Ilnur Zakarin ล้มขณะลงเขาใน Giro d’Italia ปี 2016 

 

การแข่งขันลงเขาใน Giro d’Italia ถูกต่อต้านและวิจารณ์ก่อนถูกยกเลิกในที่สุด

อ้างอิง: Cyclingnews

ภาพประกอบ: https://goo.gl/i2xKyP

 

ในปีนี้ ผู้จัด Giro d’Italia ต้องการจัดการแข่งขันชิงตำแหน่งคนที่ลงเขาเร็วที่สุด โดยคนที่ลงเร็วที่สุดในแต่ segment ของ Strava ในสเตจที่ได้รับเลือกจะได้เงินรางวัล 500 ยูโร หรือประมาณ 20,000 บาท และคะแนน ซึ่งเมื่อจบรายการ คนที่มีคะแนนมากที่สุดก็จะได้รับเงินรางวัล 5,000 ยูโร หรือประมาณ 200,000 บาท

 

อย่างไรก็ดี หลายคนได้ออกมาวิจารณ์การตัดสินใจนี้อย่างหนักว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างมาก บางคนถึงกับเรียกว่าเป็นสิ่งที่ ‘งี่เง่า’ ‘ถึงชีวิต’ หรือ ‘รับไม่ได้’  Jasper Stuyven จากทีม Trek-Segafredo ทวีตด้วยความไม่อยากเชื่อว่า “จริงๆ หรอเนี่ย? ถ้าสิ่งนี้เป็นความจริงพวกคุณก็น่าจะต้องละอายใจ มันยังมีการล้มการชนกันไม่พออีกหรอ? เห็นได้ชัดว่าคุณไม่สนใจอะไรเลยนอกจากความตื่นเต้น”  ข่าวเรื่องการจัดการแข่งลงเขานี้มีขึ้นหลังจากที่ Chad Young เสียชีวิตหลังเกิดอุบัติเหตุขณะลงเขาใน Tour of the Gila ซึ่ง Marcus Burghardt จากทีม Bora-Hansgrohe ทวีตถึง Giro ว่า “@giroditalia ไม่นานมานี้เราเพิ่งเสียเพื่อนไป และเพื่อนร่วมทีม Wouter Weylandt ในอุบัติเหตุตอนลงเขา นี่ควรเกิดขึ้นอีก?! ไม่!!!”

 

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สนับสนุนการตัดสินใจนี้ของผู้จัดการแข่งขัน Giro d’Italia Koen de Kort กล่าวว่า “มันต้องเป็นเรื่องตลกแน่ๆ ถึงแม้มันจะทำให้ผมมีโอกาสชนะอะไรบ้างใน Giro แต่ปัญหาก็คือคุณต้องแซงตอนลงเขา น่าหัวเราะจริงๆ”

 

ประธานสหพันธ์เบียลเยียม Tom Van Damme อธิบายการแข่งขันนี้ว่าเป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้” และขอให้มีการแบนมันด้วย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และแรงกดดัน ในที่สุดผู้จัดก็ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันตำแหน่งนักลงเขาที่ดีที่สุด พร้อมกล่าวว่า “พวกเราต้องการแค่สร้างการแข่งขันประเภทใหม่ขึ้นมาให้มันน่าสนใจมากขึ้นสำหรับแฟน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หลายคนไม่เข้าใจในคอนเซ็ปต์ของรางวัล แถมบางคนยังทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่อีกด้วย ดังนั้นเราเลยตัดสินใจยกเลิกมัน แต่ก็จะยังคงมีการจับเวลาอยู่เพื่อที่จะบอกแฟนๆ ถึงเวลาและความเร็วของการลงเขา”

 

ผู้จัดทิ้งท้ายว่า “พวกเราไม่ต้องการจะกดดันนักแข่งเพื่อให้เสี่ยงมากขึ้น พวกเราแค่ต้องการให้รางวัลกับนักแข่งบางคนที่ไม่ได้ชนะมากนัก หรือไม่ค่อยได้อยู่ในความสนใจ”

 

5 May 2017
100th Giro d’Italia
Stage 01 : Alghero – Olbia
1st : POSTLBERGER Lukas (AUT) Bora – Hansgrohe
Photo : Yuzuru SUNADA

