลเลอร์พูดอย่างไม่มีท่าทีวิตกกังวลต่อการแข่งขัน

 

เขาเคยทำเวลาดีที่สุดในการแข่งขันสนามนี้ไว้ที่ 25 นาที 01.5 วินาที ด้วยความเร็ว 46.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

“ผมยังเป็นเจ้าของแชมป์ World Championships ปี 2015 ที่สนามในเดนมาร์กด้วยนะ อดปลื้มไม่ได้จริงๆ ที่เป็นเจ้าของแชมป์ทั้งสองสนาม” มูลเลอร์อวดตัวหน่อยๆ

 

“คุณชนะการแข่งขันทั้งสองรายการเลยหรือ สุดยอดจริงๆ ผมยินดีกับคุณด้วย คุณลงแข่งเดี่ยวหรือแบบทีมล่ะ” ผมยังเซ้าซี้ต่อ

 

“ลงแข่งเดี่ยวครับ ผมเป็นหนึ่งในตัวแทนทีมชาติเยอรมนี”

 

“ตัวแทนทีมชาติเยอรมนีหรือครับ งั้นวันอาทิตย์นี้ โชคดีนะครับ แล้วพบกันที่จุดสตาร์ตนะ” ผมอวยพรเขาก่อนจากกัน แต่ในหัวผมตอนนี้ เต็มไปด้วยความประหม่าและวิตกกังวล เพราะดูแล้วผู้เข้าแข่งขันล้วนมีแต่นักจักรยานอาชีพเท่านั้น

 

จอห์นทักทายนักแข่งจากอังกฤษที่จุดสตาร์ตก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นที่เมือง Perth

 

ความหินของสนาม

สิ่งที่แปลกมาอย่างหนึ่งของการแข่งขันรายการนี้ คือนักปั่นหลายคนใช้มันเป็นใบเบิกทางสู่การแข่งขันระดับประเทศ ทั้งที่ Gran Fondo อาจจะหินกว่าด้วยซ้ำ หากตัดเรื่องการแบ่งแยกตามอายุและเพศสภาพ นี่คือรายการที่รวมเอานักปั่นมากสามารถและประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน

 

 

ผมเคยพูดคุยกับไบรตัน เด็กหนุ่มชาวอังกฤษที่ผ่านการคัดเลือกเข้าแข่งขันใน Tour of Cambridgeshire เป็นรายการแรก และ Gran Fondo คือสนามที่สองของเขา การจะเข้าร่วมการแข่งขันได้เราต้องใช้ใบอนุญาตในการลงแข่งขัน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา แค่ชำระค่าสมัครคุณก็จะได้ใบอนุญาตพร้อมเข้าแข่งขันได้แล้ว

 

 

เช่นเดียวกับผมที่กำลังจะร่วมสนามแข่งเดียวกับมูลเลอร์ และอดีตโปรจักรยานชาวเบลเยียม วัย 27 ปี เจอร์ราร์ด ฮอฟรา สนามระยะทาง 154.5 กิโลเมตร ให้ความรู้สึกโหดหินพอสมควร โดยจะออกตัวจากจุดสตาร์ตที่ Elizabeth Quay ซึ่งเป็นทางราบ มุ่งหน้าสู่เมือง Kalamunda ใน Perth Hills ซึ่งต้องปั่นวนเขาสองรอบ และก่อนจบการแข่งขันเราจะต้องเผชิญกับทางไต่เขาที่มีลักษณะคดเคี้ยวไปจนถึงเส้นชัยเลยทีเดียว นับเป็นระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร และมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,000 เมตร

 

“การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด ความเร็วพุ่งทะลุ 43 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก เมื่อใกล้ทางไต่เขาคดเคี้ยว”

 

ผมออกสำรวจเส้นทางช่วงไต่ทางชันอันคดเคี้ยวล่วงหน้าก่อนการแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อ 2-3ปีก่อน เส้นทางดังกล่าวเป็นทางลงเขาแบบเดินรถทางเดียว ผมเคยเจอตำรวจดักสกัดมาแล้วครั้งหนึ่งตอนปั่นสวนทางขึ้นเขา คนขับรถที่ผ่านลงมาเตือนผมล่วงหน้าแล้วว่ามีตำรวจดักรออยู่ด้านบน แต่ผมกลับคิดว่าเขาแค่ขู่เล่น จึงยังดื้อปั่นสวนทางขึ้นไปจนกระทั่งพบกับนักปั่นกลุ่มหนึ่งกำลังเจรจากับตำรวจอยู่ พอเห็นท่าไม่ดีแน่ ผมก็ตัดสินใจหันหลังปั่นกลับลงเขาทันที

