เรื่อง : ชานนท์ พงษ์พานิช

 

Gilbert คิดกับตัวเองว่าเขาบ้าไปแล้วที่โจมตีเดี่ยวออกไปใน Tour of Flanders

อ้างอิง: CyclingNews

ภาพประกอบ: http://cdn.velonews.com/wp-content/uploads/2017/04/20176013-363093-800×534.jpg

 

หลังจากที่หลายคนเห็นฟอร์มที่กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งของ Philippe Gilbert แชมป์จักรยานเบลเยี่ยมวัย 34 ปีหลังจากที่เขาย้ายจากทีม BMC มายัง Quick-Step Floors ก็นับให้ Gilbert เป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาสในการคว้าแชมป์รายการ Ronde van Vlaanderen หรือ Tour of Flanders มากที่สุดและเมื่อต้นเดือนเขาก็สามารถคว้าแชมป์มาได้จริงๆจากการเบรกโซโล่ยาวกว่า 50 กิโลเมตรที่น่าทึ่ง ซึ่งหลังจากจบรายการ Gilbert ก็เล่าว่าเขาเองคิดว่าเขาบ้าไปแล้วที่เบรกเดี่ยวออกไปจากระยะขนาดนั้น

 

“พวกเราตกลงกันว่าเราจะเร่งขึ้นเนิน Kwaremont แบบเต็มที่ Tom ก็เลยปั่นอย่างสุดแรงตั้งแต่ก่อนขึ้นเนินเมื่อถึงยอดเนินผมก็ปั่นต่อจากเขาผมเปลี่ยนขึ้นจานใหญ่แล้วเมื่อหันกลับไปมองหลังผมก็เห็นแก็ปเกิดขึ้นแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อดีผมก็เลยรักษาความเร็วของผมไว้และเมื่อหมดช่วงคอบเบิลผมก็หันหลับไปมองหลังผมเห็นคนอื่นๆอยู่ค่อนข้างไกลแล้วผมเลยถาม (ทางวิทยุ) ว่า ‘ผมควรทำอะไรดี’ ซึ่งพวกเขาก็ตอบว่า ‘ปั่นไปเลย’ ผมก็เลยปั่นต่อไปแต่มันก็ยังอีกไกลผมพยายามปั่นให้เร็วแต่ก็ไม่มากจนเกินไปเพราะว่าผมรู้ว่ามันเป็นระยะที่ยาวผมพยายามหนักมากเพราะว่าผมรู้ว่าช่วง 10 หรือ 15 กิโลเมตรจะยากมากๆผมกลัวว่าผมจะหมดแรงและผมก็รู้ว่าผมคงไม่มีเวลามากนักในการกิน” Gilbert เล่าถึงการเบรกโซโล่ที่น่าทึ่งของเขา

 

เมื่อจบสเตจGilbert ก็ให้สัมภาษณ์ว่า “มันเป็นความฝันของผมมาโดยตลอด (ที่จะได้แชมป์ Ronde van Vlaanderen) ผมพูดถึงมันมาเป็นเวลานานแล้วซึ่งผมได้ที่สามที่นี่มาแล้วถึงสองครั้งและอีกสองครั้งที่ San Remo จนในที่สุดผมก็สามารถฆ่า Vlaanderen ทิ้งได้แล้วมันเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ผมก็ยังมีอีกสองสเตจที่ต้องการนั่นก็คือ Roubaix และ San Remo มันเป็นข่าวดีที่นี่ไม่ใช่ปีสุดท้ายของผมผมยังมีโอกาสอยู่ในอนาคต”  อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ทีม Quick-Step Floor มักถูกวิจารณ์เรื่องแท็กติกการแข่งขันเพราะทีมมักจะแพ้ถึงแม้จะมีนักปั่นที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมากแต่ในฤดูกาลนี้ทีมพัฒนาขึ้นมากและได้รับการตอบแทนด้วยชัยชนะที่น่าดีใจหลายรายการ

 