 

ม้ามืด Lukas Pöstlberger จากทีม Bora-Hansgrohe คว้าสเตจแรกพร้อมเสื้อชมพูใน Giro d’Italia

ภาพประกอบ: https://goo.gl/v5IZmI

 

หลังจบสเตจแรกของ Giro d’Italia คนส่วนใหญ่มักนึกถึงชื่ออย่าง Giacomo Nizzolo André Greipel หรือ Caleb Ewan คือพูดง่ายๆ เหล่าสปรินเตอร์นั่นเอง ที่จะได้สวมเสื้อ maglia rosa หรือเสื้อสีชมพูของผู้นำเวลารวมของรายการ แต่เมื่อสเตจแรกจบลง คนที่ได้สวมเสื้อนี้กลับกลายเป็น Lukas Pöstlberger ม้ามืดชาวออสเตรียวัย 25 ปี จากทีม Bora-Hansgrohe ซึ่งนี่ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพการแข่งของเขาเลยก็ว่าได้

 

โดย Pöstlberger สามารถปั่นโซโล่เดี่ยวเข้าเส้นดับฝันกลุ่มสปรินเตอร์ที่ไล่ตามมาด้วยความเร็วสูง Pöstlberger บอกว่า “ผมได้คุยกับ Caleb Nizzolo และ Greipel ซึ่งพวกเขาก็ดูไม่ได้เสียใจกับการสปรินต์” “พูดกันตามตรง ผมก็ไม่สงสารพวกเขาหรอกนะ พวกเขาก็ไม่ได้หัวเสียอะไรด้วย นี่คือกีฬาจักรยาน คุณไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณมีแผนแต่คุณก็ไม่สามารถที่จะทำตามมันได้ตลอดหรอก วันนี้ผมทำได้ดี แต่วันหน้ามันก็จะเป็นคนอื่น”

 

จริงๆ แล้ว ในสเตจนี้ทีม Bora มีหัวหน้าทีมเป็น Sam Bennett สปรินเตอร์ของทีม แต่เมื่อ Bennett เห็นว่าสถานการณ์เข้าข้าง Pöstlberger เขาก็วิทยุบอก Pöstlberger ว่า “ไปเลย ไปเลย” Pöstlberger เล่าว่า “พวกสปรินเตอร์ก็มาแสดงความยินดีกับผม โดยเฉพาะ André เขาเป็นคนที่ดีมาก และเค้าก็รู้สึกดีใจแทนผมด้วย” ซึ่งในสเตจที่สอง André Greipel ก็สามารถสปรินต์สู่ชัยชนะด้วยการสปรินต์ที่ทรงพลังและสง่างาม นั่นทำให้เขาได้สวมเสื้อ maglia rosa แทน Pöstlberger ซึ่งหลังจากการให้สัมภาษณ์ Greipel กล่าวว่า “มันเป็นฝันในวัยเด็กที่ได้สวมเสื้อแบบนี้”

 

“ปีที่แล้วพวกเราพยายามแล้ว แต่มันก็ไม่เป็นผล ปีนี้เราเลยเอาใหม่ พวกเราพยายามกันตั้งแต่เมื่อวาน แต่มันก็ไม่ได้ผล แต่ผลตอบแทนมันก็ตามมาในวันนี้ ผมดีใจมากๆ ที่สามารถไปถึงเป้าได้ และพวกเราก็จะมีความสุขกับเสื้อในสเตจพรุ่งนี้” โดย Greipel เผยว่า “ผมไม่เชื่อในการสปรินต์วันนี้ ผมคิดว่าน่าจะมีการโจมตีกลุ่มมากกว่านี้ในตอนแรก แต่ผมคิดว่าลมต้านน่าจะช่วยเราเพราะไม่มีใครโจมตีออกไป เพราะถ้ามีคนโจมตีไปบนเขาลูกสุดท้าย การแข่งขันก็จะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ”

 

