by indieopera

 

 

การขี่จักรยานออกถนนยังเป็นคำถามของหลายคนไม่ใช่แค่นักปั่นเท่านั้น

 

 

ที่กำลังมองการขี่จักรยานบนถนนใหญ่ ถนนหลวง หรือแม้ในเมืองหลวงว่า “มีความปลอดภัย” เพียงพอสำหรับทุกคนที่ใช้ถนนหรือไม่ เพราะการปั่นจักรยานออกถนนเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยครั้งทั้งในเรื่องของกฎ กติกา การใช้ถนนร่วมกันของคนบนท้องถนน และบ่อยครั้งที่ได้เห็นข่าวนักปั่นจักรยานประสบอุบัติเหตุจากการปั่นลงบนถนนใหญ่ ขณะเดียวกัน นักปั่นจักรยานทั้งมือใหม่และมือเก๋าอีกหลายท่านก็ต้องการใช้เวลาอยู่กับจักรยานที่ตนรัก ได้ปั่นกับเพื่อน พบปะสังสรรค์ และออกกำลังกาย ตามโอกาสที่เอื้ออำนวย

 

 

จากที่ผมได้เกริ่นนำแบบนี้ผมเชื่อว่า หลายท่านที่กำลังอ่านอยู่เคยมีประสบการณ์ที่เป็นทั้งนักปั่นและผู้ที่ร่วมใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าจะในฐานะของคนขับรถ ผู้โดยสาร ซึ่งในการดำเนินชีวิตของทุกคนมันทำให้เห็นถึงข้อจำกัดและความเป็นจริงบางอย่างในการฝึกซ้อมจักรยานเพื่อให้เกิดมรรคผลให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

หรือรักษาความสมบูรณ์ของร่างกายเอาไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง มันทำได้ครับถ้าเราให้เวลากับตัวเองและจักรยานอย่างเพียงพอ รวมถึงมีระเบียบวินัยพอสมควรกับการปั่น พอมาถึงจุดนี้เราก็จะเริ่มพบว่านักปั่นมือสมัครเล่นส่วนใหญ่ต้องเจอกับข้อจำกัดพอสมควร เช่น เวลาไม่มี อาจจะด้วยภาระงาน การเดินทางจากที่ทำงานกลับบ้าน

 

 

ยิ่งสำหรับคนวัยทำงานด้วยแล้วการบริหารเวลาให้ได้ตามตารางซ้อมเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร ถ้าสมมติว่ามีเวลาในการลงถนนการซ้อมกับกลุ่มก็อาจจะทำให้แผนการซ้อมที่เราตั้งใจเอาไว้ไม่เป็นไปตามแผน เช่น การซ้อมโซน 2 เพื่อขยายเส้นเลือดฝอย พัฒนาการหายใจ ก็ไม่สามารถทำได้ถ้ากลุ่มเล่นยิงกันตั้งแต่เริ่มออกตัว หรือแม้การปั่นคนเดียวบนถนนจริงก็เป็นการยากพอสมควรที่จะควบคุมสภาพแวดล้อมให้สำเร็จตามเป้า

 

 

ทีนี้หลายคนที่ทำไม่ได้ก็เริ่มแก้ปัญหาที่การขึ้นเทรนเนอร์อยู่บ้านก็จะช่วยเคลียข้อจำกัดในเรื่องเวลาออกไปเพราะขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้พร้อมลุยได้เลย  ขณะเดียวกัน การซ้อมด้วยเทรนเนอร์ธรรมดาเราก็จะเจอปัญหาอีกบางประการ เช่น ความน่าเบื่อ เพราะการควงขาไปเรื่อยๆ ปรับเกียร์ขึ้นลงเพื่อท้าทายตัวเองให้ออกแรงกดให้มากขึ้น

 

 