สุดท้าย Gilbert ก็กล่าวว่า “ชัยชนะนี้เป็นของทุกคนในทีมผมรู้จากทางวิทยุว่าทุกคนในทีมข้างหลังผมทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผมถ้าไม่มีพวกเขาผมก็ไม่สามารถที่จะชนะได้จักรยานเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีมถึงแม้จะมีผู้ชนะเพียงคนเดียวแต่มันก็ไม่ใช่กีฬาบุคคลสุดท้ายแล้วพวกเราก็ชนะกันเป็นทีมทุกคนสมควรที่จะได้ขึ้นไปอยู่บนโพเดียม”

 

Photo : Yuzuru SUNADA

 

Tour of Flanders นั้นจบลงบน Kwaremont หลังจากที่ Sagan ล้ม Van Avermaet กล่าว

หลังจากคว้ามาได้เพียงที่สองใน Ronde van Vlaanderen หรือ Tour of Flanders อย่างน่าผิดหวัง Greg Van Avermaet ให้สัมภาษณ์ว่าเขาคิดว่ามันเป็นโชคร้ายที่ทำให้เขาหมดโอกาสในการคว้าแชมป์รายการนี้หลังจากที่เขาเป็นตัวเต็งหลักของรายการ  Van Avermaet ได้วิจารย์การปั่นของ Sagan ว่าไม่ใช่สิ่งที่ดี “คุณรู้ว่าคุณไม่ควรจะไปปั่นบนไหล่ทางอย่างที่ Sagan ทำแต่นั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการแข่งขันคุณยอมรับความเสี่ยงและพยายามไปปั่นทางซ้ายแต่มันก็ใกล้กับราวกั้นจนเกินไปคุณรู้ว่าถ้าคุณล้มการแข่งขันของคุณก็จะจบลงในทันทีทันใด”

 

“Sagan กำลังปั่นอย่างเต็มที่เราก็กำลังปั่นอยู่กับกลุ่มคนที่แข็งแรงที่สุดเขาชนกับอะไรบางอย่างผมไม่รู้เพราะว่าผมเกาะติดล้อของเขาอยู่รู้ตัวอีกทีผมก็กำลังล้มและการแข่งขันมันก็จบลงเดี๋ยวนั้นโชคดีที่จักรยานผมไม่พังผมก็พยายามทำให้ล้อตรงแต่มันก็สายไปแล้ว” Van Avermaet เล่า  นอกจากนี้ Van Avermaet บอกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะจับ Gilbert ได้แต่เมื่อล้มโอกาสนั้นก็สลายไปด้วยแต่เขาก็บอกว่า “ผมต้องถอดหมวกให้กับ Phil” เพราะการชนะก็คือการชนะ

 

สุดท้ายด้วยความที่ตั้งความหวังไว้สูง Van Avermaet ก็ได้แสดงความเสียดายออกมาอย่างเต็มที่ “ผมเริ่มแข่งรายการนี้เพื่อที่จะชนะดังนั้นการจบด้วยตำแหน่งที่สองจึงเป็นเรื่องน่าผิดหวังโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันจบลงในแบบที่มันเป็นอย่างไรก็ดีผมก็ต้องยกนิ้วให้กับ Gilbert แต่ก็นั่นแหละผมกำลังปั่นเพื่อชนะผมคิดว่าการแข่งขันยังดำเนินอยู่จนเกิดการล้มขึ้นผมคิดว่าผมสามารถที่จะไล่ตามเขาทันโดยมี Peter และ Ollie”

Kristoff ปั่นได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้จะฟอร์มไม่ดีเท่าที่ควรใน Tour of Flanders

ภาพประกอบ: http://cdn.media.cyclingnews.com/2017/03/28/2/bettiniphoto_0278341_1_originali_670.jpg

 

อดีตแชมป์ Ronde van Vlaanderen หรือ Tour of Flanders ในปี 2015 Alexander Kristoff ยอมรับว่าเขาดีใจที่สามารถคว้าตำแหน่งห้าอันดับแรกมาได้ถึงสี่ปีแต่ก็รู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้

 

