โดย: สามจุด

หากพูดถึงการแข่งขันกีฬาที่ใช้เวลาเป็นกรอบในการตัดสินนั้น คำว่า “DNF” คงถือว่าเป็นฝันร้ายของนักกีฬาทุกคน  DNF มาจากคำว่า “Did Not Finish” หมายถึง “ไม่จบ” ส่วนการที่ผู้ใดจะตีความว่า DNF ในการแข่งขันคือการล้มเหลว (Fail) หรือไม่นั้นก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนวางเป้าหมายตัวเองไว้เช่นไร  บางคน DNF แล้วม้วนเสื่อกลับบ้าน บางคน DNF แล้วไปต่อจนครบระยะที่ตั้งใจไว้ อันนี้ไม่มีถูกผิดเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าคงไม่มีใครอยาก DNF ยกตัวอย่างเช่นในการแข่ง Tour de France (TDF) รถ sweeper van ที่วิ่งอยู่ท้ายขบวนคอยเก็บนักปั่นที่ปั่นเลยกำหนดเวลาก็ถือเป็นสิ่งที่นักปั่น TDF ทุกคนไม่อยากเจอ

 

ล่าสุดจากการไปร่วมงานปั่นจักรยาน Cycling Plus Ride to Taiwan KOM 2017 ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ทาง Cycling Plus Thailand จัดขึ้นนั้น ผมก็ได้สัมผัสกับการ DNF เป็นครั้งแรกครับ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษเพราะผมเองไม่เคยเจอมาก่อน นอกจากเจ็บกล้ามเนื้อขาและหลังแล้ว มันก็จะแสบๆ คันๆ อยู่ในใจ

 

ปกติแล้วผมจะศึกษาข้อมูลการแข่งขัน ประเมินตนเอง และโปรแกรมก่อนลงแข่งขัน ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้ศึกษาข้อมูลแล้วว่าเป็นสเตจ ทางราบระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร จึงได้เตรียมล้อขอบสูงสำหรับการรักษาความเร็วในการปั่นอยู่ในกลุ่มหลัก ทุกอย่างดูราบรื่นไม่น่าจะมีอะไร กะคร่าวๆ ก็คิดว่าน่าจะใช้เวลารวมประมาณ 3 ชั่วโมง บวกลบ 15 นาที โดยกลุ่มหลักน่าจะใช้ความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบวกลบ 5  ประมาณนี้  หากแต่ว่าในการปั่นจริงนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ หลังสัญญาณปล่อยตัวกลุ่มหลักตั้งความเร็วอยู่ที่ประมาณ 38-40 แช่อยู่นานทีเดียวครับ

 

ผมเองไม่เคยปั่นกับกลุ่มนี้ ดังนั้นในช่วงแรกจึงพยายามดูทีท่าและพยายามเกาะกลุ่มไป รอดูว่าสักพักความเร็วคงจะลดลงมาอยู่ในระดับที่สามารถประคับประคองจนจบการแข่งขันได้  โดยคิดว่าช่วงแรกหัวลากคงยังคึกคะนองเลยเผลอเหยียบหนักไปหน่อย  กลุ่มหลักปั่นผ่านไป 10 กม.  20 กม.  30 กม.  40 กม. ก็แล้ว  ผมก้มดูไมล์ความเร็วเท่าเดิมเลยครับ

 

ถึงจุดนี้ผมรู้ตัวว่านี่ไม่ใช่ระดับที่ซ้อมมา มันเริ่มเกินกำลังแล้วจึงเริ่มคิดใช้แผนสำรองนั่นคือ การผ่อนไปอยู่กลุ่มตามเพื่อที่จะสามารถปั่นได้จบแต่ทว่าไหนเอ่ยกลุ่มตาม? ไม่เห็นเลย กล่าวคือด้านหลังกลุ่มหลักเกิดการกระจัดกระจายไม่เกาะกลุ่มกัน  ในตอนนั้นรู้แล้วครับว่า เอาแล้ว คงต้องตัดสินใจระหว่าง   1. ตามกลุ่มหลักต่อไปให้ได้   และ  2. แยกตัวเป็นอิสระปั่นหวานเย็นจนจบ  และไม่รู้ว่าตอนนั้นคึกอะไร  มีเสียงลึกๆ จากก้นหัวใจบอกว่า “อัดตามไป”  ผมจึงใช้ความมานะอดทนพยายามรักษาความเร็วให้อยู่ในกลุ่มหลักต่อไปให้ได้จนมาถึงจุดให้น้ำและชะลอรถรับน้ำ ซึ่งนั่นถือเป็นความผิดพลาดมากเนื่องจากกลุ่มหลักไม่รับน้ำ ผมจึงถูกทิ้งระยะจากกลุ่มทันทีเป็นระยะที่ห่างออกไปไม่น้อยเลย … งานเข้าแล้วครับ

 

แล้วเสียงในใจก็มาอีกแล้ว  “ตามไป .. เอาให้ทัน” ผมอัดสุดกำลังตามเสียงในใจที่กระซิบบอกหวังกลับเข้ากลุ่มให้ได้ ระหว่างทางก็พยายามมองหาคนที่หลุดก่อนหน้าเพื่อใช้เป็นที่พักใจให้ heart rate ลดลงเป็นระยะๆ … แต่ไม่มีใครเลย สรุปว่าผมปั่นเดียวดายอย่างสุดกำลังเพื่อกลับเข้ากลุ่ม ตอนนั้นปั่นไปประมาณ 50 กม.แล้ว heart rate แช่อยู่ zone 4  สุดท้ายก็หากลุ่มเจอแล้วอัดเข้ากลุ่มได้ประมาณ กิโลเมตรที่ 60 ในสภาพที่เรียกได้ว่าสิ้นเนื้อประดาตัวแต่ก็เข้ากลุ่มไปได้ในที่สุด เย้!

