STRAIGHT

OUTTA

BROMPTON

ส่งตรงจากโรงงาน Brompton

 

 

โรงงานผลิตจักรยานแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของอังกฤษไปแล้ว ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ค่ายผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่เพิ่งจะขยายโรงงาน เพื่อรองรับอุปสงค์ของตลาดที่กำลังขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ขอต้อนรับทุกท่านสู่โลกของจักรยานพับ…

 

 

เช้านี้ สภาพอากาศในกรุงลอนดอนมีแสงแดดส่องลงมาทักทายพวกเรา ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ผมเดินทางมาถึงสถานีรถไฟใต้ดินนอตติงฮิลล์เกต พร้อมกางจักรยานพับแล้วออกปั่นจากบริเวณพระราชวังเคนซิงตัน ผ่านสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก ไปยังย่านเมย์แฟร์ โซโห และจบลงแถวโคเวนต์การ์เดน

 

 

ลืมบอกไปว่าวันนี้ ผมมีเพื่อนร่วมทริปคือ รอซ ฮอว์กินส์ ผู้จัดการแบรนด์ของ Brompton  เดินทางมากับเราด้วย รถพับของเราทั้งสองคันผลิตขึ้นในโรงงานที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน และเป็นผลงานชิ้นเอกของแอนดรูว์ ริชชี ดีไซน์เนอร์มากความสามารถและผู้ก่อตั้งแบรนด์

 

รถพับ Brompton ทุกคันเป็นแบบสั่งประกอบพิเศษ จึงมีออปชันให้เลือกได้ไม่รู้จบ

 

ท่อคอที่รอประกอบ

 

หากใช้ชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน คุณคงเคยพบเห็นจักรยานพับ Brompton โลดแล่นไปตามท้องถนน หรือแม้แต่ภายในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และมันต้องเคยสร้างความประทับใจ ไม่ก็ประหลาดใจ หรือความรู้สึกทึ่งในไอเดียอันกระฉูดนี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

 

 

แต่ไม่ว่าคุณจะคิดอย่างไร เราบอกได้แค่ว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบชานเมืองนิยมเดินทางด้วยเจ้าสองล้อคันนี้ ในแต่ล่ะปี จักรยานพับแฮนด์เมดคันน้อยจะโบยบินออกจากโรงงาน Brompton กว่า 50,000 คัน นี่เป็นความสำเร็จทางธุรกิจที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าเกิดจากวิสัยทัศน์ของคนเพียงคนเดียว

 

 

“อันที่จริง ผมเคยมีไอเดียสองสามอย่างก่อนหน้า Brompton” แอนดรูว์นึกย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้น “ตอนที่ผมเริ่มออกแบบจักรยาน มันยังไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ผมไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะต้องทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับโปรเจกต์นี้ แต่แผนเดิมที่วางไว้กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า สุดท้ายผมก็มาคิดได้ว่าวิธีเดียวที่จะอยู่รอดได้คือต้องผลิตและขายเอง”

 

 

แบรนด์ Brompton ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 โดยชื่อ Brompton นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากโบสถ์คาทอลิก Brompton Oratory ที่ตั้งอยู่ในย่านเคนซิงตัน และมองเห็นได้จากหน้าต่าง อพาร์ตเมนต์ของแอนดรูว์สมัยนั้น จักรยานพับไม่ใช่ของใหม่ แต่ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดก็มีดีไซน์ที่ซับซ้อนเกินไปและใช้งานไม่สะดวกนัก Brompton จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่ออุดช่องโหว่นี้ ด้วยรถที่ตอบโจทย์สิ่งที่ขาดหายไปจากจักรยานพับในสมัยนั้น

 

 

“พ่อของแอนดรูว์เป็นนักลงทุนของ Bickerton หนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ผลิตจักรยานพับ” ฮอว์กินส์เล่าให้ผมฟังขณะปั่นจักรยานไปด้วยกัน

 

 

“แอนดรูว์เองก็เป็นวิศวกร เขาคิดว่าจักรยานพับเป็นไอเดียที่น่าสนใจและเชื่อว่าตนเองจะพัฒนามันให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ แรงบันดาลใจของแอนดรูว์จึงเริ่มต้นจาก Bikerton นั่นเอง แม้ว่ารถพับ Brompton สมัยใหม่จะดูแตกต่างไปมาก เนื่องจากพับเอาล้อหน้าไปเก็บไว้ข้างใต้ตัวรถได้

 

 

รถ Brompton รุ่นแรกๆ ไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างไปจากรถต้นแบบอย่างสุดขั้ว และแม้ว่าเวลานี้ องค์ประกอบเกือบทุกชิ้นจะต่างไปจากเดิมมาก แต่ดีไซน์โดยรวมยังคงเหมือนเดิม และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Brompton กลายเป็นไอคอนของจักรยานพับ”