“ผมได้ห้าอันดับแรกมาหลายปีซึ่งก็เป็นสถิติที่ดีแต่ผมก็หวังมากกว่านี้เมื่อผมอยู่ในกลุ่มหน้าเมื่อ Gilbert ยิงออกไปผมไม่สามารถตามได้และเมื่อ Sagan กับ Van Avermaet ออกไปผมก็ไม่สามารถตามได้อีกเหมือนกันถึงแม้ผมจะรู้สึกค่อนข้างดี” Kristoff กล่าว

 

“ถ้าจะตามคนที่ดีที่สุดผมไม่ได้อยู่ในระดับนั้นแต่ถ้าตามคนที่ดีรองลงมาผมสามารถทำได้และสามารถมาสปรินต์ได้ดังนั้นในการแข่งขันถ้าหากเราสามารถสร้างกลุ่มไล่ที่ใหญ่ได้เราก็จะสามารถที่จะสู้เพื่อตำแหน่งโพเดียมแต่ผมได้ที่ห้าซึ่งผมก็ดีใจกับมัน”

 

ถึงแม้จะทำไม่ได้ดีกว่านี้ directeur sportif ของทีม Katusha ก็รู้สึกดีใจกับผลงานของ Kristoff “ผมดีใจมากๆกับ Alexander เขาสู้เต็มที่ตั้งแต่ Muur จนถึงเส้นชัยซึ่งนั่นก็คือระยะทางร่วม 100 กิโลเมตรในกลุ่มตัวเต็งเขาได้ที่ห้าซึ่งสำหรับ Ronde van Vlaanderen ที่ห้าก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้วมันเป็นการต่อสู้ที่ดีจริงๆในช่วงกิโลเมตรท้ายๆเมื่อเขาจับกลุ่มหน้าได้”

 

Kittel made the victory look easy. Photo: Tim De Waele | TDWsport.com

 

หลังคว้าแชมป์Scheldeprijs มาได้  Kittel กล่าวว่าเขาทึ่งในความเป็นมืออาชีพของ Boonen

อ้างอิง: CyclingNews

 

สปรินเตอร์ชาวเยอรมัน Marcel Kittel กล่าวหลังสามารถคว้าแชมป์รายการ Scheldeprijs มาได้เป็นสมัยที่ห้าว่าเขารู้สึกทึ่งกับความเป็นมืออาชีพในการปั่นของ Tom Boonen เพื่อนร่วมทีม Quick-Step Floor

 

โดย Kittel อธิบายว่า Boonen นั้นทุ่มและอุทิศตัวอย่างเต็มที่เพื่อชัยชนะของทีมซึ่งนี่ทำให้เขารู้สึกทึ่งและชื่นชมในตัว Boonen เป็นอย่างมาก “ผมค่อนข้างแปลกใจเมื่อเราประชุมกันเมื่อเช้านี้แล้ว Boonen บอกว่าเขาจะโจมตีเมื่อถึง 500 เมตรสุดท้ายแต่นั่นก็ไม่เกิดขึ้นเพราะผมบอกเขาว่าผมจะตามล้อเขา”  ซึ่งหน้าเส้น Boonen ก็ได้ทำหน้าที่ลากและปกป้อง Kittel อย่างดีจนทำให้ Kittel สามารถเริ่มการสปรินต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบและนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ Boonen จะทำหน้าที่นี้ให้ Kittel ก่อนที่เขาจะแข่งรายการสุดท้ายของเขาที่ Roubaix

 

“ผมคิดว่านั่นแสดงว่าเขาเป็นมืออาชีพขนาดไหนแล้วเขามีแรงผลักดันและมุ่งมั่นมากขนาดไหนผมถามเขาว่าเขามีแผนอะไรสำหรับรายการนี้ซึ่งผมก็เข้าใจถ้าเขาตอบว่าผมจะมาปั่นเพื่อเป็นการซ้อมเท่านั้นสำหรับ Roubaix และหลบไปในช่วงท้ายเพื่อจะได้ไม่เสี่ยงต่อการล้มแต่เขากลับใส่เต็มที่อุทิศตนให้กับทีมเพื่อชัยชนะซึ่งนี่เป็นทัศนคติของนักกีฬาที่ยอดเยี่ยม” Kittel กล่าว

