เรื่อง : สามจุด

เปิดโลกทัศน์ใหม่กับหัวใจเสือภูเขา

ที่ Singha Mountain Bike Thailand Open

 

 

ผ่านไปแล้วกับงานแข่งขันจักรยานเสือภูเขา “สิงห์ เมาเทนไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2017” งานจักรยานเสือภูเขาที่มีประวัติยาวนานที่สุดและจัดได้อย่างต่อเนื่องมาตลอดโดยย่างเข้าสู่ปีที่ 19 เรียกว่าตั้งแต่เกิดจนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเลย นานจริงๆ สนามนี้เป็นการเก็บคะแนนสนามที่ 5 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของปี เป็นสนามที่นักปั่นหลายต่อหลายคนตั้งตารอมาก

 

 

เพราะนอกจากเส้นทางที่สวยงามท้าทายแล้ว  ยังจัดขึ้นที่ไร่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย ในช่วงฤดูหนาวที่อากาศดีที่สุด พระอาทิตย์ตกลับกับดอยช้างสวยที่สุด รวมถึงยังมีงานฟรีคอนสริตสิงห์ฟาร์มเฟสติวัลปิดท้ายในช่วงกลางคืน เรียกว่าครบวงจรทั้งออกกำลังและพักผ่อน เป็นกิจกรรมที่ผมเห็นหลายครอบครัวเลือกมาใช้เวลาว่างในวันหยุดกันที่นี่ครับ
 

 

ในครั้งนี้ผมไม่ได้ร่วมลงแข่งขันเพราะกลัวว่าจะปั่นไปแล้วล้มกลิ้งไปทำลายจังหวะนักปั่นคนอื่นๆ  เพราะเสือภูเขาไม่ใช่สายที่ผมถนัดเอาซะเลย แต่ก็ต้องขอยอมรับตามตรงว่าจากที่ได้มาร่วมงาน “สิงห์ เมาเทนไบค์ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2017” แล้ว ทำให้ผมเกิดความอยากจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในครั้งต่อไปจะต้องลงแข่งด้วยอย่างแน่นอน รับรองว่าเป็นงานใหญ่ครบรอบ 20 ปีเลยทีเดียว

 

 

เพราะอะไรนั้น?  ตอบได้ทันทีเลย…เพราะรู้สึกว่ามันท้าทายดีครับ

 

 

การปั่นแข่งเสือภูเขานั้นใช้ทักษะที่ต่างออกไปจากจักรยานเสือหมอบอยู่บ้าง ทั้งในส่วนของการเลือกเส้นทางปั่นที่นักปั่นจะต้องโฟกัสเส้นทางตลอด วิเคราะห์พื้นผิว การเข้าโค้งต่างๆ  รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อท่อนบนช่วยในการควบคุมจักรยานมากกว่าจักรยานเสือหมอบและการตัดสินใจต่างๆ
 

ถามว่ายากไหม? ผมเองเคยปั่นเสือภูเขาอยู่บ้างก็ต้องขอบอกว่าไม่ยากเกินไป  ยกตัวอย่างจากในงานนี้ที่มีเด็กน้อยหลายคนที่พ่อแม่ให้มาลงแข่ง เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าดีมากๆ  เพราะเป็นการฝึกเบสิคที่ดีในการควบคุมรถ อย่างที่เราเห็นนักปั่นเสือหมอบระดับโลกหลายต่อหลายคนก็เริ่มจากการปั่นเสือภูเขามาก่อน  นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้เด็กๆ รู้จักรูปแบบของการแข่งขัน ความกดดัน และมารยาทในการแข่งขันอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ที่มีค่าที่จะนำไปใช้พัฒนาต่อยอดต่อไป

 

 

ผมเชื่อว่านักปั่นเด็กน้อยหลายคนที่ผมเจอในงานนี้จะต้องได้เป็นนักกีฬาจักรยานตัวแทนประเทศไทยไปแข่งงานระดับ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ ในอนาคตอย่างแน่นอน

 

 

สำหรับรูปแบบงานแข่งก็จัดให้มีทั้งกลุ่มยากและง่าย ใครเพิ่งมาลองสนาม อาจจะลงแข่งในประเภทท่องเที่ยวก่อน แล้วเมื่อเก่งแล้วค่อยพัฒนาไปลงรุ่น Class A ต่อไปก็ได้ครับ  ในส่วนของงานนั้นจัดได้สวยงามปลอดภัย มีทีมงานเพียงพอ มีช่างภาพเพียงพอ มีการดูแลนักกีฬาได้ดี  นอกเหนือจากนี้แล้วเป็นส่วนของนักกีฬาเอง เช่น การชิงชัยในจังหวะเข้าเส้นที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะใช้ความเร็วสูง เป็นช่วงที่ง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ ก็ขอให้ระวังให้มากในจังหวะนี้ครับ

