เปิดตัว Liv Brand Ambassador ของเมืองไทย ปี 2018

โยยศวดี นักไตรกีฬาสาวสวยหุ่นเฟิร์ม 

 

 

 

เราคงรู้จักซูเปอร์โมเดลระดับแถวหน้าของเมืองไทยกันดี คุณโยยศวดี หัสดีวิจิตร อดีตนางแบบและนักแสดง ที่เคยเฉิดฉายอยู่บนเวทีแคตวอล์ก อวดร่างระหงสูงโปร่ง 177 เซนติเมตร ให้เราได้มองอย่างชุ่มชื่นใจ มาวันนี้เรานัดพูดคุยกับคุณโย ในฐานะนักไตรกีฬา และ Brand Ambassador Liv รุ่น Avow Advanced Pro และ Envie Advanced Pro ซึ่งนับว่าเป็นคนแรกของเมืองไทยที่ได้เป็น Ambassador ให้กับเวิลด์ไบค์ ร้านนำเข้าและจำหน่ายจักรยานรายใหญ่ของไทย

 

 

…บ่ายสามโมงสิบห้านาที ประตูถูกเปิด คุณโยเดินเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าที่ดูมีเอนเนอร์จี้และมีชีวิตชีวาราวกับผ่านการฟิตร่างกายมาอย่างหนักหน่วง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครๆ ถึงติดตามเธอเป็นจำนวนมาก ทั้งยังบอกว่าเธอเป็นคนจริงจังและเป็นกันเอง เพราะตลอดการสัมภาษณ์ต่อจากนี้ เราสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายและเป็นนักไตรกีฬาคนหนึ่งที่น่าจับตามอง

 

 

พูดถึงที่มาที่ไป Brand Ambassador Liv ครั้งนี้หน่อย

ต้องบอกก่อนเลยว่าโยได้มาเป็นนักกีฬาสองปี และเล่นไตรกีฬาประมาณปีกว่า มีสปอนเซอร์จักรยานมาให้การสนับสนุนตั้งแต่ตอนเริ่มเล่นแรกๆ ต่อมาได้มีการติดต่อกับทางเวิล์ดไบค์ แล้วทางนี้เห็นว่าโยปั่นจักรยานจริงจัง ก็เลยลองคุยว่าปี 2018 มีสปอนเซอร์หรือยัง แล้วเป็นจังหวะที่โยหมดสปอนเซอร์กับที่เก่าก็เลยเริ่มทำรายได้ให้กับเวิล์ดไบค์ เลยตัดสินใจอยู่ Liv และ Giant

 

 

ส่วนตัวคุณโยปั่นจักรยาน Giant Propel Advanced Disc?

จะบอกว่าเป็นครั้งแรกค่ะ เพราะเวลาเรามีสปอนเซอร์แต่ละปีเราต้องใช้จักรยานยี่ห้อนั้น พอโยหมดสัญญากับค่ายเก่า มาเป็น Ambassador ให้กับเวิล์ดไบค์ โยก็ใช้ Gaint และ Liv ปั่นคู่กัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นการทำงานครั้งแรกกับทางเวิล์ดไบค์

 

 

แล้วคันที่คุณโยเป็น Brand Ambassador คือรุ่นไหน

ก็จะมี Avow Advanced Pro  ใช้ลงแข่งไตรกีฬา และ Envie Advanced Pro ที่เป็นจักรยานเสือหมอบ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้จะนำเข้าในไทยปี 2018

 

 

ทีนี้มาเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง ในฐานะที่คุณโยเป็นนักไตรกีฬา แบ่งเวลาการว่าย  ปั่น วิ่ง อย่างไรบ้าง

โยมาจากนักวิ่งใช่มั้ยคะ ก็เริ่มวิ่งก่อน คือซ้อมวิ่งมาราธอน พอมาเป็นนักไตรกีฬาก็เริ่มว่ายน้ำ แล้วก็ปั่นจักรยาน จริงๆ แล้วจักรยานไม่ใช่สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับไตรกีฬา แต่การว่ายน้ำเป็นอะไรที่ยากมาก โยไม่ใช่คนว่ายน้ำเก่ง ก็จะมีไปเรียนเพื่อพัฒนาให้ว่ายได้ดีขึ้น เน้นเรียนท่าฟรีสไตล์ ส่วนวิ่งทำได้อยู่แล้ว พอจับสามอย่างมารวมกันก็ต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อม ซึ่งจะแบ่งเวลาซ้อม 5-6 วันต่อสัปดาห์

 

 

เวลาไปปั่นจักรยานคุณโยไปฝึกซ้อมปั่นที่ไหนบ้าง

ไปทุกที่นะ เขาใหญ่ พัทยา กาญจนบุรี ที่ไหนที่ใครบอกว่ามีสถานที่ดีๆ ให้ฝึกซ้อม ไปตลอด แต่ว่าที่ไปอยู่ประจำ คือภูเก็ต ทุกปีโยจะไปเก็บตัวอยู่ที่ธัญญปุระสามถึงสี่ครั้ง ที่นั่นก็จะได้ฝึกซ้อมทั้งปั่นบนเขา ปั่นบนทางเรียบ และก็สามารถซ้อมอย่างอื่นได้ด้วย ธัญญปุระจะเหมือนเป็นสถานที่ที่นักกีฬาทั่วโลกมาเก็บตัวซ้อม ล่าสุดโยก็ได้สปอนเซอร์มาเมื่อปีที่แล้วก็เลยเดินทางไปบ่อย

