ระยะทาง 130 กิโลเมตร จากเมืองแห่งไดโนเสาร์กาฬสินธุ์ ไปยังจังหวัดสกลนคร เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่มีความท้าทายนักปั่นจำนวนมาก ทั้งนักปั่นทัวริ่ง แล้วก็นักปั่นสายแข่ง รวมถึงนักปั่นที่ต้องขี่จักรยานท่องเที่ยว เพราะถ้าย้อนกลับไปดูประวัติ จะเห็นได้ว่านักปั่นทีมชาติไทยหลายต่อหลายรุ่นต่างเลือกเมืองสกลนครเป็นฐานที่มั่นสำคัญสำหรับการฝึกซ้อมมาโดยตลอด ทั้งนี้เพราะมีภูมิประเทศหลากหลายเหมาะต่อการฝึกฝน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากว่าแวะเวียนไปร้านจักรยานในสองจังหวัดนี้แล้วจะได้เจอะเจอกับนักปั่นและผู้ฝึกสอนระดับจอมยุทธ์ทั้งหลาย

 

การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 213  เมื่อออกจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยกาฬสินธุ์ จากจุดนั้นห่างจากอำเภอสมเด็จเป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ยังมีการซ่อมแซมผิวถนนอยู่เป็นระยะ แต่จักรยานก็สามารถผ่านไปได้ ตลอดทางเป็นเนินสั้นๆ ขึ้นลงสลับกันไปเรื่อยๆ ปั่นได้สนุก  ข้างทางจะเป็นทุ่งและไร่สวนเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยิ่งเข้าใกล้อำเภอสมเด็จก็จะยิ่งเห็นเทือกเขาภูพานข้างหน้าเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อออกจากเมืองสมเด็จไม่นานก็จะเริ่มถึงทางขึ้นเขานักปั่นควรเตรียมน้ำดื่มและของกินติดตัวไปบ้าง สำหรับตัวเองตอนที่ไปปั่น ได้แวะซื้อไก่ย่างข้าวเหนียวตอนช่วงก่อนที่จะขึ้นภูพาน เก็บเป็นเสบียงในยามปั่นขึ้นเขาก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวเลยทีเดียว เมื่อออกจากอำเภอสมเด็จไปตามทางหลวง 213 จากจุดนี้ห่างจากสกลนครราว 80 กิโลเมตร เมื่อออกจากอำเภอสมเด็จเริ่มไต่ขึ้นภูพาน จะมีจุดน่าสนใจที่บ้านแก้งกะอาม อำเภอผาเสวย ที่แรกคือน้ำตกแก้งกะอาม แยกซ้ายจากทางหลวงเข้าไปประมาณครึ่งกิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กเป็นแอ่งกว้างเหมาะเป็นที่พักเหนื่อยได้เป็นอย่างดี แต่จะมีน้ำเฉพาะในหน้าที่ไม่แล้งจนเกินไป ห่างไม่ไกลกันมากนักเป็นจุดชมวิวผาเสวย หรือที่เรียกว่า “ผารังแร้ง” สามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวทิวทัศน์ได้ดี

 

