โดย : ชานนท์ พงษ์พานิช

Sagan ไม่พอใจกับการปั่นของ Terpstra ใน Gent-Wevelgem หลัง Van Avermaet คว้าแชมป์

อ้างอิง: Cyclingnews

ภาพประกอบ: http://cdn.media.cyclingnews.com/2017/03/26/2/sptdw80097_670.jpg

 

หลังคว้ามาได้เพียงที่สามในรายการ Gent-Wevelgem ที่เบลเยียม Sagan ก็กล่าวกระทบ Terpstra ด้วยความ ไม่พอใจว่า “มันไม่ใช่เกมกีฬา มันเป็น… ไม่รู้สิ ก็แค่เกมราคาถูก ๆ”

 

สิ่งที่ทำให้ Sagan รู้สึกไม่พอใจและหัวเสียก็คือการที่เขาพลาดโอกาสเมื่อ Greg Van Avermaet แชมป์ รายการ และ Jens Keukeleire เบรกออกไปได้เพียงสองคนจากกลุ่มที่เขาอยู่ในช่วงปลายของการแข่งขัน แต่ เพื่อนร่วมกลุ่มสามคน Niki Terpstra จากทีม Quick-Step Floors ไม่มีความพยายามมากนักในการช่วยลาก กลุ่มเพื่อตามจับทั้งสองคนข้างหน้าระหว่างการแข่งขัน Sagan ได้แสดงท่าทางไม่พอใจหลายครั้งต่อ Terpstra ไม่ว่าจะเป็นการฉีกออกจากกลุ่ม เพื่อบังคับให้ Terpstra ต้องออกมาลาก หรือการโบกมือด้วยความไม่พอใจ

 

หลังแข่นขันจบ Sagan ให้สัมภาษณ์กับ Sporza ว่า “ผมไม่รู้ว่า Terpstra ต้องการจะทำอะไร เพราะว่าเขาโจมตี ออกไปอยู่ในกลุ่มเบรกอเวย์ และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ช่วยกันลาก นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างว่าคุณจะสามารถแพ้การ แข่งขันกับผมได้อย่างไร ผมจะทำอะไรได้? ผมไม่ใช่เพื่อนร่วมทีมของเขา ผมจะลากเพื่ออะไร เพื่อให้ Terpstra ตี หัวผมเข้าเส้นหรอ? ผมสามารถตัดสินได้ว่าวันนี้ใครจะชนะ”

 

อย่างไรก็ดี Sagan ก็บอกว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจ แต่กลับรู้สึกมีแรงผลักดันซะด้วยซ้ำ “ถ้าคุณชนะตลอด คุณก็จะ ไม่มีแรงผลักดัน แต่ตอนนี้ ผมมีแรงผลักดันที่จะชนะให้ได้” จากการสัมภาษณ์ต่างๆ ดูเหมือนว่า Sagan จะมั่นใจว่าเขาสามารถที่จะควบคุมการแข่งขันได้ เขาพูดราวกับว่าเขายอมที่จะไม่ปิดแก็ประหว่างกลุ่มของเขากับกลุ่มของ Van Avermaet เพราะเขาไม่อยากให้ Terpstra ได้ ดราฟต์ (ดูด) เขาไปฟรี ๆ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะถ้าหาก Sagan ลากไปจนถึง เขาก็น่าจะมีโอกาส น้อยกว่าคนอื่นในการคว้าชัยชนะอยู่ดี เพราะเขาต้องเสียแรงมากจากการไล่ตามจึงเลือกที่จะไม่ลาก  ส่วนนักปั่นคนอื่นๆ นั้นไม่เห็นด้วยกับ Sagan มากนัก Van Avermaet กล่าวว่า “คุณควรที่จะปั่นอย่างเต็มที่ จนถึงสามกิโลเมตรสุดท้ายแล้วค่อยเริ่มเซฟแรง คุณไม่ควรที่จะมารอและมาโอดครวญ” เขาเสริมอีกว่า “ถ้าเป็น ผม ผมชอบที่จะปั่นด้วยตัวเองมากกว่ามาคอยหัวเสียอยู่”

 