 

 

ทริปหน้าจะมีลงแข่งจักรยานที่ไหนบ้างไหม

ไปงานแข่งที่จังหวัดตรังค่ะ วันที่ 20 ธันวาคม 2560 ก็ถือว่าเป็นงานใหญ่เพราะว่าโยเป็นเหมือนกับพรีเซนเตอร์งาน ซึ่งก็ดีใจที่ได้ร่วมงานนี้ เปิดรับสมัครไป 4,000 คน เต็มทันทีเลย ก็ถือว่าเป็นงานใหญ่ปิดท้ายปีนี้ของโย ก็จะลงแข่งในระยะทาง 70 km

 

 

เห็นดูฟิตขนาดนี้ มีวิธีการดูแลสุขภาพตัวเองอย่างไรบ้าง

ตอนเป็นนางแบบไม่ค่อยดูแลสุขภาพ เน้นกินแบบไดเอต กินคลีน กินอาหารน้อยๆ แต่พอมาเป็นนักไตรกีฬา กินทุกอย่าง คลีนจาน (หัวเราะ) คือกินเยอะค่ะ น้ำหนักตอนนี้ขึ้นมา 10 กิโลฯ จากสมัยเป็นนางแบบ 48 กิโลฯ แล้วเราก็ไม่เคยไดเอตเลย กินประมาณ 4-5 มื้อต่อวัน

 

 

ดูไม่น่าเชื่อว่าน้ำหนักขึ้น

คนดูไม่ออกว่าอ้วนขึ้นตรงไหน แต่โยรู้ตัวเองว่าตัวใหญ่ขึ้น มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

 

 

กินโปรตีนมั้ย

กินค่ะ เพราะโยจะไม่กินเนื้อสัตว์ ก็จะไปกินพวกโปรตีนเชค เวย์โปรตีน ซึ่งโยก็เป็น Brand Ambassador Herbalife เลยได้กินตลอดเวลา ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร

 

 

หลังจากเลิกอาชีพนางแบบมาเป็นนักไตรกีฬามีความเปลี่ยนแปลงไหม

คงเป็นเรื่องวินัย ตอนเป็นนางแบบก็มีวินัยในการทำงานนะ แต่ไม่มีวินัยในเรื่องการดูแลตัวเอง ตื่นเช้าไปทำงานรู้สึกเหมือนเป็นชีวิตรูทีน แต่พอเป็นนักกีฬาทุกอย่างต้องเป๊ะ ต้องตื่นกี่โมง ซ้อมกี่โมง มีเวลาพัก มีเวลานอนเท่านี้ ซึ่งโค้ชจะให้ทำตาม Schedule เพื่อไม่ให้พลาด และมีร่างกายพร้อม แข็งแรง ไม่บาดเจ็บ ซึ่งวินัยที่ยากแบบนี้โยฝึกตั้งแต่เข้ามาเป็นนักไตรกีฬา

 

 

เห็นช่วงนี้การออกกำลังกายเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง คิดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า คนจะหันมาเล่นกีฬาเพิ่มขึ้นหรือลดน้อยลง

สองสามปีที่แล้วที่โยตัดสินใจวิ่ง โยทิ้งแคตวอล์กแล้วมาเป็นนักไตรกีฬา ตอนนั้นไม่ได้มองว่าวงการแฟชั่นจะไปเร็วขนาดนี้นะ แต่ก็คาดการณ์ว่ามันถึงยุคของการเปลี่ยนแปลง สิ่งใหม่ๆ กำลังจะเข้ามา ไม่ได้มองชัดเจนว่าเป็นเรื่องกีฬาเท่านั้นแต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นสิ่งที่เราชอบและอยากทำ

 

แต่พอทำไปได้ปีกว่า มันเป็นแฟชั่นที่คนทุกคนจะต้องทำ ดาราทุกคนพยายามออกมาวิ่ง ออกมาปั่นจักรยาน โยรู้สึกดีนะที่ทุกคนเล็งเห็นว่าควรทำ ถ้าดาราเป็นตัวอย่างที่ดี ประชาชนก็อยากจะทำตาม เด็กจากที่บ้าเตะบอลก็จะเปลี่ยนใหม่กลายเป็นอยากวิ่ง โยมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี

 

 

