เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าของนักปั่นหลายคนครึ่งหนึ่งประกอบด้วยเสื้อจักรยานที่ระลึกซึ่งได้มาฟรีจากงานแข่งทั้งหลายที่เคยเข้าร่วม ส่วนอีกครึ่งเป็นเสื้อที่ซื้อเองทั้งจากร้านจักรยานทั่วไปและสั่งทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่แบบที่ผลิตในจีนไปจนถึงแบรนด์ดังจากฝั่งยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ซึ่งมีคุณภาพแตกต่างกันไปตามราคา ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานมาได้สักพักจนมีกลุ่มเพื่อนที่ซ้อมด้วยกันเป็นประจำและเริ่มอยากฟอร์มทีม เราเชื่อว่าสิ่งแรกๆ ที่คุณจะต้องนึกถึงคือการมองหาเสื้อจักรยานคุณภาพดีที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ให้กับทีมปั่นของตัวเอง แต่การจะเลือกสั่งผลิตเสื้อจักรยานให้ได้ทั้งลายที่ถูกใจและเสริมเพอร์ฟอร์มานซ์ไปในตัวมีปัจจัยอะไรที่ต้องคำนึงถึงบ้าง เราไปดูกันเลย

 

1. ชนิดของผ้า

การเลือกชนิดของผ้าขึ้นอยู่กับงบประมาณและคุณสมบัติที่ต้องการเป็นหลัก ร้านรับผลิตเสื้อจักรยานในบ้านเราส่วนใหญ่จะมีผ้าให้เลือก 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ โพลีเอสเตอร์ (polyester) และสแปนเด็กซ์ (spandex) ซึ่งผ้าทั้งสองประเภทนี้จะมีการแบ่งเกรดย่อยๆ ลงไปอีกตามคุณภาพและระดับราคา โดยทั่วไปโพลีเอสเตอร์เป็นผ้าที่ใช้ผลิตชุดกีฬา ถักทอให้มีลักษณะเป็นตาข่ายจึงระบายความร้อนได้ดีกว่าผ้าฝ้ายธรรมชาติ แต่เมื่อเทียบกับผ้าสแปนเด็กซ์ เสื้อจักรยานที่ผลิตจากเส้นใยสแปนเด็กซ์ทอผสมโพลีเอสเตอร์จะมีคุณภาพดีและราคาสูงกว่าผ้าโพลีเอสเตอร์ธรรมดา เนื่องจากเส้นใยสแปนเด็กซ์มีลักษณะเด่นคือน้ำหนักเบา ยืดหยุ่นได้ดีและสามารถคืนตัวกลับมาในสภาพเดิมได้ ทั้งยังระบายความร้อนดีกว่าโพลีเอสเตอร์ ทำให้ใส่สบายเหมาะกับอากาศร้อนบ้านเรา ยิ่งถ้าเลือกผ้าสแปนเด็กซ์เกรดดีก็จะยิ่งยืดได้มากและสวมใส่ได้แนบเนื้อราวกับสกินสูทเลยทีเดียว เรียกว่ามีคุณสมบัติแอโรช่วยเสริมเพอร์ฟอร์มานซ์การปั่นไปในตัว

นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการนำผ้าหลากหลายประเภทที่มีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกันไปมาประกอบเข้าด้วยกันเป็นเสื้อจักรยานหนึ่งตัว เพื่อเสริมสมรรถนะการปั่นขั้นสุด เช่น ด้านหน้าทำจากผ้าที่มีลักษณะโปร่งซีทรูเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี ส่วนด้านหลังจะถักทอให้หนาขึ้นเพื่อป้องกันรังสียูวี บริเวณแขนผลิตจากผ้าสแปนเด็กซ์เพื่อให้รับกับไหล่และตัดขอบแขนด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์คัตให้แนบไปกับเนื้อ ไร้รอยต่อ และไม่กระพือขึ้นเวลาเคลื่อนไหว เป็นต้น และเนื่องจากมีการปรับใช้เทคโนโลยีและเทคนิคการผลิตหลายอย่าง ราคาจึงสูงตามไปด้วย

 

 