วางแผนทำ interval บนเทรนเนอร์ ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก เพราะมันช่างต่างกับการขี่ลงถนนเหลือเกิน ทั้งน่าเบื่อ ร้อน ไม่สนุก ไม่มีเพื่อนปั่น ใช้สมาธิสูงอีกต่างหาก ที่เล่ามาทั้งหมด ผมคือคนหนึ่งครับที่เจอปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา และมันทำให้พัฒนาการของการปั่นจักรยานของผมมันอยู่กับที่และไม่ค่อยพัฒนาขึ้น

 

 

จนผมเริ่มท้อกับการซ้อมและคิดว่ามันคงไม่ใช่ทางของเราแล้วล่ะ หลายครั้งในช่วงที่เริ่มปั่นจักรยาน เวลาเห็นคนปั่นเก่ง ที่ปั่นกันเป็นกลุ่มปั่นเร็วๆ มันให้ความรู้สึกว่า “อยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง” แต่พอไปเริ่มฟังคนที่ปั่นในกลุ่มที่มีประสบการณ์คุยกันก็เจอสิ่งที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมดจนบางทีก็รู้สึกว่า จักรยานทำไมมันยุ่งยากขนาดนี้ไม่เห็นเหมือนตอนเด็กๆ ที่หัดขี่ครั้งแรกเลย

 

 

ผมเชื่อว่าหลายคนพอไปขี่กับกลุ่มที่ปั่นกันเร็วๆ ก็มีอาการถอดใจพอสมควรสำหรับมือใหม่หลายคน เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่าการปั่นจักรยานต้องมีตารางซ้อม มีรูปแบบการซ้อม มีวันพัก และมีการวัดผลการซ้อม สิ่งเหล่านี้คือโลกใหม่สำหรับนักปั่นสมัครเล่นที่มีข้อจำกัดในชีวิตเยอะอย่างผม

 

 

จนผมเริ่มตามหาตัวช่วยสักอย่างที่ทำให้ผมได้ปั่นจักรยานในข้อจำกัดของชีวิตและได้ขี่จักรยานที่ผมรักอย่างสนุกสนานอีกครั้ง คำตอบที่ได้มันเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อได้ลอง Smart Trainer และมันได้พาให้ผมไปรู้จักโลกของจักรยานมากกว่าเดิม

 

 

Smart Trainer คืออะไร

 

น่าจะเป็นคำถามที่ไม่ใหม่เท่าไร แต่หลายคนก็ยังค้นหาคำนี้จากกูเกิลบ่อยๆ และมันน่าจะมากขึ้นในอนาคต  Smart Trainer คือ เครื่องมือ/อุปกรณ์ช่วยในการซ้อมจักรยานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยความฉลาดของและโปรแกรม/ซอร์ฟแวร์ มาประกอบกับ Trainer จักรยาน ที่สามารถ ปรับแรงต้านทานอัตโนมัติของการกดบันได

 

 

 

 

 

หรือเราอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “ความหนืด” ที่เปลี่ยนแปลงไปตามความชันของเส้นทาง หรือการซ้อมตาม Target Watt ของแผนการซ้อม   นอกจากนั้นตัวของ Smart Trainer ก็สามารถตอบสนองกับการซ้อมได้ในหลายรูปแบบ รวมถึงนำไปใช้ในการพัฒนาการซ้อมด้วย Power Meter ซึ่งมีมาพร้อมกับ Smart Trainer รุ่นใหม่ๆ ด้วยเลย ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้นักปั่นสามารถบริหารแรงได้อย่างเหมาะสมในการปั่นจริงด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมดน่าจะเป็นภาพรวมๆ ของการใช้ Smart Trainer ที่ผมได้พบเจอกับตัวเองและมันก็ช่วยให้ชีวิตของผมง่ายขึ้นเยอะ

 

 

Smart Trainer ในปัจจุบันมีด้วยกันอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ตั้งแต่ราคา หมื่นต้นๆ ไปจนถึงราวๆ หลักแสน สิ่งที่ทำให้ Smart Trainer เริ่มเป็นที่สนใจของนักปั่น คือ การจำลองสภาวะของการขี่ได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ซึ่งทำให้นักปั่นสามารถตั้งเป้าหมายที่ต้องการจากการซ้อมได้อย่างชัดเจน

 