 

 

ก่อนจะตระหนักถึงระดับความเร็วที่ต้องใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ เป้าหมายแรกของผมคือพยายามขึ้นเขาไปพร้อมกับกลุ่มนักปั่นให้ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเปโลตองต้องรักษาความเร็วเพื่อไล่หลังนักแข่งที่หนีออกไป ความเร็วในการปั่นจึงแทบจะคาดเดาไม่ได้เลย

 

 

จอห์นกล่าวว่า “ผมคิดแค่ว่ากำลังแข่งกับตัวเองและจะทำให้ดีที่สุดเท่านั้น”

ความภาคภูมิใจของประเทศ

นอกเหนือไปจากนักจักรยานชาวออสซีที่ได้เปรียบคนอื่นๆ เพราะเป็นสนามในบ้านแล้ว ผมยังพบกับนักปั่นตัวแทนจากอีกหลายสิบประเทศ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ เยอรมนี สโลวาเกีย สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ บราซิล ฮอลแลนด์ โปแลนด์ นิวซีแลนด์ และอังกฤษ

 

 

ถือเป็นความภาคภูมิใจของนักจักรยานแต่ละคนที่ได้สวมใส่เสื้อที่บ่งบอกถึงประเทศของตน แม้จะไม่ใช่เสื้อทีมชาติก็ตาม ส่วนตัวผมเลือกใส่เสื้อติดหมายเลขสีแดงบนพื้นสีฟ้าแบบธงชาติอังกฤษ สไตล์เสื้อเจอร์ซีย์ของทีมชาติอังกฤษในยุคปี 80s และคล้ายกับเสื้อจักรยานของทีม Wiggins

 

 

ข้อบังคับให้สวมใส่เครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงประเทศที่มา มีเหตุผลสำคัญสองประการ ได้แก่ หนึ่ง นี่คือรายการแข่งขันจักรยานระดับโลก ผู้เข้าแข่งขันจึงควรตระหนักว่าตัวเองเป็นตัวแทนประเทศ และสอง เพื่อให้คณะกรรมการทำงานได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 

 

การแข่งขันเป็นไปอย่างดุเดือด ความเร็วพุ่งทะลุ 43 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในชั่วโมงแรกหลังจากปล่อยตัว และเมื่อเข้าใกล้กับเส้นทางไต่เขาอันคดเคี้ยว ความเร็วก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก ผมเองเริ่มหลุดจากกลุ่ม จึงพยายามแก้ด้วยการสปรินต์ขึ้นเขา เบื้องหน้าคือกลุ่มเปโลตองเกาะกลุ่มกันไปตามทางคดเคี้ยวโดยมีผมทิ้งห่างอยู่เบื้องหลังพร้อมทัศนคติที่เปลี่ยนไป ณ จุดนั้น ผมคิดว่ากำลังแข่งกับตัวเองและจะทำให้ดีที่สุดเท่านั้น

 

 

ผมผ่านเส้นชัยหลังจากปั่นวนจบรอบแรกจากสองรอบที่เมือง Kalamunda นับเป็นระยะทาง 49 กิโลเมตร และเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการเกือบพุ่งชนเข้ากับนักปั่นเสือภูเขาที่โดดมาตัดหน้าระหว่างทาง เสบียงที่ร่อยหรอ ไปจนถึงการถูกรายล้อมและเกือบกลืนไปกับนักปั่นรุ่นอื่นๆ

 

 