Van Avermaet กล่าวอีกด้วยว่า “ผมรู้สึกว่าผมแข็งแรงกว่า เหมือนผมมีอะไรพิเศษสำหรับการสปรินต์หน้าเส้น บนเนิน Kemmelberg มันชัดเจนว่าผมนั้นอยู่ในอักระดับหนึ่ง ในช่วงสุดท้าย มันอาจจะสร้างความแตกต่างเมื่อ ผมอยู่ในการเบรกนั้น ผมก็แค่รู้สึกแข็งแรงกว่าและสดกว่า”ทีม Quick-Step Floors ได้ออกมาปกป้องจุดยืนโดยอ้างว่าที่ Terpstra ไม่ลากนั้นเพราะว่าทีมมีสปรินเตอร์อยู่ ข้างหลัง จึงไม่มีเหตุผลที่ Terpstra จะต้องลาก

 

ด้าน Tom Boonen เพื่อนร่วมทีมของ Terpstra และอดีตแชมป์โลกกล่าวว่า “Nikki (Terpstra) ไม่ได้ล้มเหลว แต่เป็น Sagan ที่ล้มเหลวต่างหาก ถ้าคุณเป็น Sagan ในสถานการณ์นั้น คุณก็ต้องโต้ตอบเสมอ” Boonen เสริมอีกว่า Sagan “เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่แพ้ในวันนี้ Nikki ไม่ได้แพ้ เขาอยู่ที่นั้น พยายามชนะการแข่งขัน มันขึ้นอยู่กับ Sagan ที่จะโต้ตอบในขณะนั้นเมื่อเขาเป็นคนที่แข็งแรงที่สุด และยังเป็นแชมป์โลกอีกด้วย”

 

ด้วยความที่เป็นอดีตแชมป์โลก และคนที่เคยอยู่เหนือนักปั่นคนอื่นๆ Boonen ก็แสดงความคิดเห็นของเขาต่อ สถานการณ์ที่ Sagan กำลังเผชิญอยู่ “ผมคิดว่ามันทำให้เขารู้ท้อแท้และเสียใจ เขาบ่นมาก แต่นั่นก็ปกติ นี่เป็น ช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในชีวิตของเขา และในบางช่วงเวลา มันก็ทำให้คุณก็เสียใจ เขาไม่ได้รู้สึกประหม่า แต่เขา รู้สึกโกรธ เขาลังเลในช่วงเวลาที่สำคัญนั้น ซึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ คุณไม่ควรที่จะลังเล แต่ควรที่จะทำใน สิ่งที่อยู่ในใจคุณเสมอ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำ อย่างไรก็ดี เขาก็ยังแข็งแรงแบบสุด ๆ Sagan และ Greg นั้น อยู่ในอีกระดับหนึ่งเหนือคนอื่น ๆ ทั้งหมด”

 

Photo: Jim Fryer / BrakeThrough Media | brakethroughmedia.com

 

Quick-Step Floors ตอบโต้คำวิจารณ์ของ Sagan ด้วยแทคติกการแข่งขัน

หลังจากที่ Greg Van Avermaet สามารถคว้าแชมป์รายการ Gent-Wevelgem มาได้ Peter Sagan ก็แสดง ถึงความโมโหออกมาอย่างชัดเจนทั้งจากท่าทางและคำพูด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ Sagan กล่าวหาว่า Niki Terpstra นั้นพยายามถ่วงกลุ่มเพื่อให้เขาต้องไปลาก Terpstra ไปยังเส้นชัยแบบฟรีๆ

 

โดยหลังจบการแข่งขัน Sagan ก็ได้กล่าวว่าสิ่งที่ Terpstra ทำนั้น “มันไม่ใช่เกมกีฬา แต่เป็น… ไม่รู้สิ ก็แค่เกม ราคาถูก ๆ” นอกจากนี้ Sagan ยังบอกอีกด้วยว่าเขาสามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้ใครชนะ เพราะเขามีความ สามารถมากพอ ซึ่งคำพูดของ Sagan ก็ทำให้ใครหลายคนต้องแสดงความไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะบรรดาแฟนๆ หรือนักแข่งคนอื่นๆ ดังนั้น เป็นที่แน่นอนว่าทีม Quick-Step Floors ก็คงจะไม่พอใจนักกับคำวิจารณ์ของ Sagan ในครั้งนี้

 