 

 

นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมในหลายรูปแบบในการแสดงผลในระหว่างการปั่น เช่น รูปแบบของเกม รูปแบบ VDO จากเส้นทางจริง การผสมระหว่างกราฟความหนักในการซ้อมกับภาพสดในการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งการโหลดเส้นทางที่เราเคยไปปั่น หรือต้องการไปปั่นในอนาคต มาใช้ในการซ้อมก่อนก็สามารถทำได้ Smart Trainer จึงเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับการพัฒนาของนักปั่นที่ต้องการผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและวัดผลได้ดีในข้อจำกัดต่างๆ ในการดำเนินชีวิต

 

 

รูปแบบของ Smart Trainer

อาจจะมีด้วยกัน 3 แบบใหญ่

 

 

แบบที่หนึ่ง เป็นแบบจับดุม ซึ่งเป็นแบบที่คุ้นเคยมากที่สุด เพราะมีความคล้ายคลึงกับเทรนเนอร์ธรรมดา มีความสะดวกในการติดตั้ง สามารถปรับความหนืด แต่ข้อเสียของเทรนเนอร์รูปแบบนี้ คือ เสียงดัง และกินยางพอสมควรระหว่างการปั่น

 

 

แบบที่สอง เป็นแบบถอดล้อหลัง แล้วนำเฟรมจักรยานไปสวมกับเฟืองบนเทรนเนอร์ ซึ่งข้อดีของ Smart Trainer แบบนี้คือ ความเงียบของตัวเครื่องขณะปั่น กับไม่กินยาง ก็ช่วยให้เราประหยัดค่ายางไปได้พอสมควร ข้อเสียมีนิดหน่อย คือความยุ่งยากในการถอดล้อหลัง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนเล็กน้อยเมื่อคล่องแล้วก็จะไม่เป็นปัญหา

 

 

แบบสุดท้าย คือ รูปแบบของลู่วิ่ง ที่นักปั่นสามารถเอาจักรยานขึ้นไปได้ทั้งคัน ของดีของเทรนเนอร์รูปแบบนี้คือ ให้ความสมจริงมาก แต่ก็มีราคาแพงและต้องการพื้นที่ในการวางพอสมควร

 

 

แน่นอนครับว่าเราก็ต้องหา Smart Trainer ให้เหมาะกับความต้องการ งบประมาณ และความจำเป็นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นเรื่องของ “ปัจเจก” บุคคลมากๆ เพราะแต่ละคนจะมีเหตุผลในการตัดสินใจที่ต่างกันออกไป

 

 

การเลือก Smart Trainer ก็เช่นกันเพราะหลายคนที่อาจจะสนใจในประสิทธิภาพแต่พอเริ่มเดินเข้าไปถามราคา ก็กลับต้องหันหลังให้กับ Smart Trainer เพราะ อาจเกิดความคิดว่า เอาไปลงทุนกับการ “อัพรถ” หรือ “จักรยานใหม่” เลยน่าจะดีกว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ “เป้าหมาย” ในการขี่จักรยานของแต่ละคนครับว่า ใน “ข้อจำกัด” ของชีวิต เราทำอะไรได้บ้าง และ “ความสุข” อยู่ที่ไหน

 

 

คำตอบจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปั่นให้เก่ง หรือเพื่อเป็นนักกีฬา แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือการพัฒนาการปั่นเพื่อให้ตัวเองไปได้ไกลกว่าเดิม  เพื่อไปในเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม เพื่อให้ไปพบประสบการณ์ใหม่ การซ้อมเพื่อให้เราพร้อมสำหรับเส้นทางเหล่านั้นก็คงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการมีจักรยานดีๆ คู่ใจสักคัน

 

 

แล้วทำไมเราไม่เตรียมความพร้อมของเราเพื่อได้ควบยานที่เรารักไปให้ได้ในทุกที่ที่เราอยากไปให้ได้ล่ะครับ

Related Post

Smart Trainer เป็นมากกว่าการขี่จักรยานอยู่บ้าน

Cycling Plus Thailand