 

“ผมต้องสารภาพว่าผมไม่เคยรู้เลยว่าการร่วมทีมกับ Boonen นั้นเป็นอย่างไรจนผมได้มาอยู่กับเขาและทำงานร่วมกับเขาจริงๆมันเป็นสิ่งที่วิเศษสุดๆสิ่งที่เตะตาผมที่สุดก็คือทัศนคติในการทำงานของเขาเขาเป็นคนที่เป็นแรงบันดาลใจของหลายคนเขาเป็นคนที่โฟกัสมากเขารู้ว่าเขาควรจะทำอะไรและเมื่อไหร่เขารู้จักตัวเองดีซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าแยกระหว่างนักกีฬาที่ดีมากกับนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมเขาเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของทุกคนในทีม”

 

สุดท้าย Kittel กล่าวถึงเป้าหมายต่อไปของเขานั่นก็คือการแข่ง Tour of California ที่สหรัฐอเมริกา “ผมดีใจมากที่จะได้กลับไปที่นั่นผมลงแข่ง California ครั้งหนึ่งในปี 2012 แต่ผมก็ไม่มีความสุขกับมันเพราะว่าผมต้องออกจากรายการจากอาการปวดขาผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับไปอีกมันเป็นการแข่งขันที่ดี”

การแข่ง Paris-Roubaix ที่จบลงที่สถานีตำรวจของ Andrea Guardini

ภาพประกอบ: https://scontent.fbkk1-2.fna.fbcdn.net/v/t31.0-8/17880139_1866207400313855_8767282846004742720_o.jpg?oh=91254d0243346bf4b3919bfc3608090f&oe=5953B16A

 

สปรินเตอร์ชาวอิตาเลียนจากทีม UAE Team Emirates วัย 27 ปี Andrea Guardini จบการแข่งขัน Paris- Roubaix ของเขาในสถานที่ที่น้อยคนจะคาดคิดนั่นก็คือสถานีตำรวจท้องถิ่นซึ่งจริงๆแล้วเขาไม่ได้โดนจับอย่างที่หลายคนคิด

 

Guardini เล่าว่าเขาแข่งขันไม่จบเขาออกจากการแข่งขันหลังฟีดโซนที่สองโดยเมื่อเขาตัดสินใจออกจากการแข่งขันเราก็ไปยังรถทีมซึ่งเขาก็ถูกสั่งให้ปั่นไปที่เส้นชัยเพื่อไปเจอทีมโดยใช้เส้นทางที่ลัดและเร็วที่สุดอย่างไรก็ดีเส้นทางไป Roubaix ที่เร็วที่สุดที่เขาเลือกกลับต้องผ่านมอเตอร์เวย์ E23 ซึ่งไม่สามารถปั่นจักรยานได้ในระหว่างปั่นอยู่บนไหล่ทางมีคนสามารถถ่ายวิดีโอของเขาเอาไว้ได้และเขาก็ถูกตำรวจเรียกในที่สุดแต่ตัว Guardini เองบอกว่าเขาไม่ได้โดนจับตำรวจเพียงแค่กลัวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจึงนำเขาและจักรยานของเขาใส่รถไปยังสถานีตำรวจเท่านั้นซึ่งเขาก็ได้ขอบคุณและให้เสื้อที่เขาใส่แข่งไปเป็นการขอบคุณอีกด้วย

 