เทือกเขาภูพานตามสภาพทางภูมิศาสตร์ แบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่เป็นภูพานใหญ่ ซึ่งอยู่ติดด้านจังหวัดกาฬสินธุ์ และภูพานน้อยเป็นส่วนที่อยู่ทางตอนเหนือของภูพานใหญ่ อยู่ในส่วนของจังหวัดสกลนคร เทือกเขาที่นี่มีความสูงอยู่ระหว่าง 200-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับการปั่นจักรยานบนเส้นทาง 213 เพื่อตัดผ่านเทือกเขาภูพานนั้น สภาพถนนอยู่ในระดับที่ดี มีไหล่ทางจักรยานได้ปั่น ระดับความชันไม่มากนักเมื่อเทียบกับดอยสูงอื่นๆ แต่จะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นการไต่ระดับเขาขึ้นไปเรื่อยๆ สลับทางราบและลงเป็นเนินสั้นๆ บ้าง สองข้างทางเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ และเมื่อขึ้นไปอยู่ด้านบนของเทือกเขาแล้วก็จะเห็นทัศนียภาพสวยงามคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อที่เสียไป ระยะทางที่เป็นเขาบนภูพานตั้งแต่เริ่มไต่ขึ้นมาจากอำเภอสมเด็จ จนกระทั่งสิ้นสุดทางลงของเทือกเขาภูพานกินทางยาวทั้งสิ้นกว่า 60 กิโลเมตร ตลอดทางไม่มีทางลงเขายาวจนกระทั่งโค้งปิ้งงู ซึ่งห่างจากตัวเมืองสกลนครเพียง 14 กิโลเมตรเท่านั้น ดังนั้นนักปั่นจะต้องมีการเตรียมพร้อมด้านร่างกาย อาหาร น้ำดื่ม ระหว่างการปั่นให้ดีด้วย การปั่นถึงจะสนุกและบรรลุความตั้งใจ

 

หากว่านักปั่นได้มีโอกาส อาจแวะพักแรมสักคืนบนอุทยานแห่งชาติภูพาน โดยที่ทำการอุทยานห่างจากตัวอำเภอภูพานมาประมาณ 9 กิโลเมตร สามารถเช่าและกางเต็นท์ที่อุทยานได้อย่างสะดวกสบายทีเดียวและสามารถแวะตามที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่อยู่ไม่ไกลออกไปจากถนนสายหลักนัก เช่น ผานางเมิน ถ้ำเสรีไทยและน้ำตกคำหอม ซึ่งแต่ละแห่งก็ไม่ได้อยู่ไกลจากกันมากนัก ก่อนจะถึงตัวเมืองสกลนครประมาณ 14 กิโลเมตร นักปั่นจะได้ปั่นอยู่ในโค้งที่พับกลับไปมาหลายชั้นใน “โค้งปิ้งงู” สถานที่ยอดนิยมแห่งเมืองสกลนคร เลยจากโค้งนี้มาไม่ไกลจะถึงพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ถ้าทางตำหนักไม่ได้ติดภารกิจพิเศษ นักปั่นสามารถเข้าชมด้านในได้ งดงามตระการตาจริงๆ จากพระตำหนักจะเป็นทางลงเขายาวติดต่อกันหลายกิโลเมตร ถึงจะไม่ใช่ทางลงเขาชัน แต่นักปั่นต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัย บนเส้นทางระหว่างเมืองสกลนครถึงโค้งปิ้งงู หากว่าผ่านไปช่วงเย็น เราจะเห็นสมาชิกชมรมจักรยานของเมืองสกลนคร ทั้งบุรุษ สตรี ออกมาปั่นกันตามเส้นทางนี้อย่างครึกครื้นทีเดียว และจากที่เคยสัมผัสมาชมรมจักรยานของจังหวัดนี้เข้มแข็งทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงเต็มไปด้วยความปรองดองสามัคคีอย่างแท้จริง

 

เส้นทางสาย 213 นี้ เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่มีมนต์เสน่ห์ชวนให้นักปั่นจักรยานต้องหลงไหล แม้จะเป็นทางที่ต้องไต่ขึ้นลงเขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยากลำบากนัก ทิวทัศน์ระหว่างการเดินทางสวยงาม ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่มีความปลอดภัย อยากชวนให้นักปั่นที่ยังไม่เคยยลความงามของภูพาน ได้มาสัมผัสดินแดนแห่งภูเขาที่คาบเกี่ยวทั้งสองจังหวัดนี้ดูสักครั้งหนึ่ง รับรองว่าจะติดใจ

 

Related Post

Travel : พาไปไต่เทือกเขาภูพานจากกาฬสินธุ์ไปสกลนคร

Cycling Plus Thailand