ล่าสุด Patrick Lefevere ผู้จัดการทีม Quick-Step Floors ได้ออกมาปกป้องจุดยืนของทีม ส่วน Tom Boonenก็ได้กล่าวว่า “Nikki (Terpstra) ไม่ได้ล้มเหลว แต่เป็น Sagan ที่ล้มเหลวต่างหาก”นอกจากนี้ directeur sportif ของทีม Wilfried Peeters ก็ออกมาตอบโต้ Sagan พร้อมกล่าวว่า “พวกเราจะ พยายามที่จะชนะ แต่ถ้าพวกเราไม่ชนะ เขา (Sagan) ก็จะแพ้ด้วย” ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการเล่นเกมทางจิตวิทยา และ การกดดันด้วยแทคติกจากทีม Quick-Step Floor ซึ่งเห็นได้ไม่บ่อยนัก

 

“มันเป็นปกติของเขาที่จะบ่นว่าคนอื่นไม่ช่วยเขาลาก เพราะฉนั้น ทำไมเราถึงต้องให้ความเคารพต่อ Sagan?ผมไม่ได้บอกว่าเราจะไม่ปั่นให้เขา แต่เราจะไม่ให้การสนับสนุนเขา 100% ซึ่งนั่นมันต่างกัน” Peeters กล่าว

 

อย่างไรก็ดี Peeters ก็ยอมรับในทักษะและฟอร์มของ Sagan “คุณสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าใครเป็นคนที่แข็ง แรงที่สุด ซึ่งทุกคนก็รู้กันอยู่ นั่นคือ Van Avermaet กับ Sagan พวกเรานั้นเป็นรอง มันแน่นอนอยู่แล้ว” แต่เขาก็ เสริมว่า “แต่มันก็ไม่แน่นอนหรอกว่าคนที่แข็งแรงที่สุดจะต้องชนะ แต่พวกเขาก็เป็นตัวเต็งอย่างแน่นอน”

 

Oliver Naesen applauded teh efforts of his rivals and was happy to cross the line in third place. Photo: Tim De Waele | TDWsport.com

 

ฟอร์มที่กำลังกลับมาของ Philippe Gilbert หลังย้ายไปทีม Quick-Step Floors

อ้างอิง: คำสัมภาษณ์จาก CyclingWeekly

 

ไม่อาจะปฏิเสธได้ว่าหลังจากที่ Philippe Gilbert ย้ายไปอยู่ทีม Quick-Step Floors นั้น ฟอร์มของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการคว้าที่สองทั้งในรายการ Dwars Door Vlaanderen และ E3 Harelbeke หรือแชมป์สเตจที่หนึ่งจากการเบรกอเวย์แบบโซโล่ในรายการ Driedaagse De Panne

 

ซึ่งหลังจากที่ได้แชมป์สเตจใน Driedaagse De Panne นักปั่นแชมป์จักรยานถนนเบลเยี่ยม Philippe Gilbert ก็กล่าวว่า “ในที่สุดผมก็คว้าชัยชนะมาได้โดยที่สวมใส่เสื้อที่สวยงามตัวนี้ (แชมป์เบลเยี่ยม) และ Quick-Step Floors นี่ทำให้ผมมีความสุขมากๆ ผมอยากที่จะขอบคุณทีมของผม และ Dries (Devenyns) เป็นพิเศษที่ทำงานอย่างหนัก”

 

ไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าหลังจากที่ Gilbert โชว์ฟอร์มที่ดี เขาจะโดนถามถึง Ronde van Vlaanderen หรือ Tour of Flanders ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในตัวเต็งหรือไม่ แต่ Gilbert ก็รีบปัดโดยเร็ว เขาอธิบายว่า “พวกเรามีทีมที่แข็ง แรง ผมนั้นฟอร์มดีมากๆ ก็จริง แต่ถ้าเราบอกว่าทั้งทีมกำลังฟอร์มดีก็จะเหมาะกว่า มันไม่ใช่แค่ผมที่จะอยู่ข้าง หน้า แต่เราก็ให้โอกาสแก่ทุกคนในทีม สุดท้ายเราก็ต้องเดินเกมให้ดีเพื่อที่จะชนะ”

 