หลังจากที่วิดีโอของเขาถูกเผยแพร่ออกไปมีหลายคนคิดว่าเขาอาจถูกจับซึ่ง Guardini เองก็ออกมาอธิบายว่าเขาไม่ได้ถูกจับแต่ถูกพาไปที่สถานีตำรวจเพื่อความปลอยภัยเท่านั้นเขาโพสต์ในเฟซบุคของเขาว่า “หลังวิดีโอและภาพของเขาถูกโพสต์ผมก็จะอธิบายอย่างเที่ยงตรงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นผมออกจากการแข่งขันและเมื่อผมไปถึงรถทีมพวกเขาก็บอกผมให้ลัดเส้นทางไปที่เส้นชัยเลยผมก็ฟังพวกเขาและก็คงจะไปถึง Roubaix ด้วยความรวดเร็วถ้าผมไม่บังเอิญขึ้นมาอยู่บนมอเตอร์เวย์ซะก่อนแต่ก็โชคดีที่ตำรวจเจอผมก่อนเอาจักรยานผมกับผมไปส่งที่สถานีตำรวจท้องถิ่น ผมก็ได้แต่ขอบคุณพวกเขาที่ช่วยผม ผมกับพวกเขาได้ดูการแข่งขันจนจบซะด้วยซ้ำที่สถานี ผมก็สามารถที่จะติดต่อภรรยาผม ซึ่งก็โทรเรียกทีมให้มารับผม”

 

นอกจากนี้ Guardini ยังกล่าวติดตลกอีกว่า “ผมมั่นใจว่าทีมต้องล้อผมไปอีกนานแน่ๆแต่ในขณะเดียวกันผมก็อยากให้เข้าใจตรงกันว่าผมไม่ได้โดนจับนะประวัติของผมยังดีอยู่และเราก็หัวเราะเรื่องนี้กันด้วย”

“บ้าคลั่งและโหดร้าย” Owain Doull ผู้ลงแข่ง Paris-Roubaix ครั้งแรกอธิบายถึงการแข่งรายการนี้

ภาพประกอบ: http://keyassets.timeincuk.net/inspirewp/live/wp-content/uploads/sites/2/2014/12/Doull-3-e1418124666212-630×420.jpg

 

นักปั่นแชมป์โอลิมปิกประเภทแทร็กจากทีม Sky วัย 23 ปีลงแข่งรายการ Paris-Roubaix ปีนี้เป็นครั้งแรกในอาชีพการแข่งจักรยานถนนของเขาซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะแข่งไม่จบโดยเขาแข่งไม่จบเพราะไม่สามารถปั่นได้ตามเวลาที่กำหนด

 

เมื่อจบ Doull ได้อธิบายการแข่งในครั้งนี้ว่า “บ้าคลั่งและโหดร้าย” ซึ่งเขาก็เล่าต่อว่า “กลุ่มเบรกอเวย์ไม่สามารถรวมตัวกันได้ง่ายมากนักมันใช้เวลานานมากๆเกือบจะเหมือนตลอดไปซะด้วยซ้ำดังนั้นมันเลยบ้าคลั่งมากในช่วงถนนคอบเบิลช่วงแรกๆซึ่งเมื่อผ่านช่วงแรกพวกเราก็อยู่ในตำแหน่งค่อนข้างดีแต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นความโกลาหล”

 

“ผมล้มประมาณ 20-30 กิโลเมตรก่อนถึงป่า Arenburg หลังจากนั้นผมก็มีปัญหากับจักรยานผมต้องเปลี่ยนจักรยานซึ่งนั่นก็ทำให้ผมต้องไล่จับคนอื่นๆอยู่ตลอดทั้งวันผมคิดว่านั่นก็คือ Roubaix ทุกคนต้องมีเรื่องราวแบบนี้ให้เล่า”

 

ในปีนี้ผู้ชนะรายการ Greg Van Avermaet ปั่นด้วยความเร็วเฉลี่ยเร็วที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของรายการด้วยความเร็ว 45.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่ง Doull ก็บอกว่า “เยี่ยมนั่นเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่คุณต้องทำให้ได้ด้วยความตึงเครียดมันสูงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณตามหลังมากขนาดนั้น”

 

Tom Boonen (BEL/Etixx-QuickStep) tries to catch Sep Vanmarcke (BEL/LottoNL-Jumbo) who rode away earlier on the infamous Carrefour de líArbre (2.1 km). With Ian Stannard (GBR/Sky) tailing him.
114th Paris-Roubaix 2016