เจอราร์ด ฮอฟราโชว์ฟอร์มเหนือคู่แข่ง ในรุ่นอายุ 19-34 ปี

กำลังใจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ทุกเช้าก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้น ร็อบบี แม็กอีแวน ทูตประจำการแข่งขันและเจ้าของเสื้อเจอร์ซีย์สีเขียวของรายการแข่งขันตูร์เดอฟรองซ์ มักให้กำลังใจนักปั่นทุกคนเสมอว่า เพียงแค่ตัดสินใจเข้าแข่งขัน คุณคือผู้ชนะแล้ว และไม่ว่าจะผ่านเข้าเส้นชัยอันดับที่เท่าไร คุณก็คือผู้ชนะเหมือนกัน

 

 

ผมรู้สึกว่าตนเองแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การแข่งขันกำลังดำเนินต่อไป ผมเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 76 จากทั้งหมด 92 คน ทำเวลาไปได้ 5 ชั่วโมง 2 นาที ผมพอใจกับผลงานที่ทำได้ และคิดแต่ว่าตนเองยังมีเวลาวางแผนและฝึกซ้อม เพื่อเตรียมตัวลงแข่งอีกครั้งในปีถัดไป

 

 

การประกาศรายชื่อแชมป์ทั้ง 17 คน มีขึ้นในเมือง Karamunda หนึ่งในผู้ชนะที่ได้เรนโบว์เจอร์ซีย์ไปครอง แน่นอนว่ามีชื่อของพอล มิลเลอร์ นักจักรยานชาวออสเตรเลียนรวมอยู่ด้วย เขาลงแข่งประเภทชายอายุระหว่าง 55-59 ปี นับเป็นการจบอาชีพนักปั่นอย่างสวยงามมากทีเดียว

 

 

น่าเสียดายที่มูลเลอร์ไม่สามารถคว้าชัยชนะเป็นครั้งที่สองติดต่อกันได้ เขาจบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับสามรองจากฮอฟรา แต่ก็ดูไม่ได้เสียใจอะไร ยังคงแฮปปี้ดีเหมือนเดิม ส่วนฮอฟราและมาเทจ ลูฟส์ นักปั่นจากสโลวาเกีย หนีกลุ่มทิ้งห่างเปโลตองไปถึงสองนาที ในรอบสุดท้าย ฮอฟราเร่งฝีเท้าเฉือนเอาชนะลูฟส์เข้าเส้นชัยคว้าอันดับหนึ่งไปครองอย่างงดงาม

 

 

“ปีที่แล้วผมจบอันดับสามที่สนามในเดนมาร์ก ซึ่งยอมรับว่าหงุดหงิดตัวเองมาก มาปีนี้ผมจึงตั้งใจทำเต็มที่และผลที่ได้ก็ออกมาคุ้มค่า แม้จะเคยคว้าแชมป์ในรายการระดับนานาชาติมาแล้ว แต่ Gran Fondo ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่น่าจดจำ” ฮอฟรากล่าวปิดท้าย

 

 

ไม่ว่าคุณจะเป็นหนึ่งใน 17 นักปั่นคว้าเสื้อสายรุ้งกลับบ้าน หรือเป็นหนึ่งใน 34 นักแข่งเจ้าของเหรียญเงินและเหรียญทองแดง หรือแม้แต่เป็นแค่นักจักรยานที่ปั่นจนจบการแข่งขันแบบผม เราทุกคนล้วนได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมจากสนาม Gran Fondo ทั้งในเชิงทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย ควบคู่ไปกับความเข้มแข็งของจิตใจ

 

 

ไม่น่าแปลกใจที่รายการนี้จะเป็นหนึ่งในสนามที่นักจักรยานทั้งหลายตั้งเป้าว่าจะต้องเข้าร่วมให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

JOHN’S CANNONDALE SUPERSIX

EVO ULTEGRA ราคาประมาณ 82,000 บาท

 

         

SPECIFICATION

เฟรม

SuperSix Evo,

Ballis Tec carbon

ตะเกียบ

SuperSix Evo,

Ballis Tec carbon

เกียร์

Shimano Ultegra

6800 (50/34, 11-28)

เบรก

Shimano Ultegra

ล้อ

Mavic Aksium

อัพเกรดเป็น

FFWD F4R

อุปกรณ์อื่นๆ

แฮนด์ สเต็ม และหลักอาน

Cannondale C3,

อาน Selle Royal Seta

และยาง Mavic Yksion

ขนาด 25 มิลลิเมตร

 

Related Post

CHASING RAINBOWS

Cycling Plus Thailand