แต่เหตุใด Gilbert ถึงกลับมาคืนฟอร์มได้อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะเขาก็อายุ 34 ปีเข้าไปแล้ว และเมื่อยัง อยู่กับทีม BMC เขาก็ดูเหมือนจะเข้าใกล้กับช่วงท้ายของการปั่นจักรยานอาชีพของเขาแล้ว  ส่วนตัวแล้ว Gilbert บอกว่าเขาเชื่อว่าเป็นที่ตัวทีม Quick-Step Floors และบรรยากาศภายในทีมที่ช่วยทำให้ เขาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในรอบปี เขาบอกว่า “มันเหมือนกับว่าพวกเขาอยู่เพื่อสิ่งนี้ (การแข่งขันรายการ คลาสสิก)”

 

“เมื่อคุณอยู่ในทีมนี้ คุณก็จะได้ยินคำว่า Ronde van Vlaanderen หรือ Paris-Roubaix วันละร่วม 50 ครั้ง ทุก คนพูดถึงมัน และนักปั่นเองก็พูดถึงแต่มันตลอด” Gilbert เล่า “ทีมอื่นจะพูดถึงแต่ Tour de France แต่ที่นี่ ทุก อย่างมันเกี่ยวกับรายการคลาสสิก มันอยู่ใน DNA ของทีมไปแล้ว”

 

การได้อยู่ในทีมที่ดี เหมาะสม และพร้อมจะสนับสนุนนักแข่งน่าจะเป็นปัจจัยหลักในการกลับคือฟอร์มในครั้งนี้ Gilbert เชื่อ “ใช่ มันเป็นกลุ่มที่ดี มันเป็นทีมที่ดีและพร้อมไปด้วยทรัพยากรณ์ที่ดี ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบเมื่อ คุณมีการสนับสนุนทุกอย่างที่คุณต้องการ มันรู้สึกดี มันง่ายกว่าเสมอเมื่อคุณมีการสนับสนุนและทีมที่ดี”

 

นอกจากนี้ Gilbert ยังจะได้ลงแข่ง Ronde van Vlaanderen ครั้งแรกหลังจากครั้งสุดท้ายของเขาในปี 2012 เพราะหน้าที่นั้นในทีม BMC ตกเป็นของ Greg Van Avermaet ถึงแม้เขาจะเคยติดโพเดียมถึงสองครั้ง ซึ่งเขากล่าวว่าเขารู้สึกดี“(การได้แข่ง Ronde van Vlaanderen) นั้นเป็นการสร้างแรงบันดาลใจที่ดีเสมอสำหรับผม ซึ่งผมไม่ค่อยจะได้ รับอนุญาตให้ทำสักเท่าไหร่ และตอนนี้ผมก็มีความสุขมาก (ที่จะได้ลง)” Gilbert เล่า

 

 

Fabian บอกว่าสถานการณ์ของ Sagan กับ Van Avermaet นั้นไม่เหมือนของเขากับ Boonen

ที่มา: CyclingWeekly

ภาพประกอบ: http://cdn.media.cyclingnews.com/2016/03/30/2/20102822_127859_670.jpg

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่มักเปรียบเทียบกับแข่งขันระหว่าง Peter Sagan แชมป์โลกสองสมัย กับ Greg Van Avermaet แชมป์โอลิมปิก ว่าคล้ายคลึงกับการแข่งขันระหว่าง Fabian Cancellara กับ Tom Boonen แต่อย่างไรก็ดี Fabian ได้ออกมากล่าวว่ามันไม่เหมือนกัน และไม่สามารถเอามาเทียบกันได้

 

โดย Fabian กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Sporza ถึงความแตกต่างว่าสำหรับเขากับ Tom มันเป็นการแข่งขัน ที่ครอบงำวงการมากกว่าของ Sagan และ Van Avermaet เขาอธิบายว่าเมื่อเขาและ Tom อยู่ในช่วงสูงสุด ทั้งสองจะผลัดกันชนะ และมีแค่สองคนเท่านั้น ถ้าไม่เป็นเขาก็เป็น Tom ที่ชนะ แต่ Sagan และ Van Avermaet ไม่ ได้เป็นเช่นนั้น

 