“เมื่อคุณแข่งรายการคลาสสิกกับทีมเบลเยียม คุณต้องพยายามเสมอที่จะประสบความสำเร็จ แต่คนอื่นๆ ก็พยายามเหมือนกัน พวกเราพยายามสู้ แต่ก็ไม่เป็นผลตามคาด ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะประสบความสำเร็จใน Giro นี่” Greipel กล่าวทิ้งท้าย

 

7 May 2017
100th Giro d’Italia
Stage 03 : Tortoli – Cagliari
JUNGELS Bob (LUX) Quickstep Floors
Photo : Yuzuru SUNADA

 

Quick-Step Floors โชว์แท็กติกเหนือชั้นส่ง Gaviria เข้าเส้นพร้อมตำแหน่งผู้นำใน Giro d’Italia

ภาพประกอบ: https://goo.gl/6DsM69

 

“คุณต้องใช้มอเตอร์ไซค์ในการไล่ปิดแก็ปนั้น” Daniele Bennati นักปั่นคลาสสิกของทีม Movistar กล่าวถึงการโจมตีของทีม Quick-Step Floors ในช่วงท้ายของการแข่งขันที่สามารถส่ง Fernando Gaviria สปรินต์สู่ชัยชนะ พร้อมคว้า maglia rosa มาได้

 

สเตจที่สามเป็นสเตจที่มีลมเฉียงแรงมากกว่า 40 กม./ชม. ซึ่งนี่ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยากลำบาก นักปั่นหลายคนหลุดกลุ่ม แต่เมื่อ Quick-Step Floors เริ่มการโจมตีกลุ่มเปโลตง น้อยคนสามารถที่จะตามได้ โดยจากกลุ่มที่มีประมาณสิบคน เจ็ดคนในนั้นมาจากทีม Quick-Step และมีบางช่วงที่มีลมส่ง กลุ่มของ Quick-Stepสามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคนที่เริ่มเปิดการโจมตีนี้คือ Bob Jungels ซึ่งเขาก็อธิบายว่า “ผมคิดว่าทุกคนคงประหม่าเมื่อมีช่วงโล่งริมทะเลใกล้เส้นชัย พวกเราก็เหมือนกัน แต่พวกเราก็วางแผนมาแล้ว มันยอดเยี่ยมมากที่มีหกคนอยู่ในกลุ่มนั้น นี่โชว์ถึงสปิริตของทีม พวกเราเป็นทีมที่มีประสบการณ์ในการปั่นลักษณะนี้ แต่คุณก็ต้องการโชคด้วย ซึ่งวันนี้ทั้งสองมันก็เข้ามาหากัน”

 

“แน่นอนว่าทุกคนต้องระวัง ในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่ต้องการจะบอกว่าเรามีพลังคนมากกว่า แต่เราแค่ทำให้พวกเขาแปลกใจ ไม่กี่วินาทีแรกนั้นสำคัญเมื่อคุณต้องปั่นอย่างสุดแรงและเอาข้อได้เปรียบให้ได้มากที่สุด” Laurens De Plus นักปั่นวัย 21 ปีจากทีม Quick-Step เล่าว่า “มันที่สุดจริงๆ ที่ผมอยู่ในกลุ่ม ผมโชคดีมากที่ผมนำทุกคนออกจากวงเวียนนั้น (วงเวียนที่ทีมเริ่มโจมตี) ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้นเราก็ทำการคุยกันมาแล้วว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นที่นี่ ผมก็ได้ยินจากในวิทยุว่ามีคนตะโกนว่า ‘ไป! ไป! ไป!’ แล้ว Bramati ก็บอกว่าพวกเราหลุดแล้ว มันมีสิบคนในกลุ่ม และเจ็ดคนก็มาจากทีม Quick-Step Floors”

 

“หลังจากนั้นเราก็ปั่นกันเต็มที่ ผมหมดที่สามกิโลเมตรก่อนถึงเส้น เช่นกันกับ Martinelli และ Keisse แต่ Jungels และ Richeze ก็ยังอยู่เพื่อนนำ Gaviria มันเป็นเกมแห่งทีมที่สมบูรณ์แบบจริงๆ” ชัยชนะในครั้งนี้ถือเป็นการโชว์ความเก๋าอย่างสุดยอดของทีม Quick-Step Floors โดยเหตุการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ยากมากในการแข่งขันระดับนี้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่คนจะพูดถึงไปอีกนาน