 

Boonen กล่าวว่า “มันได้เวลาแล้ว” ที่เขาจะเกษียณหลังจบ Paris-Roubaix

 

“ผมไม่ได้คิดเลยว่านี่คือการแข่งขันครั้งสุดท้ายของผมจนถึงห้ากิโลเมตรสุดท้ายนั่นคือช่วงเวลาที่ผมคิดว่า ‘โอ้นี่คือห้ากิโลเมตรสุดท้ายในอาชีพการแข่งของผมแล้ว’ เมื่อนั้นแหละที่คุณเริ่มคิดว่ามันเป็นวันสุดท้ายของการแข่งครั้งสุดท้ายบนแทร็กแต่นั่นก็คือชีวิต” Tom Boonen กล่าวหลังจบ  ปฏิเสธไม่ได้ว่า Tom Boonen หรือที่รู้จักกันในนาม Tommeke และ Tornado Tom หรือ ‘น้าทอม’ โดยแฟนจักรยานชาวไทยเป็นหนึ่งในนักจักรยานที่ยอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงที่สุดในยุคนี้ก็ว่าได้ด้วยชัยชนะใน Paris- Roubaix ถึงสี่ครั้งและ Ronde van Vlaanderen หรือ Tour of Flanders อีกสามครั้งดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เขาจะต้องจากแฟนๆไปเมื่อเขาเกษียณอายุทันทีหลังจบ Roubaix ในปีนี้

 

เมื่อการแข่งรายการสุดท้ายของเขาจบ Boonen ก็ให้สัมภาษณ์หลังแข่งเป็นครั้งสุดท้ายเขาก็ได้อธิบายถึงความรู้สึกของเขาต่อการแข่งขันที่ไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่หลายคนอยากจะเห็นนั่นก็คือการคว้าแชมป์ Roubaix เป็นสมัยที่ห้าทำลายสถิติ Boonen กล่าวว่าเขาไม่รู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่วินาทีเดียว “สำหรับผมมัน (Paris- Roubaix) เป็นรายการที่ดีที่สุดในโลกผมรักมันผมแค่รู้สึกว่ามันถึงเวลาของผมแล้วจริงๆแล้วผมรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วแต่ผมก็ยังสามารถแข่งได้อย่างดีถ้าผมมีแรงผลักดันมากพอผมก็ยังสามารถที่จะแข่งชิงแชมป์โลกได้ดีแต่มันก็ถึงเวลาแล้วซึ่งผมก็ดีใจที่ในที่สุดวันนี้ก็เป็นสุดท้ายจริงๆ”

 

ส่วน Zdenek Stybar เพื่อนร่วมทีมผู้ซึ่งสามารถคว้าที่สองมาได้กล่าวว่าเขาต้องการให้ Boonen ชนะในวันนี้ “ปกติแล้วถ้าเป็นแบบนี้ (ได้ที่สอง) ผมก็มีความสุขแล้วแต่ในวันนี้ผมเสียใจความฝันของผมคือการปั่นเข้าไปในเวโลโดรมกับ Tom แต่นั่นก็ไม่เกิดขึ้น … ทุกคนในทีมต่างก็หวังสุดหัวใจว่าเขาจะชนะ”

 

“แน่นอนว่ามันน่าเสียใจที่ได้ที่สองแต่ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ได้มีกะจิตกะใจที่จะปั่นเพื่อตัวเองก่อนการแข่งขันผมไม่ได้คิดเลยว่าจะปั่นเพื่อชัยชนะของตัวเองและมีหลายช่วงในช่วงท้ายของการแข่งขันที่ผมคิดว่าผมควรจะกลับลงไปรับเขา (Boonen) ขึ้นมาอยู่ข้างหน้าเมื่อคุณมีความคิดตลอดว่าคุณจะต้องช่วยคนอื่นแต่คุณกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องชิงชัยชนะมันก็ยากมากที่จะเปลี่ยนความคิดของคุณ”

Related Post

The Parking Lot

Cycling Plus Thailand