“ถ้ามันไม่ใช่ผมก็เป็นเขา มันมีแต่ผมหรือเขาเท่านั้นที่จะชนะ” Fabian กล่าว “แต่ Tour of Flanders ในปี 2010ทำลายสถานะนั้น เมื่อผมชนะเเพียงคนเดียว แต่หลังจากนั้นเราก็ปั่นด้วยกันในเปโลตงมาตลอด” Fabian เล่า“เมื่อพูดถึง Sagan กับ Van Avermaet คู่ต่อสู้คู่ใหม่ของวงการ มันก็ไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมกับ Tom ให้ไว้กับ วงการนี้”

 

นอกจากนี้ Fabian ยังกล่าวอีกว่าสำหรับเขากับ Tom นั้น มันเป็นเหมือนกับการต่อสู้ของชาติสองชาติด้วย เพราะทั้งต่างคนก็ต่างเป็นแชมป์จักรยานถนนประจำชาติของตัวเอง และมีจำนวนแฟนที่เท่า ๆ กันอีกด้วย จึง ทำให้ทั้งสองเป็นคู่แข่งที่แบ่งแยกกันค่อนข้างชัดเจนกว่าของซากาน

 

นักปั่น 15 คนถูกปรับหลังขึ้นไปปั่นบนทางเท้าและทางจักรยานใน Driedaagse De Panne

ที่มา: Cyclingnews

ภาพประกอบ: http://cdn.media.cyclingnews.com/2016/03/27/2/sptdw5021_670.jpg

 

ก่อนหน้านี้หลายคนไม่พอใจความไม่สม่ำเสมอของ UCI ในการบังคับใช้กฏการห้ามขึ้นไปปั่นบนทางเท้าและ ทางจักรยาน โดยใน Omloop Het Nieuwsblad นักปั่นในกลุ่มหน้าสามคนที่ประกอบด้วย Greg Van Avermaet Peter Sagan และ Sep Vanmarcke ได้ขึ้นไปปั่นบนทางเท้า แต่กลุ่มหลังกลับไม่สามารถปั่นได้ ซึ่ง ทำให้เกิดการวิจารณ์อย่างหนัก

 

ล่าสุด ในการแข่งขัน Driedaagse De Panne นักปั่นทั้งหมด 15 ถูกปรับเงินเป็นจำนวน 200 สวิสฟรังค์ เพราะขึ้นไปปั่นบนทางเท้าในสเตจที่หนึ่ง ซึ่งรวมถึง Philippe Gilbert แชมป์สเตจ โดยทั้ง 15 ถูกปรับในข้อหาปั่น จักรยานด้วยความไม่ปลอดภัย เพราะการขึ้นไปปั่นบนทางเท้าในครั้งนี้เกือบเกิดอุบัติเหตุนักแข่งชนกับคนดูหลายคน

 

ก็อมมิแซค์ หรือกรรมการประจำการแข่งขัน กล่าวว่า “พวกเราทำอะไรไม่ได้มากนัก มีนักปั่นหลายคนเกินไปที่ทำผิดกฏ เราไม่สามารถตัดสิทธิ์ทุกคนออกจากการแข่งขันได้ (ตามกฏ) แต่เราก็จะมีหนังสือพิเศษแจ้งเรื่องนี้ทีหลัง ว่าเราจะตัดสิทธิ์ (ในคราวหน้า)”

 

ทางด้านทีม Orica-Scott ผู้จัดการทีมก็เผยว่าเขาเคยคุยเรื่องนี้กับนักแข่งของทีมแล้ว เขากล่าวว่า “มันอันตราย ทั้งสำหรับนักแข่งและผู้ชม เมื่อนักแข่งกำลังอยู่ที่ขีดจำกัด พวกเขาก็จะไม่สามารถคิดได้อย่างเต็มที่ เราต้องเปลี่ยนความคิดในเรื่องนี้”

 

อย่างไรก็ดี หลายๆ คนก็ไม่เห็นด้วยกับกฏนี้ โดยอ้างว่ามันไม่สามารถบังคับใช้ได้ในทางปฏิบัติ และแฟนๆ หลายคนก็กล่าวว่านี่เป็นเสน่ห์ของการแข่งรายการคลาสสิกในเบลเยี่ยม การได้เห็นนักปั่นกระโดดข้ามเกาะ กลางหรือท่อระบายน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ทำการแข่งขันที่นี่สนุกและน่าตื่นตาตื่นใจ

Related Post

THE PARKING LOT

Cycling Plus Thailand