 

 

ทาง Cycling Plus Thailand อยากจะขอเชิญชวนผู้ที่สนใจในกิจกรรมจักรยานเสือภูเขา ให้มาลองปั่นดูโดยสำหรับมือใหม่นั้นอาจจะเริ่มลงทุนด้วยการหาจักรยานเสือภูเขาสักคันที่ราคาไม่แพงเกินไปมาใช้แล้วถ้าชอบก็ค่อยขยับอัพเกรดกันไป ทั้งนี้ก็ให้ศึกษากติกาประกอบด้วยว่างานแข่งนั้นๆ ได้กำหนดลักษณะจักรยานเสือภูเขาไว้อย่างไรบ้าง จะได้จัดหารถจักรยานที่มีลักษณะตรงตามกำหนดสามารถใช้แข่งขันได้ เพราะหากผิดกติกาจนอดลงแข่งจะทำให้เสียโอกาสเสียอารมณ์ไม่น้อย

 

 

ทั้งนี้ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ลองลงสมัครแข่งขันแบบเก็บคะแนนดูครับ เพราะนอกจากสนุก ได้ประสบการณ์แล้ว ยังทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวเองตลอดทั้งปีได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นงานของสิงห์นั้นจะจัด 5 สนามในแต่ละปี นั่นหมายถึงการลงแข่งทุก 2-3 เดือน หากคุณทำได้ครบทุกสนามรับรองว่าจะต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่ใช้พื้นที่บางส่วนในไร่สิงห์ปาร์คในการจัดงาน จึงมีบางเส้นทางที่มีทั้งนักกีฬาและกองเชียร์รวมถึงนักท่องเที่ยวมาดูร่วมชมเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎที่ทางผู้จัดงานกำหนดไว้เช่น การไม่ล้ำเข้าไปในบริเวณทางปั่นจักรยานเด็ดขาด เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ทางผู้จัดจะสามารถดูแลได้ทุกคน คงต้องเป็นหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องช่วยกันทำให้งานแข่งขันปลอดภัยและสนุกสนานน่าประทับใจ

 

 

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากไว้กับนักปั่นทุกท่านคือเรื่องนักปั่นเสือหมอบและเสือภูเขา  โดยส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เข้ากันมากที่จะทำได้ทั้ง 2 อย่าง  ฉันสายหมอบ  ไม่เอาเสือภูเขาไรงี้มันเกี่ยวกันเลย  และ Cycling Plus เองก็ไม่ใช่ว่ามีแต่จักรยานเสือหมอบครับ โดย concept แล้วเราคือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน

 

 

และทุกกิจกรรมที่เพิ่มเติมต่อยอดจากจักยานได้ ทั้ง จักรยานเสือภูเขา จักรยานทัวร์ริ่ง หรือแม้แต่ไตรกีฬาก็ตาม เพียงแต่คงเป็นเพราะช่วง 5 ปีมานี้กระแสจักยานเสือหมอบมาแรงมากรวมถึงมี sky lane ที่มีผู้สนใจกันมาก  ทั้งที่จริงคนปั่นเสือภูเขาก็มีกลุ่มก้อนที่เหนียวแน่นอยู่มานานแล้วครับ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถจัดงานต่อเนื่องมาได้ 10ปี 20ปี

 

 

ผมเองก็อยากจะเห็นสนามซ้อมเสือภูเขาและการจัดงานแข่งเสือภูเขาเยอะๆ ในบ้านเราบ้างเหมือนกัน  อันนี้สนใจจริงๆ เพราะดูหุ่นแต่ละคนที่ปั่นเสือภูเขามันจะออกล่ำสันหน่อย  ผมว่าสมส่วนดี  ดูแมนๆ ดี ถ้าสามารถทำได้บ้างก็ไม่แน่ ผมอาจจะติดใจจนต้องแขวนรถเสือหมอบไปพักใหญ่ก็เป็นได้ครับ

Related Post

เปิดโลกทัศน์ใหม่กับหัวใจเสือภูเขา

Cycling Plus Thailand