2. ขนาด

ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะระบุไซส์มาตรฐานที่แน่นอนและเป็นสากลให้กับเสื้อจักรยาน คุณอาจจะใส่เสื้อไซส์ S ของยี่ห้อหนึ่ง แต่เมื่อเปลี่ยนแบรนด์ก็ขยับไปใส่ขนาด XS แทน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะกับแบรนด์ไทยหรือแบรนด์ต่างชาติ แต่ผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะมีตารางไซส์เสื้อที่ระบุความกว้างของรอบอก ความยาวของลำตัว และขนาดของรอบเอวมาให้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกไซส์ที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ทุกครั้งที่ต้องการซื้อเสื้อตัวใหม่หรือสั่งตัดเสื้อจักรยาน อย่าจำแค่เพียงไซส์ที่คุณใส่เป็นประจำ แต่ต้องเทียบไซส์ของตัวเองกับชาร์ตขนาดเสื้อทุกครั้ง

 

 

 

3. รูปทรงและความฟิต

ขึ้นอยู่กับความชอบ ความกล้า และวัตถุประสงค์การใช้งาน ผู้ผลิตแต่ละเจ้ามักแบ่งความฟิตของเสื้อออกเป็นแบบใส่ ‘สบายตัว’ และ ‘ฟิตเป๊ะ’ โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น Normal fit vs. Pro fit เสื้อจักรยานแบบใส่สบายตัวจะไม่รัดรูปมากและเอวไม่คอดนัก บ้างก็เป็นเสื้อยูนิเซ็กส์ที่ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ส่วนแบบฟิตเป๊ะก็จะเข้ารูปพอดีตัวและเอวคอดกว่า เหมาะกับนักปั่นที่มั่นใจและต้องการเสริมเพอร์ฟอร์มานซ์

 

เสื้อจักรยานสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะมักมีลักษณะเอวคอดและบานสะโพกตามรูปร่าง รวมทั้งมีแขนสั้นกว่า ขณะที่เสื้อจักรยานของผู้ชายบางทรงจะมีลักษณะตรงๆ และเสื้อของนักแข่งด้านหน้าจะสั้นกว่าด้านหลัง เพื่อเวลาก้มปั่นจะได้ไม่ย่นบริเวณหน้าท้องและต้านลม

 

 

 

 

4. สีและลวดลาย

คุณอาจจะออกแบบลายมาเองหรือใช้บริการรับออกแบบลวดลายที่ร้านค้าส่วนใหญ่มีให้บริการ และนั่นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบของคุณล้วนๆ แต่การปั่นจักรยานในเมืองไทยที่แทบจะมีอากาศร้อนตลอดทั้งปี แนะนำให้ใส่สีทึบแทนสีอ่อน เพราะช่วยป้องกันรังสียูวีได้ดีกว่า การเล่นกับสีและลวดลายช่วยเพิ่มความสนุกให้การปั่นจักรยานได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเสื้อจักรยานก็เหมือนเสื้อผ้าทั่วไปที่หลายคนมักจะเลือกหยิบมาสวมใส่ตามกาลเทศะในการปั่น เช่น ถ้าชอบปั่นเวลากลางคืนก็ควรเลือกสีสันสดใสหรือสีสะท้อนแสงให้เป็นจุดสังเกตเห็นง่ายบนท้องถนน แต่ถ้าปั่นเที่ยวขึ้นเขาก็อาจจะเลือกเสื้อลายพรางมาสวมใส่ให้เข้ากับบรรยากาศได้

 

 

 

5. การดูแลรักษา

แนะนำให้ดูที่ Care label เป็นหลัก แต่โดยทั่วไปแนะนำให้ซักแบบ Cold wash โดยใช้ผงซักฟอกได้ แต่ไม่แนะนำสารฟอกขาวและน้ำยาปรับผ้านุ่ม เพราะอาจจะส่งผลต่อความสามารถในการซึมซับน้ำของผ้าได้ และอย่างที่รู้กันว่าซักมือย่อมดีกว่าซักเครื่อง แต่ถ้าซักเครื่องก็ควรใส่ลงในถุงผ้าก่อนทุกครั้ง เสื้อจักรยานนั้นรีดได้แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุณหภูมิสูง เพื่อป้องกันเส้นใยละลาย นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างการผสมสารเคมีบางอย่างลงไปในการถักทอเส้นใย เช่น Moisture Management เพื่อควบคุมความชื้น ให้ผ้ามีคุณสมบัติซึมเหงือได้ดีและแห้งเร็ว ทุกครั้งที่ซักจึงควรใส่ใจกับ Care label สักนิด เพื่อถนอมคุณภาพของเสื้อจักรยานให้ใส่ได้คุ้มค่านานที่สุด

 

 

เทคนิคการสั่งตัดชุดจักรยาน

Cycling Plus Thailand