 

 

ตอนที่แอนดรูว์เริ่มออกแบบรถพับรุ่นแรก เขาไม่ได้คิดไกลถึงขนาดจะผลิตเองจริงจัง คิดเพียงแต่ว่าจะขายลิขสิทธิ์งานดีไซน์ให้กับบริษัทที่ผลิตจักรยานพับอยู่แล้วอย่าง Raleigh

 

 

“ผลตอบรับที่ได้จากโรงงานคือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ แต่พวกเขาไม่เชื่อว่าจะมีตลาดรองรับ และขายได้จริง” ฮอว์กินส์กล่าว

 

 

“แอนดรูว์เริ่มจากนำไอเดียไปเสนอขายเพื่อนๆ พร้อมอธิบายว่าจะมีตลาดรองรับรถพับแบบนี้ และจะขายได้ถึงหนึ่งร้อยคันอย่างแน่นอน”

รอซ ฮอว์กินส์

 

 

แอนดรูว์ต้องเผชิญกับข้อกังขาในงานดีไซน์ จนในที่สุดก็ตัดสินใจล้มเลิกการเร่ขายไอเดียแล้วหันไประดมทุนแทน

 

 

“เขาเริ่มจากเอาไอเดียไปเสนอขายเพื่อนๆ พร้อมอธิบายว่าจะมีตลาดรองรับรถพับแบบนี้ และจะขายได้ถึงหนึ่งร้อยคันอย่างแน่นอน แอนดรูว์เดินทางไปพบมิตรสหายกว่าร้อยคน พยายามโน้มน้าวให้พวกเขาซื้อไอเดียของตน โดยจะรีบผลิตและส่งมอบรถให้ทันภายในหกเดือน

 

 

และถ้าหากธุรกิจไปได้สวย เขาจะนำเงินที่เพื่อนช่วยอุดหนุนซื้อมาคืนให้ นั่นหมายความว่าทุกคนจะได้จักรยานพับฟรีๆ ไปคนละหนึ่งคัน ปี 1980 คือปีแรกที่เขาเริ่มระดมทุน แอนดรูว์ผลิต ส่งมอบ และจ่ายเงินคืนเพื่อนๆ ได้ครบในปี 1993 ในท้ายที่สุด ทุกอย่างก็ไปได้สวย แม้จะต้องใช้เวลาพักใหญ่ทีเดียว”

 

 

รถต้นแบบรุ่นแรกถูกประกอบขึ้นโดยแอนดรูว์เอง บนโต๊ะกลางห้องครัว นอกจากนี้ เขายังเช่าพื้นที่แถว คริสวิกพาร์ทไว้ทำงานด้วย

 

 

โรงงาน Brompton ที่ผลิตจักรยานด้วยวิธีแฮนด์เมดยังคงตั้งที่เดิมมาตลอดจนถึงปัจจุบัน “มีคนตั้งคำถามกับเราตลอดว่าทำไมยังตั้งฐานโรงงานในลอนดอน ไม่ย้ายไปแถบเอเชีย เหตุผลแรกคือแอนดรูว์ไม่ได้เริ่มธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรอะไรมากมาย เขาแค่อยากรังสรรค์ผลิตภัณฑ์สักชิ้นที่มีประโยชน์ให้คนได้ใช้กัน” ฮอว์กินส์ไขข้อสงสัย

 

 

“นอกจากนี้ แอนดรูว์เองก็อาศัยอยู่ในลอนดอน และคิดว่าการไปไหนมาไหนในเมืองด้วยจักรยานพับ ที่พกพาขึ้นรถไฟและรถไฟใต้ดินได้ด้วยคงดีไม่ใช่น้อย เหตุผลหลักที่โรงงานตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน เป็นเพราะเขาอยากปั่นจักรยานจากอพาร์ทเมนต์ในย่านเคนซิงตันไปทำงานได้  เดิมโรงงานเคยอยู่ในย่านคิวและคริสวิกพาร์ท ก่อนจะย้ายมายังสถานที่ตั้งในปัจจุบัน

 

 

พนักงานทุกคนที่ Brompton จะต้องผ่านการฝึกอบรมให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญ พอธุรกิจเริ่มเติบโตขึ้น ครอบครัว Brompton ก็ขยายใหญ่ขึ้นด้วย หนึ่งในจุดเด่นของแบรนด์ คือการมีฐานการผลิตอยู่ในลอนดอน”

 

 

ภายในโรงงาน เราสังเกตว่ามันไม่ใช่แค่สถานที่ผลิตและประกอบชิ้นส่วน แต่เต็มไปด้วยคนงานกำลังเชื่อมท่อเหล็กต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมืออาชีพ

 

 

