เมื่อปีที่ผ่านมา โดมินิก เออร์วิน และชาร์ลี มิทเชลล์ สองนักปั่นทำสถิติปั่นจักรยานจากจุดใต้สุดไปยังเหนือสุดของเกาะอังกฤษ รวมระยะทางกว่า 1,348 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเพียง 45 ชั่วโมง 11 นาที 2 วินาที ในช่วงต้นของการฝึกซ้อม โดมินิกและชาร์ลีได้ขอคำแนะนำจากนักโภชนาการ คือ เรเน แม็กเกรเกอร์เพราะที่ผ่านมาทั้งคู่มีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารระหว่างการปั่นทางไกล 288 กิโลเมตร โดยเฉพาะโดมินิกที่มักไม่สบายระหว่างการปั่นอยู่บ่อยๆ

 

สิ่งสำคัญที่สุดที่ทั้งคู่ต้องปรับเปลี่ยนคือ อาหารที่พวกเขาเลือกกินระหว่างปั่นคือแซนด์วิชทาแยม เนยถั่ว หรือครีมชีส เค้กผลไม้ ขนมหวาน ขนมปังกรอบ ถั่ว และเจลให้พลังงาน อาหารทั้งหมดนี้จะถูกแบ่งตามสัดส่วนการให้พลังงานสำหรับ 30 นาที หรือเท่ากับคาร์โบไฮเดรต 60-90 กรัมต่อชั่วโมง เช่น ลูกเกดหนึ่งกำมือ จะให้พลังงานเทียบเท่าเอนเนอร์จี้บาร์ครึ่งแท่ง โดยจัดให้มีอาหารทั้งประเภทให้พลังงานช้าและเร็วรวมอยู่ด้วยกัน โปรตีนที่เพิ่มมาในแซนด์วิชและถั่ว จะช่วยลดการดึงโปรตีนในร่างกายมาใช้เป็นพลังงาน จึงควรพกอาหารประเภทนี้ไว้ตลอดระหว่างปั่น

 

โดมินิกจัดการกับอาการไม่สบายได้ในที่สุด ด้วยการชดเชยเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป ซึ่งเขาพบว่าหลังจากเพิ่มเกลือแร่ในเครื่องดื่ม ก็ไม่พบปัญหาดังกล่าวอีกเลย ทั้งคู่เลือกดื่มน้ำผสมเกลือแร่ ซึ่งสามารถเตรียมเองได้ง่ายๆ โดยใช้เกลือแร่ชนิดเม็ด ส่วนเวลากลางคืนจะดื่มกาแฟร้อนและข้าวโอ๊ตต้มนมปรุงรส ซึ่งช่วยให้รู้สึกสดชื่นและสบายท้อง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเครื่องดื่มให้พลังงาน เพราะได้รับพลังงานจากอาหารอยู่แล้ว

 

จากประสบการณ์ของนักปั่นมืออาชีพ ถ้าต้องปั่นนานเกิน 2 ชั่วโมงแล้วละก็ พยายามทานอาหารเรื่อยๆ หรือลองเปลี่ยนรูปแบบอาหารและการฝึกซ้อม เพื่อค้นหาวิธีที่ใช้ได้ผลที่สุดสำหรับตัวเอง อย่าลืมเติมเกลือแร่ในน้ำดื่มเพื่อชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับเหงื่อด้วย ถึงแม้ว่าเราจะพูดถึงอาหารระหว่างปั่นเป็นหลัก แต่โภชนาการระหว่างการฝึกซ้อมแต่ละสัปดาห์นั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งทั้งโดมินิกและชาร์ลีนั้นทานอาหารในช่วงที่ฝึกซ้อมหนักกว่าช่วงพักฟื้นร่างกายเสียอีก

Related Post

กินอย่างไรได้ผล

Cycling Plus Thailand