 

02 April 2017
101st Tour des Flandres
SAGAN Peter (SVK) Bora – Hansgrohe
VAN AVERMAET Greg (BEL) BMC
NAESEN Oliver (BEL) ag2r – La Mondiale, at Oude Kwaremont
Photo : Yuzuru SUNADA

 

Sagan กล่าวว่ามันไร้สาระที่จะมัวแต่คิดถึงอดีต

ที่มา: Cyclingnews

ภาพประกอบ: https://goo.gl/O4zpGe

 

หลังจากที่จบฤดูกาลคลาสสิกได้อย่างไม่ดีและไม่เป็นไปตามคาด แชมป์โลกสองสมัย Peter Sagan ก็กล่าวว่าเขาไม่ต้องการที่จะมองย้อนกลับไปหามัน แต่ต้องการที่จะตั้งเป้าไว้ข้างหน้า โดยมีเสื้อเขียวของ Tour de France เป็นเป้าหมายหลักถัดไป

 

“คุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ มันก็เป็นสิ่งที่มันเป็น มันมีสิ่งมากมายที่จะทำให้รู้สึกผิดหวังได้ แต่การแข่งจักรยานไม่ใช่สิ่งนั้น” Sagan กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Cyclingnews “(การแข่งจักรยาน) มันโอเค ปีหนึ่งคุณอาจทำได้ดี แต่อีกปีหนึ่งมันอาจจะไม่ดีนัก นี่แหละชีวิต คุณทำอะไรกับมันไม่ได้แต่ยังไงเราก็ยังมีอีกแปดเดือนก่อนที่ฤดูกาลนี้จะจบ เพราะฉนั้นผมไม่มีเวลาที่จะมาคิดถึงอดีต”

 

Sagan ก็อธิบายว่าเขาคิดว่าฟอร์มและการปั่นของเขานั้นดีในฤดูกาลคลาสสิกนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่ชนะก็คือโชคที่ไม่ดีนัก ซึ่งเขาก็ยอบรับว่าในการแข่งขันมันไม่อาจกำหนดอะไรได้ แต่อย่างไรก็ดี ปัญหาที่ใหญ่อีกอย่างหนึ่งของ Sagan ก็คือการที่เขาถูกหมายหัวอย่างหนักจากทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทีม Quick-Step Floors หลังจากที่ Sagan ไปวิจารณ์การปั่นของสมาชิกทีม แต่ Sagan เองก็บอกว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิดหรอก

 

เมื่อพูดถึงการแข่งขันและแท็กติกที่เปลี่ยนไป Sagan ก็เล่าว่า “จักรยานเป็นกีฬาที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาผมเริ่มปั่นระดับ WorldTour ในปี 2010 และทุกๆ ปีหลังจากนั้นกีฬามันก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ มันเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นไปในทางที่ดีหรือแย่ แต่มันก็เปลี่ยน แล้วเราก็จะต้องคอยดูว่าในอีกห้าปีมันจะเปลี่ยนไปอย่างไร”

 

สุดท้าย Sagan ก็พูดถึงเป้าหมายถัดของเขานั่นก็คือเสื้อเขียวใน Tour de France “ถ้าผมแข่ง Tour de France คนก็ต้องคาดหวังว่าผมจะเอาตำแหน่งเสื้อเขียวอยู่แล้ว แล้วทำไมผมถึงจะไม่อยากได้มันล่ะ? ทุกปีทุกอย่างมันก็ต่างไป และแต่ละคนก็ต่างมีแรงผลักดันที่จะแย่งชิงมัน คุณต้องดูสัก 10 ถึง 15 วันก่อนว่ามันเป็นยังไง หลังจากนั้นคุณถึงจะรู้ว่าคุณยังมีโอกาหรือไม่” แต่เมื่อ Cyclingnews ถามถึงการคว้าแชมป์โลกสมัยที่สาม Sagan ก็ปัดคำถาม และอ้างว่าเขายังไม่ได้ดูเส้นทาง

 

 