 

แต่ดีใจได้ไม่นานก็เจอกับสะพานลอยครับ และนั่นถือเป็นการลงดาบโดยสมบูรณ์สำหรับคนที่ BMI เกินมาตรฐานไปเยอะ และ heart rate ยังรัวเป็นกระเดื่อง Mike Portnoy  ผมหลุดกลุ่มอีกครั้งและเสียงกระซิบในใจหายไปแล้ว   ผ่านไปจนถึง กิโลเมตรที่ 70 ความเร็วจาก 30 กว่า ตกลงเหลือ 20 กว่า ถึงจุดนั้นจะกินเจล 10 ซองก็ไม่ช่วยอะไร ที่หลังด้านซ้ายเหมือนมีอะไรกดทับ ที่ขาสองข้างเหมือนมีมือขยันมาช่วยขยี้ แล้วเสียงกระซิบจากก้นหัวใจสุดท้ายก็มา … นึกแล้วต้องมีวันนี้

 

“DNF ละกัน”  ผมเลี้ยวรถเข้าวัดข้างทาง จอดรถในร่มไม้ แล้วลงไปนอนเป็นปลาสลิด เค็ม เหี่ยวแห้ง และเจ็บปวดที่สุด

ไม่นานนักรถทีมงานก็มารับไป ระหว่างนั่งรถกลับก็เห็นนักปั่นคนอื่นๆ ที่กระจัดกระจายยังคงปั่นหวานเย็นต่อไปในความเร็วของตัวเองจนเข้าเส้นชัยกันทุกคน ผมบอกตัวเองว่าเราเลือกแบบนี้เอง ในเมื่อใจหนึ่งอยากทดสอบมันก็ต้องจ่ายค่าทดสอบ มันคือค่าประสบการณ์ที่ซื้อไม่ได้ แต่ผมจ่ายด้วยการ DNF ครั้งแรกในชีวิต

 

ทุกทางเลือกย่อมมีได้มีเสียและในครั้งนี้ผมประเมินว่าได้มากกว่าเสีย  ผมคงจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ หวังว่าแผลเป็นนี้จะทำให้กล้าออกไปรบในศึกต่อไป กล้าเจอศัตรูที่เก่งกว่าเดิม เอาจริงๆ ผมไม่ได้ไปรบกับใคร ผมก็รบกับตัวเองนี่แหละ

 

 

Tips มือใหม่ No DNF
สำหรับมือใหม่ (มือไม่ใหม่ก็ด้วย) ที่ไม่ต้องการพบเจอกับ DNF ขอแนะนำการเตรียมความพร้อมด้วย 3 ข้อง่ายๆ ดังนี้

  1. จิตใจ – ขอยกเรื่องนี้เป็นอย่างแรกเพราะสำคัญที่สุดคือ นอกจากจิตใจมุ่งมั่นในการซ้อมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแล้ว ขอให้มีจิตใจที่เป็นกลางยอมรับความจริงด้วย ไม่ใช่ว่าใจสู้จะทำได้สำเร็จทุกอย่างแบบในการ์ตูน จิตใจที่แข็งแกร่งคือจิตใจที่มีสติ กล้ายอมรับความจริงและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง มีหลายคนมองข้ามจุดนี้ซึ่งทำให้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  2. ร่างกาย – การฝึกฝนร่างการ การแบ่งเวลา วินัย และการฝึกซ้อมที่ถูกหลัก จะทำให้คุณพัฒนาร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ไม่บาดเจ็บ ทีมงาน Cycling Plus Thailand มีหลักการซ้อมมากมายมานำเสนอให้ผู้อ่านได้ศึกษาและนำไปใช้อยู่ตลอด
  3. เทคนิค – การประเมินกำลังตนเอง การศึกษาเส้นทาง การวางแผนการปั่น การมีแผนสำรอง ทั้งหมดนี้มีความสำคัญมาก จะเห็นได้ว่านักกีฬาอาชีพจะต้องปั่นสำรวจเส้นทางก่อนทุกครั้งในการแข่งสำคัญ ซึ่งมือใหม่ก็สามารถทำได้ไม่ยากเกินไปเลย

 

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนอย่ากลัวการ DNF แต่หากวันใดมาถึงก็จงใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ เอา DNF มาเป็นพลังบวก อย่าให้มันทำให้เราแย่ลง


“May The DNF Be With You”

Related Post

DNF – เสียงกระซิบจากก้นหัวใจ
Tagged on:

/

Cycling Plus Thailand