การหายใจที่ดีคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักปั่น โดยเฉพาะนักปั่นทางไกล และนี่คือเทคนิคเบื้องต้นสำหรับการฝึกหายใจอย่างถูกต้อง

 

หายใจลึกๆ

การออกกำลังกายแบบแอโรบิก หรือการออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่องและยาวนาน จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากในการช่วยเผาผลาญพลังงาน ซึ่งการปั่นจักรยานก็เช่นกัน ฉะนั้นการหายใจจึงมีความสำคัญ การสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด การหายใจเร็วๆ สั้นๆ นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายไม่พอ และยังขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปได้เพียงเล็กน้อย ในขณะที่การหายใจลึกๆ จะช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ปอดได้มากขึ้น เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนก๊าซ ทำให้ไม่เหนื่อยหอบ

 

เน้นหายใจทางจมูก

เทคนิคที่ดีสำหรับการหายใจลึกๆ ช้าๆ คือการหายใจทางจมูก วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายเก็บและดูดซึมออกซิเจนได้มากกว่า โดยอากาศที่ผ่านทางจมูกจะดีกว่า เพราะจมูกและไซนัสจะช่วยกรองแบคทีเรียก่อนเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้การหายใจทางจมูกยังเป็นลมหายใจอุ่น ที่ไม่ทำให้เจ็บคอและหน้าอกเมื่อปั่นในสภาพอากาศหนาวเย็น ซึ่งแตกต่างจากการหายใจทางปาก

 

หายใจผ่านกระบังลม

วิธีการที่ช่วยให้หายใจได้ลึกและช้าขึ้น คือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างกระบังลมแทนกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและทำให้เหนื่อยง่าย การฝึกหดเกร็งกระบังลม คือวิธีการที่ดีที่สุดในการช่วยขยายปอด ดังนั้นเวลาปั่นจักรยานลองฝึกหายใจด้วยการหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องยุบ โดยคงหัวไหล่และหน้าอกให้นิ่งเข้าไว้

 

หายใจเป็นจังหวะ

การผสานลมหายใจให้เป็นจังหวะเดียวกับการปั่น ช่วยคงจังหวะการหายใจและการปั่นให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง วิธีฝึกคือ หายใจเข้า ปั่นขึ้นลง 2 ที จกานั้นกลั้นลมหายใจ ปั่นไปอีก 2 ที สุดท้ายค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก พร้อมปั่นอีก 4 ที ซึ่งเมื่อฝึกจนชำนาญแล้ว ให้ลองพัฒนาโดยเพิ่มการปั่นหลายๆ จังหวะ เช่น 4 4 8 แทนที่จะเป็น 2 2 4 เหมือนเดิม และอย่าลืมหายใจผ่านกระบังลมด้วย

Related Post

ฝึกหายใจให้ปั่นได้นาน

Cycling Plus Thailand