เกียร์ไฟฟ้า หรือชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า เป็นหนึ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จักรยานที่ส่งผลกับทิศทางการออกแบบจักรยานยุคใหม่มากที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งแนวคิดนี้ถูกเริ่มจุดประกายมายาวนานกว่าทศวรรษแล้วตั้งแต่บริษํท Mavic พยายามทำชุดเกียร์ไฟฟ้าออกมาแต่ไม่ถึงจุดสำเร็จ และแน่นอนว่าความสำเร็จแรกที่พลิกวงการคือการขยับตัวของค่าย Shimano ที่โลกก็เชื่อใจได้ในด้านความสามารถในงานผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นอยู่แล้ว ตามมาติดๆด้วย Campagnolo และ Sram ล่าสุดค่าย FSA ก็เข้ามาร่วมเล่นในตลาดเกียร์ไฟฟ้าด้วย สรุปกันได้ว่า ชุดขับเคลื่อนจักรยานหลักทั้งหมด ต่างก็จับเอาไฟฟ้ามาเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตกันหมดแล้ว สำหรับตลาดผู้บริโภค ยังมีกำแพงกั้นอีกหลายชั้น ที่ชัดเจนที่สุดคือความหลงใหลในจักรยานแบบอนุรักษ์นิยม ที่หลายๆท่านมองว่าจักรยานควรเป็นอุปกรณ์กลไกพื้นฐานมากกว่าการนำไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาเกี่ยวข้อง

แต่ในมุมหนึ่งที่ต้องตั้งคำถามกันก็คือ ที่ผ่านมาจักรยานก็เคยเปลี่ยนแปลงไปมากมาย ยุคแรกของการมีเกียร์จักรยาน ระบบทดกำลังนี้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำหรับคนอ่อนแอเท่านั้น นักแข่งและนักจักรยานมองกันว่ามันคือตัวช่วยให้ผู้หญิงขี่จักรยานได้ ใครใช้แสดงว่ายังไม่แข็งแรง จนกระทั่งประโยชน์ใช้สอยของมันถูกพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าสำหรับการยอมเปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง และเมื่อเวลาผ่านเลยไป เทคโนโลยีนั้นก็จะมีราคาลดลง เข้ามาสู่ระดับผู้บริโภคได้ทั่วถึงขึ้น เป็นสัจธรรมแห่งการขาย เกียร์ไฟฟ้านี้ก็เช่นกัน

 

มาดูสาเหตุหลัก 3 ประการ ที่ทำให้เรานั่งมองเกียร์สายแล้วนึกคันยิบๆ อยากจะได้ไฟฟ้าเหลือเกินกันนะครับ

1.เกียร์ไฟฟ้าไม่เคยเพี้ยน

ระบบการทำงานของชุดขับเคลื่อนจักรยานหลักการคือการดึงสายเคเบิลไปมา การจะดึงได้ระยะเป๊ะสม่ำเสมอขึ้นอยู่กับทั้งการปรับตั้ง ความตึงสาย ความลื่นของสาย และอายุการใช้งานของสายด้วย ปัญหาที่พบเป็นปกติคือสายใหม่เอี่ยมที่ปรับตั้งสมบูรณ์แล้ว เมื่อใช้งานไปสักพักก็จะเพี้ยนจากการยืดตัวของสายเคเบิล ยิ่งถ้าใช้งานไปนานๆ เจอสภาพแวดล้อมต่างๆ สายก็จะฝืด เมื่อฝืดก็มีการเคลื่อนตัวแย่ลง ส่งผลให้เกิดปัญหาในการเปลี่ยนเกียร์มาทีละนิด สุดท้ายเมื่อสายเก่ามากๆ นอกจากจะไม่แม่นแล้ว ยังอาจถึงกับสายเกียร์ขาดเวลาเปลี่ยนเกียร์ได้ เรื่องราวทั้งหมดนี้ ทุกคนพบได้ทั้งนั้น จะช้าหรือเร็วก็ตาม แต่เกียร์ไฟฟ้า ใช้แค่มอเตอร์หมุนไปเลื่อนตำแหน่งของสับจานและตีนผี ที่เมื่อตั้งระยะแล้วมันก็จะอยู่เช่นนั้นไปตลอดกาลจนกว่าจะปรับใหม่ ถ้าเพี้ยนอย่างไรก็เพี้ยนแบบนั้นไปตลอด ถ้าแม่นก็แม่นยำเช่นนั้นเรื่อยไป ข้อนี้คือจุดเด่นแรกสุดของเกียร์ไฟฟ้า ใครเคยเจออาการเกียร์สะดุด กระโดด โซ่ตกนอก ตกใน ถ้าคุณย้ายไปขี่เกียร์ไฟฟ้าที่ปรับมาสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนอย่างไร มันก็มั่นใจได้เสมอ

 