ทีม Astana แข่ง Giro d’Italia ด้วยทีมที่มีแปดคนเพื่อเป็นการรำลึกถึง Michele Scarponi

ภาพประกอบ: https://goo.gl/4mI6kY

 

ทีม Astana เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบและน่าเศร้าที่สุดไป นั่นก็คือการจากไปของ Michele Scarponi ซึ่งเสียชีวิตหลังเกิดอุบัติเหตุขณะฝึกซ้อม โดย Scarponi นั้นควรจะเป็นคนลงแข่ง Giro d’Italia ในฐานะหัวหน้าทีมแทน Fabio Aru ที่บาดเจ็บหัวเข่า แต่เมื่อ Scarponi ต้องจากไปอย่างน่าเศร้า ทีม Astana จึงตัดสินใจไม่ส่งใครลงแทน Scarponi จึงทำให้ทีมมีเพียงแค่แปดคน แทนที่จะเป็นเก้าคนเหมือนทีมอื่น ๆ

 

“Michele (Scarponi) ควรจะเป็นหัวหน้าทีมของเราสำหรับ Giro ในฤดูกาลนี้ และด้วยเหตุนี้ เราก็เลยตัดสินใจไม่นำใครมาแทนที่ของเขาสำหรับการแข่ง เราจะปล่อยให้เบอร์ของเขานั้นว่างไป” Alexander Vinokourov ผู้จัดการทีม Astana กล่าว

 

“ผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และผมก็มั่นใจว่าผู้จัด Giro d’Italia รวมถึงสังคมจักรยานจะเข้าใจและยอมรับมัน เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่สิ่งแรกที่ทีม Astana ทำเพื่อเป็นการช่วยและสนับสนุนครอบครัวของ Michele ก่อนหน้านี้เราก็ช่วยกันระดมทุนให้ครอบครัวเขาด้วย ซึ่งสำหรับคนอื่นๆ ก็จะเริ่มทำกันในสัปดาห์หรือว่าเดือนที่จะถึงนี้”

 

นอกจากนี้ Vinokourov ยังกล่าวว่า “ในทุกๆ วันของ Giro d’Italia และในการแข่งขันอื่นๆ ด้วย Michele จะอยู่กับเขา และในทุกๆ วัน พวกเราก็จะพยายามที่จะรำลึกและต่อสู้เพื่อเขา ความทรงจำที่เขาให้ไว้ รอยยิ้มของเขา และทุกอย่างที่เขาสอนพวกเรา”

 

CiCLE Classic 2017

 

ทีม One Pro Cycling ออกมาขอโทษกรณีนักแข่งของทีมชูนิ้วกลางให้อีกคนในรายการ CiCLE Classic

อ้างอิง: Cycling Weekly

ภาพประกอบ: https://goo.gl/B68twQ

 

รายการ Rutland-Melton International CiCLE Classic ที่เมือง Melton Mowbray ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษนั้นถือว่าเป็นรายการคลาสสิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีฉายาว่าเป็น ‘Paris-Roubaix ของอังกฤษ’ เพราะประกอบไปด้วยเส้นทางที่สุดโหดผ่านทั้งถนนหินคอบเบิลและถนนดินลูกรังมากมาย ซึ่งในปีนี้การแข่งขันก็เป็นไปอย่างเข้มข้นตามคาด

 

อย่างไรก็ดี หน้าเส้นชัย Dan Fleeman ผู้ชนะรายการจากทีม Metaltek-Kuota ถูก Hayden McCormick นักปั่นชาวนิวซีแลนด์จากทีม One Pro Cycling ชูนิ้วกลางใส่ท่ามกลางแฟนจักรยานและกล้องของสื่อมวลชนมากมาย ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

 