คิดว่าวิ่งกับปั่นจักรยานให้ข้อดีต่างกันไหม

บางคนก็จะชอบวิ่ง บางคนก็จะชอบปั่นจักรยาน อย่างในกลุ่มเพื่อนของโยที่คบหากันจะเป็นนักไตรกีฬาก็จะมองว่าเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในการปั่นและวิ่ง ถ้าคุณวิ่งได้ดี คุณต้องปั่นจักรยานได้ดีด้วย จะบอกว่าไตรกีฬา ว่าย  ปั่น วิ่ง โยอ่อนว่ายน้ำนะ แต่เด่นในเรื่องของการปั่นจักรยาน

 

ส่วนการวิ่งทุกคนวิ่งได้ อยู่ที่ว่าจะเก็บกำลังไปวิ่งได้มากน้อยแค่ไหน โยเองพยายามทำให้ทุกอย่างมันบาลานซ์ และปั่นจักรยานให้เยอะพอๆ กับที่ซ้อมวิ่ง คือมันต้องไปควบคู่กัน

 

 

เห็นไปวิ่งกับพี่ตูนด้วย

จริงๆ ไปวิ่งมาสองสามครั้งแล้วนะ ไปที่สงขลากันมา ครั้งนี้ก็จะไปที่กำแพงเพชร ซึ่งก็จะวิ่งแค่วันเดียว เพราะมีเวลาว่างไม่มากค่ะ

 

 

กลับมาที่เรื่องจักรยานบ้าง คิดว่าจักรยาน Liv กับจักรยาน Giant ความต่างกันอยู่ที่ตรงไหน

โยเพิ่งจะมารู้จักกับ Liv พอได้มาเป็น Ambassador เลยรู้ว่าตัวจักรยานทำมาเพื่อผู้หญิงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ ดีกว่าผู้หญิงไปขี่จักรยานผู้ชาย ถามว่าจักรยานผู้ชายขี่ได้มั้ย โยก็ขี่จักรยานผู้ชายมาตลอด แต่ถ้าจักรยานมันดีไซน์มาเพื่อสรีระผู้หญิงอย่าง Liv ซึ่งเข้ากับแรงของเรา มันก็จะมีแรงขับเคลื่อนได้ดี มีความสมดุลทั้งคนขี่และตัวจักรยาน

 

สำหรับ Liv สิ่งแรกที่สนใจคือ โยอยากรู้ว่าพอขี่จักรยานผู้หญิงจะทำให้เราปั่นได้เร็วขึ้นไหม จะทำให้มีเพอร์ฟอร์แมนซ์ดีขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ซึ่งมันตอบโจทย์ผู้หญิงที่กลัวการขี่จักรยานที่คิดว่าจักรยานมันค่อนข้างหนักน่าจะเหมาะกับผู้ชาย แต่ Liv ตอบโจทย์ตรงที่ว่าทำมาเพื่อผู้หญิง มีความซอฟต์ มีสรีระของตัวเฟรมที่มันบ่งบอกถึงความนุ่มนวล ผู้หญิงน่าจะขี่ได้ดี

 

 

 

ขอคำถามในมิติของสื่อบ้าง สมมติว่าไซคลิ่งพลัสฉบับสุดท้ายฉบับเดือนธันวาคม อยากให้คุณโยพูดถึงสั้นๆ

 

มันจะไม่ใช่เล่มสุดท้ายใช่ไหม ฉบับสุดท้ายจริงๆ เหรอ อย่าเพิ่งสิ โยยังไม่ได้ขึ้นปกเลย เพิ่งสัมภาษณ์กันเองนะ โยขอฝากถึงเรื่องกีฬาละกัน อยากให้มุมมองกว้างๆ ที่ว่าปัจจุบันนี้เราเล่นกีฬาเพื่ออะไร คนมาเล่นกีฬาเพื่อตัวเอง ต้องการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ต้องการให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โยอยากให้เราเล่นกีฬาเพื่อสังคมบ้าง ในมุมมองของโยคิดว่าประเทศไทยต้องการความซ่อมแซม ทั้งตัวมนุษย์และตัวประเทศ

 

ถ้าทุกคนเริ่มจากตัวเองก่อน คือมีสุขภาพร่างกายที่ดี ประเทศชาติก็จะดีไปด้วย แต่ถ้าประชากรเสื่อมโทรม ประเทศชาติมันจะดีได้อย่างไร คือโยอยากให้คนที่มองมายังประเทศของเรามองเป็นประเทศกีฬา สนับสนุนให้มาฝึกซ้อมที่นี่ มาแข่งกีฬาที่นี่ เรามีภูเขา เรามีทะเลครบทุกอย่าง เราต้องสู้ต่างชาติให้ได้

 

 

ข้อคิดในการใช้ชีวิตของคุณโย

ปัจจุบันเราใช้ชีวิตมาเกือบจะครึ่งทางแล้ว สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้คือความเรียบง่ายที่สุด และคุณภาพชีวิตที่ดีที่ควรมาก่อนเรื่องอื่น นั่นคือสิ่งที่โยหวังจะให้เป็นค่ะ

 

 

 

 

เรื่อง : ศิชา

ภาพ : อรรคพล คำภูแสน

Related Post

เปิดตัว Liv Brand Ambassador ปี 2018

Cycling Plus Thailand