2.เกียร์ไฟฟ้ายังพัฒนาได้อีกไกล

ถ้าเราพูดถึงอิเล็กทรอนิกส์เมื่อไหร่ เรากำลังก้าวเข้าไปสู่ขอบเขตของสินค้าเทคโนโลยีที่มีวงการพัฒนารวดเร็วมาก ของทุกอย่างฉลาดขึ้น มีขนาดเล็กลง ทำอะไรๆได้มากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียงระยะเวลาไม่กี่ทศวรรษ คอมพิวเตอร์ขนาดเท่าห้องถูกย่อลงมาเหลือยูนิตเล็กๆบนฝ่ามือของเราได้ โทรศัพท์ที่ทุกท่านถืออยู่ตอนนี้ ฉลาดกว่าคอมพิวเตอร์เมื่อ 10 ปีที่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ลองคิดสิครับว่าเมื่อเกียร์ไฟฟ้าเปิดโลกการพัฒนาต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง ซึ่งทุกอย่างเริ่มสะท้อนแล้วในยุคที่สองของการพัฒนาเกียร์ไฟฟ้า ที่เกิดการต่อยอดเป็นเกียร์ไร้สาย ตลอดจนการพัฒนาระบบ ”กึ่งอัตโนมัติ” เกียร์สามารถช่วยเปลี่ยนอัตราทดได้เองให้เหมาะสม เลือกใช้จานหน้าและเฟืองท้ายให้ได้เอง ในเมื่อจินตนาการถูกเปิดกว้าง ออกมาจากกรอบเดิมของเกียร์สาย วิธีการเปลี่ยนเกียร์ การออกแบบอุปกรณ์ต่างๆก็เปลี่ยนไป มีการนำเอาชิฟท์เตอร์แบบมือบิดกลับมาใหม่ในรูปแบบไฟฟ้า หรือการออกแบบปุ่มกดเพื่อเปลี่ยนเกียร์ของบริษัทต่างๆ Third Party ที่มาใช้ร่วมกับยี่ห้อหลักๆ ที่ทั้งเล็กและเบา สามารถติดกับจักรยานได้หลากหลาย  ไปจนถึงแนวคิดล้ำหน้า เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทต่างๆได้

ทั้งหมดนี้คืออนาคตที่จะเป็นต่อไปและราคาก็จะลดลงมาเรื่อยๆ เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ เมื่อผลิตจนถึงจำนวนมากพอ ต้นทุนลดลงต่ำมาก ชิ้นส่วนต่างๆจึงมีราคาถูก คาดว่าเมื่อตลาดเปิดรับเต็มที่ และเกียร์ไฟฟ้ากลายเป็นเรื่องปกติ ราคาสามารถปรับตัวลงมาได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ

 

3.จะมีราคาถูกลงเรื่อยๆ

ข้อนี้อาจค้านกับที่หลายๆท่านที่รู้สึกว่าเกียร์ไฟฟ้าต้องมีราคาแพงสิ เพราะทุกวันนี้ที่เห็นอยู่มันมีราคาสูงจนเกินเอื้อมสำหรับหลายๆคน แต่ลองดูให้ละเอียดจะพบว่าเกียร์ไฟฟ้าในขณะนี้ใช้ร่วมกับชุดขับเคลื่อนระดับแข่งขันเป็นหลัก เพราะประโยชน์ใช้สอยหลักที่เพิ่มขึ้นมาอยู่กับการแข่งขันเป็นสำคัญ แต่ไม่ได้แปลว่าต่อไปในอนาคตจะไม่เป็นอุปกรณ์ที่แพร่หลายมากขึ้น แน่นอนครับ ผมไม่ได้หมายความว่าจักรยานทุกๆคันจะเป็นเกียร์ไฟฟ้าหมดในอนาคต แต่ผมมั่นใจที่จะบอกได้ว่าในอนาคตที่กำลังใกล้เข้ามา จักรยานระดับการออกกำลังกายเชิงสมรรถนะ ตั้งแต่ระดับกลางจะกลายเป็นเกียร์ไฟฟ้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย

ทำไมผมถึงมั่นใจเช่นนั้น? ลองมองที่จักรยานของท่านดูสิครับ ตั้งแต่หัวจรดหาง มันคือเทคโนโลยีที่ถูกถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากรถระดับสุดยอดในอดีตทั้งสิ้น ไล่มาตั้งแต่วัสดุ อะลูมิเนียมเอย คาร์บอนเอย เหล่านี้เคยเป็นเนื้อตั้งต้นชั้นยอดเพื่อสร้างรถแข่งขันระดับโปรเท่านั้นมาก่อน ลองมองไปที่ของเล็กๆอย่างบันไดกัน เพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา บันไดคลิปเลส ถือเป็นอุปกรณ์เทพที่ทำให้ผลแพ้ชนะพลิกกันได้ในระดับอาชีพ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นของทั่วไป ราคาไม่ถึงพันก็มี หรือจะมองไปที่ตัวช่วยในการซ้อมหลายๆอย่าง ที่เห็นได้ง่ายก็คือสายฮาร์ทเรทที่ใครจะไปเชื่อครับว่าเมื่อก่อนอุปกรณ์พวกนี้ราคาหลักหมื่น กลับลดลงเหลือหลักร้อยก็หาได้และใช้งานได้ไม่แตกต่างกัน  แล้วจะแปลกใจทำไมครับ หากจะบอกว่า ในอนาคตเกียร์ไฟฟ้าเหล่านี้จะมีราคาที่จับต้องได้ จากการแข่งขันของผู้ผลิตทั้งแบรนด์หลัก แบรนด์เสิรม ในที่สุดวันนั้นมาถึงผู้บริโภคก็จะพร้อมเปิดประตูบานสุดท้ายต้อนรับเข้าบ้านเอง

 

นี่คือหนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นการพัฒนาของเทคโนโลยี ในอนาคตของจักรยาน ที่มีอยู่ทุกวัน ทุกๆนาทีที่คุณและผมออกไปปั่นจักรยานโลดแล่นกันอย่างมีความสุข นักออกแบบทั้งหลายก็กำลังพัฒนาจักรยานให้โลดแล่นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน ใกล้สิ้นปีแล้ว ศักราชใหม่กำลังใกล้เข้ามา เตรียมรอพบกับปี 2017 ว่าจะมีอะไรรอพวกเราอยู่บ้างกันดีกว่าครับ

Related Post

3 เหตุผลสำคัญ ที่เกียร์ไฟฟ้าเป็นต่อ

Cycling Plus Thailand