Fleeman ผู้ชนะรายการ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “ก่อนเข้าเส้นชัยไม่กี่กิโลเมตรเขาถามผมว่า ‘คุณจะสปรินต์มั้ย?’ แต่ผมคิดว่าเขาถามว่า ‘ผมมีแรงที่จะสปรินต์มั้ย?’ ซึ่งผมก็เลยตอบว่าไม่ เพราะว่าผมก็ไม่มีแรงจริงๆ แต่เมื่อถึง 300 เมตรสุดท้ายผมก็เริ่มสปรินต์” โดย Fleeman เสริมว่า “ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ นี่เป็นรายการคลาสสิกใหญ่ที่สุดในประเทศ แน่นอนสิว่าผมต้องสปรินต์” ล่าสุด ทีม One Pro Cycling ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ฝ่ายบริหารของทีมตระหนักดีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกทีมของเรา นั่นคือ Hayden McCormick ที่หน้าเส้นชัยในรายการ Rutland-Melton International CiCLE Classic ในวันนี้”

 

“ในฐานะทีม เราต้องขอโทษผู้จัดรายการ Dan Fleeman ทีม Metaltek-Kuota และแฟนๆ จักรยานทั้งหลายต่อเหตุการณ์และสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ พฤติกรรมนี้จะไม่ถูกละเลย และจะได้รับการดูแลด้วยความจริงจัง” สุดท้าย Fleeman ก็บอกว่าเขาขอมอบชัยชนะนี้ให้กับเจ้าของทีม Andy Swain ซึ่งอยู่ที่เมืองนี้นี่เอง

 

 

ผู้สนับสนุนทีม Bardiani CSF ยังคงยืนยันการสนับสนุนทีมหลังมีนักปั่นสองคนไม่ผ่านการโด๊ปก่อนแข่ง Giro

d’Italia

ที่มา: Cyclingnews

ภาพประกอบ: https://goo.gl/HPzJxC

 

ถึงแม้จะมีนักปั่นในทีม Bardiani CSF ถึงสองคนที่ไม่ผ่านการตรวจโด๊ปก่อนการแข่งขัน Giro d’Italia ไม่กี่ชั่วโมงในฤดูกาลนี้ แต่สปอนเซอร์ทั้งสองของทีมซึ่งประกอบด้วย Bardiani Valvole Spa และ CSF Inox Spa ก็ยังคงยืนยันการสนับสนุนทีมอย่างเต็มที่ในการแถลงข่าวร่วมกัน

 

“หลังจากที่เรารู้ข่าว เราจะไม่ทำอะไรไม่ได้ แต่เราจะพยายามที่จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับมัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นผลมาจากการตัดสินใจส่วนตัวของนักกีฬาเอง ซึ่งนี่ทำให้ Bardiani Valvole Spa และ CSF Inox Spa ต้องสร้างความตระหนักต่อสาธารณะว่ากีฬาของเรานั้นเป็นกีฬาที่บริสุทธิ์ทั้งในทางร่างกายและจิตใจ” สปอนเซอร์ทั้งสองกล่าว

 

นอกจากนี้ สปอนเซอร์ยังกล่าวอีกด้วยว่า “ความผิดพลาดของคนไม่กี่คนไม่สามารถที่จะทำให้ความพยายามความเคารพ และความเป็นหนึ่งเดียวกันของบริษัทที่ทุ่มเทให้กับกีฬานี้ต้องสูญเสียไป เราต้องการจะสร้างมูลค่าในตัวผลงาน กีฬา และการดำเนินชีวิต รวมถึงการทำมากกว่าที่ทุกคนคิดด้วย”

 

“พวกเรารักกีฬานี้เพราะสิ่งที่มันพยายามจะสื่อ พวกเราจะปกป้องทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งและทุ่มเทเพื่อกีฬานี้ และจะไม่ยอมรับคนที่ไม่ทำตามกฏหลังจากที่มีคนตีความความหมายพื้นฐานของกีฬานี้ผิด นั่นคือการมองไปที่ผลอย่างเดียวโดยที่มองข้ามความรัก ความทุ่มเท และวิถีชีวิตไป” สปอนเซอร์ทิ้งท้าย

 

อย่างไรก็ดี หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจะเป็นเพียงแค่คำสวยหรูที่สปอนเซอร์พยายามหามาเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น เพราะคำพูดลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างแปลกที่สปอนเซอร์จะพูดหลังจากตกอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพราะกีฬาจักรยานเป็นกีฬาที่อ่อนไหวเป็นอย่างมากกับการโด๊ป

 

Related Post

The Parking Lot

Cycling Plus Thailand