ฮอว์กินส์พาเราทัวร์โรงงานพร้อมอธิบายว่า “ที่นี่มีจุดเชื่อมท่อเฟรมอยู่หลายจุด คนงานในแต่ละจุดจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป ทุกแผนกในที่นี้จึงมีความสำคัญเท่าเทียมกัน เห็นอย่างนี้แล้ว เราจะรู้เลยว่าในช่วงแรกแอนดรูว์ต้องทำงานหนักเพียงไร ในการประกอบชิ้นส่วนเหล่านี้ขึ้นด้วยสองมือของเขาเอง

 

ช่างเชื่อมของ Brompton จะต้องผ่านการฝึกอบรมใหม่หมดทุกคน

 

จักรยานพับ Brompton ทุกคัน ผลิตด้วยวิธีแฮนด์เมดในโรงงานที่ลอนดอน

 

ย้อนกลับไปในปี 1980 เขาออกแบบและวาดทุกอย่างเองกับมือ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาของรถและชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดจนเครื่องมือและโครงสร้างภายในโรงงาน ล้วนเป็นภาพที่แอนดรูว์ต้องวาดขึ้นใหม่ทั้งหมด นั่นหมายความว่า เขาต้องใช้เวลาออกแบบจักรยานพับไม่ต่ำกว่าหลายร้อยครั้ง

 

 

ยังไม่นับรวมที่ต้องวาดแบบโรงงานและอุปกรณ์ต่างๆ  อีกนับครั้งไม่ถ้วน บางแผนกในโรงงาน ณ ปัจจุบัน ยังคงใช้ดีไซน์เดิมที่แอนดรูว์ได้ออกแบบไว้ หรือแตกยอดออกไป อาจกล่าวได้ว่าเขาไม่ได้แค่ออกแบบจักรยานพับ แต่เขาคือผู้วางรากฐานโรงงานและกระบวนการผลิตทั้งหมดเลยทีเดียว”

 

 

ช่างเชื่อมท่อเฟรมของ Brompton ได้ชื่อว่าเป็นช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่สุดในเกาะอังกฤษ ทุกคนจะได้รับการอบรมอย่างจริงจัง  “ส่วนที่ยากที่สุดในงานคือการผลิตกะโหลก เราใช้เทคนิคเรียกว่า fillet brazing ผลลัพธ์ที่ได้คือข้อต่อที่แข็งแรงมาก เนื่องจากกะโหลกเป็นจุดที่ต้องการความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ คนงานที่รับผิดชอบในจุดนี้จึงเรียกว่าต้องมีพรสวรรค์จริงๆ

 

 

“ความสำเร็จในวันนี้ เกิดจากความตั้งใจและใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต รวมไปถึงภาพลักษณ์ที่นำเสนอออกไป”

รอซ ฮอว์กิน

 

 

ช่างทุกคนในแผนกจะมีตราประทับประจำตัว ทำให้เมื่อเกิดปัญหากับชิ้นส่วนไหน เราจะรู้ได้ทันที จัดเป็นวิธีควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง งานทุกชิ้นล้วนสะท้อนความสามารถเฉพาะทางของช่างแต่ละคนอยู่แล้ว ดังนั้น แม้จะไม่มีการประทับตรา แต่เราก็บอกได้ว่าเป็นผลงานของใคร เหมือนเวลาที่เราจำลายมือได้”

 

 

ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของ Brompton คือ วิลล์ บัตเลอร์-อดัมส์ ซึ่งร่วมงานกับ Brompton ครั้งแรกในทีมวิศวกร ซึ่งก่อนหน้านั้น ในยุคสมัยของแอนดรูว์ต้องบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างโฟกัสไปที่จักรยาน ต่างจากตอนนี้ที่วิลล์ หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องงานขาย การตลาด ตลอดจนการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดมากขึ้น

 

 

เร็วๆ นี้ Brompton ก็ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้ง นั่นคือจักรยานพับระบบไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา

 

 

ในยุคที่นักจักรยานกำลังต่อสู้เพื่อสิทธิการเดินทางบนท้องถนน ผมเชื่อว่าปริมาณการใช้จักรยานสัญจรที่เพิ่มขึ้นจะเป็นผลดีอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบชานเมืองและกำลังเล็งรถพับระบบไฟฟ้าจาก Brompton อยู่ อาจจะลังเล เนื่องจากสภาพผิวทางแตกต่างจากในเมือง แต่ผมเชื่อว่าคนทั้งสองกลุ่มนี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการสองล้อไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

เรื่อง : Paul Robson

ภาพ : Josept Branston

แปล : อภิลาวัณย์ อ๊อตวงษ์

 

 

Related Post

STRAIGHT OUTTA BROMPTON

Cycling Plus Thailand