หลังจากที่เราใช้เวลาศึกษา และทดสอบกรุ๊ปเซตอิเล็กทรอนิกส์ eTap เป็นเวลานานกว่าหกเดือน ถึงเวลาที่เราจะมาเล่าให้ฟัง ว่าชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ถึงตอนนี้หากคุณใช้ SRAM 11 สปีดอยู่แล้ว คุณเพียงแค่ซื้ออะไหล่บ้างชิ้นเปลี่ยน ก็สามารถใช้ Red eTap ได้แล้ว

การติดตั้งนั้นไม่ยาก ไม่ต่างอะไรกับรุ่นสายเคเบิล แค่เพียงมีเครื่องมือดีๆ และคู่มือ ก็สามารถติดตั้งได้เอง  สับจานตั้งสกรูลิมิต (limit screw) แบบทั่วไป ส่วนตีนผีให้กดปุ่มฟังชันที่อยู่ด้านในของก้าน ทั้งบนตัวตีนผีและชิฟเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อระบบก่อนเริ่มใช้งาน หากต้องการปรับระยะของตีนผีให้กดปุ่มฟังก์ชันเพื่อเลื่อนตีนผีไปมาได้ 0.25 มิลลิเมตร

แบตเตอรี่สามารถถอดเข้าออกได้โดยจะมีติดอยู่ 2 ที่ คือที่ตำแหน่งตีนผีกับสับจาน ถ้าก้อนใดหมดก่อน สามารถสลับกันมาใส่ได้   แม้ Di2 และ EPS จะมีอายุการใช้งานที่นานกว่าถึงสองเท่า (2,000 กิโลเมตร สำหรับ Di2 และ EPS) แต่ eTap ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียงแค่ 45 นาที และไซส์ของแบตเตอรี่มีขนาดเล็กกว่า ดังนั้นการที่เราจะพกพาแบตเตอรี่สำรองไปอีกอัน คงไม่ใช่เรื่องยาก

 

eTap สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาอื่นๆ ผ่าน ANT+ โดยล่าสุด Garmin ได้อัพเดตหน้าจอของ Edge1000 ให้สามารถแสดงระดับเกียร์และระดับแบตเตอรี่ได้

 

ตัวฮูดของ eTap เพรียวบางกว่ารุ่น Red แต่ชิฟเตอร์คาร์บอนยังสามารถปรับระยะเอื้อมได้เหมือนเดิม แป้นกดขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกคล้ายกับดับเบิลแท็ป และแม้ว่าก้านกดจะเคลื่อนไหวน้อยลง แต่ยังให้เสียงคลิกที่แน่น ส่วนรีโมต satellite (Blips) สามารถติดตั้งได้ตามใจชอบเพราะมีขนาดเล็ก ซึ่งเราแนะนำให้ติดตั้งไว้เหนือหรือใต้เทปพันแฮนด์

 

 

eTap เป็นเกียร์ที่สามารถเปลี่ยนได้อย่างแม่นยำและเบามือ สับเกียร์ด้านขวาเพื่อปรับเกียร์ลงหนักขึ้น และด้านซ้ายเพื่อปรับขึ้นเฟืองเบา และหากต้องการปรับตำแหน่งสับจาน ให้กดพร้อมกันทั้งสองด้าน

 

อย่างไรก็ดี eTap ให้ความรู้สึกว่าการเข้าเกียร์ช้ากว่า ระบบสายเคเบิล อาจเป็นเพราะมีก้านปรับตื้นกว่า ชิฟเตอร์แบบดับเบิลแท็ป

หากกดด้านใดด้านหนึ่งค้างไว้ จะเป็นการปรับเกียร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถทำงานเข้ากับระบบชุดเฟือง Red ได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าการเข้าเกียร์ลื่นไหลผ่านทุกเกียร์แบบไม่กระโดดข้ามเฟือง คุณจึงสับเกียร์ได้อย่างมั่นใจไร้กังวล ซึ่งอันที่จริง สับจานถูกเซตให้โอเวอร์ชิฟต์ ดังนั้นจะส่งผลให้การเปลี่ยนเกียร์นิ่มนวลและแม่นยำ

 

eTap มีช่วงอัตราทดแคบกว่าแบบสายเคเบิลเกียร์ต่ำสุด และสูงสุดรับรองเฟือง 11-28

 

สรุปสั้นๆ จากการทดสอบการใช้งาน eTap ได้ความว่า สามารถทำงานได้ไร้ที่ติ ชาร์จไฟง่าย และรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ มีประสิทธิภาพ มีความนิ่มนวล มีน้ำหนักที่เบา (เบากว่า Dura-Ace Di2 141 กรัม) เหตุผลดีๆ ขนาดนี้ ควรค่าแก่การเป็นเจ้าของยิ่งนัก

 

SRAM RED ETAP : ราคาประมาณ 62,000 บาท

 

 

Related Post

SRAM RED ETAP

Cycling Plus Thailand